ผมไม่มีผม (ตอนที่ 9)

1.

เมื่อคืนผมลืมบาตรไว้บนศาลา ล้างแล้วลืมเก็บลงมา ล้มตัวลงนอนแล้วเพิ่งนึกได้ ก็เลยขึ้นไปบนศาลาตอนทุ่มครึ่ง มีเณรสองสามรูปนอนเฝ้าพระบรมสารีริกธาตุ อยู่บนศาลา เปิดเพลงฟังสบายอารมณ์


หมาเฝ้าวัดเต็มไปหมด แต่ไม่ยักเห่า ...ถ้าโจรรู้ความจริงข้อนี้ สงสัยคงจะห่มจีวรมาขโมยของกันเป็นแถว


เช้าวันนี้ตั้งใจมุ่งหน้าไปตลาดเพื่อไปโปรดสีกาแฟนโดยเฉพาะ ไม่รู้เณรที่นำทางไปเมื่อ 2-3 วันก่อนจะคิดยังไงบ้าง ที่ผมกับพระพรไม่ได้ออกบิณฑบาตด้วยแล้ว ...ปีกกล้าขาแข็งแล้วนี่ (แต่ยังต้องให้เณรห่มจีวรให้อยู่ดี)

เจอโยมแม่ของสีกาแฟนด้วย ท่านคงงงที่พระมาบิณฑบาตตอนหกโมงกว่า ๆ ปกติแม่สีกาแฟนจะใส่ประจำอยู่แล้ว 5 รูป แต่วันนี้เกินโควต้ามา 2 รูป

วันนี้ดูแล้วพวกแม่ค้าคงยุ่ง ๆ เลยไม่มีใครใส่บาตรสักคน ใครเป็นขาประจำใส่บาตรทุกวัน ก็จะได้เห็นกันวันนี้ แต่รู้สึกว่าวันนี้จะได้นมกล่องเยอะเป็นพิเศษ ไม่มีกับข้าวเลย

สุดท้ายมาได้กับข้าวที่บ้านผมเอง โยมแม่บอกว่าเป็นคนคิดเมนูเอง ส่วนโยมพ่อเป็นคนทำ เตรียมรายการอาหารไว้หลายอย่าง มีทั้งน้ำพริกอ่อง ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ต้มจืดตำลึง ต้มข่าไก่ น้ำพริกกะปิ ชะอมทอด


...แค่นึกก็น้ำลายไหลแล้ว

2.

ฉันเช้าบนศาลา จะได้ไม่ต้องยกไปยกมา ผมกับพระพรไปเดินสำรวจดูห้องอบสมุนไพรอีกครั้ง กลิ่นของมันทำให้ความทรงจำวัยเด็กหวนมา ตอนนั้นผมกับพ่อเคยไปอบสมุนไพรด้วยกันทุกเย็น พ่อขี่จักรยาน ผมซ้อนท้าย พ่อไปไหนผมไปด้วย


กลิ่นเป็นลิ้นชักเก็บความทรงจำชั้นเยี่ยมจริง ๆ

ห้องอบสมุนไพรเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีที่นั่งรอบ ๆ ติดกับฝาผนังสามด้าน นั่งได้ประมาณ 5-6 คน ด้านล่างของที่นั่ง มีรูเปิดให้ไอสมุนไพรเข้ามา ช่องประตูมีพลาสติกอย่างหนาปิดไว้ ไม่มีบานประตู หน้าห้องมีโอ่งน้ำให้ตักน้ำราดตัวตอนอบเสร็จออกมา มีที่นั่งพักข้างนอก กั้นกลางแบ่ง ชาย-หญิง


เช้านี้เวลาเหลือเฟือ ฉันเสร็จแล้วเพิ่งจะเกือบเจ็ดโมงเช้าเอง ใต้ต้นไม้มีเปลผูกไว้สองอัน ลมเย็น ครื้ม ๆ เหมือนฝนจะตก พระพรนอนเล่นบนเปลจนหลับไป

ส่วนผมเดินเล่นไปเรื่อย ๆ จนถึงวิหารเก่า ๆ จำได้ว่าเคยมีพระรูปหนึ่งพักอาศัยอยู่ที่นี่ ผมกับแม่เคยมาไหว้ ท่านมีพร้อมหมด ทั้งทีวี ตู้เย็น ที่นอน หม้อหุงข้าว จานชาม


...ตอนนี้ท่านมรณภาพไปแล้ว

3.

เจ้าอาวาสเดินมาคุยด้วย เล่าให้ฟังผมหลายเรื่อง...


ครั้งหนึ่งท่านเคยใช้คนขับรถล้างรถยนต์ประจำตำแหน่ง ไม่รู้ทำอีท่าไหน รถไหล คนขับเลยกระโดดขึ้นไปเหยียบเบรก แต่ดันไปเหยียบคันเร่ง รถพุ่งชนกุฏิพังยับเยิน ...เดี๋ยวนี้ท่านเลยให้เณรล้างให้แทน


ท่านบอกว่าในฐานะเจ้าอาวาส ท่านต้องชักชวนให้ญาติโยมบริจาคปัจจัยเพื่อสร้างมณฑปกับกุฏิใหม่ ที่ตอนนี้ขึ้นโครงสร้างเรียบร้อยแล้ว เจ้าอาวาสบอกว่าเงินหาไม่ยาก แต่ที่ยากคือการบริหารเงินว่าจะใช้ทำอะไร แค่ประตูไม้ตะเคียนขนาดใหญ่จากลาว 4 แผ่น ก็ปาเข้าไปสองแสนหกหมื่นบาทแล้ว


หลายครั้งที่เจ้าอาวาสเจอกับคนหลอกพระ หากินกับวัดมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมาบูชามงคลวัตถุแล้วบอกว่าลืมเงิน ขอเอาของไปก่อน แล้วก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย หรือไม่ก็หลอกว่าจะทำบุญ แล้วถามว่ามีบัญชีส่วนตัวหรือเปล่าจะโอนเงินให้ (เจ้าอาวาสบอกกับผมว่าท่านมีเงินล้านอยู่ในบัญชี) หรือแม้กระทั่งบอกว่าจะนิมนต์ไปทำบุญที่ต่างจังหวัด แต่เจ้าอาวาสท่านไม่ไป เพราะกลัวโดนอุ้มฆ่า


เจ้าอาวาสเล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่ง มัคนายกประจำวัด ไปเบิกเงินของวัดจากธนาคารแล้วถูกมอมยากับถูกสะกดจิต เชิดเอาเงินไปง่าย ๆ แถมยังให้พาไปที่บ้าน เอาเงินไปหมดบ้าน จากนั้นให้พาไปธนาคารถอนเงินส่วนตัว ตบท้ายด้วยให้พาไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่โรงแรม กว่าจะคลายฤทธิ์ยา คนร้ายก็เผ่นแนบโกยอ้าวไปหมดแล้ว


คนเรานี่เหลือเกินจริง ๆ


4.

ขณะที่กำลังเขียนบันทึกอยู่ เณรเจ้าของห้องเข้ามาฉีดน้ำหอมกลิ่นฟุ้งไปทั้งห้อง (ลืมบอกไปว่าเณรเจ้าของห้องกลับมาแล้ว แต่ผมกับพระพรยังไม่สึก เจ้าอาวาสก็เลยให้เณรไปนอนห้องอื่นก่อน)

วันก่อนผมบังเอิญเจอจดหมายงอนง้อแบบหนุ่มสาวกับสมุดจดโทรศัพท์ที่เขียนแนะนำตัวแบบวัยรุ่น ๆ ประมาณว่า

พาหนะที่ขับ : ADDA,KITO,ช้างดาว (หมายถึงชื่อรองเท้า) / สไตล์การแต่งตัว : ง่าย ๆ / เครื่องสำอาง : Avon, Ponds ...นอกจากเณรจะเป็นเด็กแล้ว เณรก็ยังเป็นวัยรุ่นอีกด้วย


ได้เวลาฉันเพล เหลือพระอยู่ 4 รูป รูปอื่น ๆ โยมนิมนต์ไปฉันข้างนอกกันหมด วัดดูโล่ง ๆ พิลึก พระรูปที่เป็นครูสอนหนังสือและเชี่ยวชาญการผูกผ้าบอกว่าอีก 2-3 วันจะพาพวกเณรไปเที่ยวระยอง เกาะเสม็ด เกาะกูด ไปกัน 10 วัน ที่พักฟรี อาหารฟรี เพราะมีโยมอุปถัมภ์เป็นเมียฝรั่งเปิดร้านอยู่ที่นั่น


ท่านบอกว่าไปมาแล้วหลายที่ ทั้งดำน้ำดูประการัง ขึ้นเกาะนั้นลงเกาะนี้ ใช้เงินที่สะสมจากการสอนหนังสือเป็นค่าท่องเที่ยว


แปลกดี พระเที่ยวทะเลหน้าร้อน

5.

ใกล้จะสึกแล้ว เริ่มกินน้อยลงหรือกระเพาะเริ่มปรับตัวก็ไม่รู้ วันหลัง ๆ ไม่ค่อยหิวแล้ว พระพรก็เป็นเหมือนกัน เป็นพระนั้นแสนสบายเสียจริง จะฉันก็มีคนจัดให้ ฉันเสร็จก็มีคนเก็บล้าง จากนั้นก็ให้พร ...ถ้าใครบวชแล้วไม่ปฏิบัติธรรมคงจะเสียพระได้ง่าย ๆ

ผมเองรู้สึกว่ายิ่งนานยิ่งย่อหย่อนต่อการบวช เลิกพยายามสวดมนต์ไปแล้ว พระไตรปิฎกก็ไม่ค่อยได้อ่านแล้ว เปลี่ยนมาอ่านนิยายจีนของโกวเล้ง อาจบางทีเพราะใจไปรออยู่ที่วันสึกแล้วก็เป็นได้

เย็นนี้กะว่าจะกวาดวัดก็โดนใครไม่รู้มาแย่งกวาด เห็นกวาดอยู่เป็นชั่วโมง


อ่านหนังสือพิมพ์ทีไรก็แปลกใจทุกที ทำไมมีข่าวเกี่ยวกับพระมากเสียจนเหมือนเป็นหนังสือพิมพ์พิเศษสำหรับวัด เช่น ข่าวดาราบวช ข่าวพระโดนลักพาตัว ข่าวพระประท้วง ข่าวพระต้องปาราชิก


สี่ทุ่มกว่าแล้วพระพรไปไหนก็ไม่รู้.


(อ่านตอนอื่น ๆ กดที่แฮชแท็กนี้ครับ #ผมไม่มีผม )


หมายเหตุ : หนังสือเล่มแรกที่ทำให้หลายคนรู้จักผม คือ "งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า" แต่จริง ๆ แล้วหนังสือเล่มแรกที่ผมเขียนและได้รับการตีพิมพ์ คือ "ผมไม่มีผม" เล่มนี้วางจำหน่ายเมื่อปี พ.ศ.2548 เนื้อหาคือบันทึกเรื่องราวที่ผมบวชเมื่อปี พ.ศ.2547 ไม่ได้บวชนาน (แค่ 11 วัน) ไม่ได้บวชไกล (วัดอยู่ติดกับบ้านเลยครับ) แต่ผมก็อุตส่าห์จดบันทึกประสบการณ์ช่วงนั้นเสียยืดยาว จนกลายมาเป็นต้นฉบับที่สำนักพิมพ์ a book นึกอย่างไรไม่รู้ ตัดสินใจรับพิมพ์ (และขายไม่ออก)

วันเวลาผ่านไป ผมพบไฟล์ต้นฉบับอยู่ในฮาร์ดดิสก์ตอนกำลังเก็บของเตรียมย้ายบ้าน แม้ไม่มีใครร้องขอว่าอยากอ่าน "ผมไม่มีผม" แต่ผมก็อยากนำมาเผยแพร่ไว้ที่นี้ โดยเรียบเรียงใหม่ให้กระชับขึ้น เอาไว้อ่านกันสนุก ๆ ครับ ส่วนถ้าจะได้สาระไปด้วย ให้ถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกัน ผมจะทยอยลงในเว็บไซต์เป็นตอน ๆ นะครับ


 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot