ผมไม่มีผม (ตอนที่ 10)

1.

มึนหัว ...กว่าจะลุกขึ้นได้ต้องใช้เวลาเกือบสิบนาที ถ้าไม่ได้ไก่ปลุกนี่แย่เลย ปรากฎเมื่อคืนพระพรแอบไปดูวีซีดีเรื่องสุริโยไทที่กุฏิอื่นมาห้าชั่วโมง จบเที่ยงคืนกว่า ...เหลือเกินจริง ๆ


ฝ่าเท้าที่เป็นแผลพุพองจากการเดินเท้าเปล่า เริ่มดีขึ้นแล้ว แต่รอยเปื้อนยังติดเท้าอยู่ ล้างไม่ออก คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก


วันนี้ไม่มีแม่ค้าในตลาดใส่บาตรเลย วูบหนึ่ง จู่ ๆ ผมก็มองตลาดสดเหมือนกับนรก ซากเนื้อชุ่มเลือดแขวนเต็มไปหมด ตรงพื้นก็มีเลือดไหลนอง ปลากลิ้งแถกไปบนพื้น ....นี่ผมอยู่ที่ไหนกัน?

วันนี้สีกาแฟนใส่บาตรเป็นทุเรียน กลิ่นฟุ้งเลย ได้กับข้าวกับปลาน้อยตามเคย เป็นขนมกับข้าวเหนียวสังขยาเสียส่วนใหญ่


ไม่ถึงเจ็ดโมงเช้าก็ฉันเสร็จ โดนเณรรูปเดิมถามเหมือนเดิมว่าได้ตังค์เยอะไหม


เผลอจำวัดเช้าอีกแล้ว หลับไปครึ่งชั่วโมง เณรเข้ามาฉีดน้ำหอมฟุ้งไปทั่วห้องตามเคย

2.

วันนี้ที่บ้านนิมนต์ไปฉันเพลอีกครั้ง คราวนี้บอกให้ไป 3 รูป ตอนเช้าเณรที่จะไปฉันเพลด้วย เอาพระบรมสารีริกธาตุมาโชว์ให้ผมกับพระพรดู ลักษณะเป็นเม็ดกลม ๆ ขาว ๆ ใส ๆ อยู่ในผอบ เณรบอกว่ามันจะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นแล้วก็แตกตัวเป็นเม็ดเล็ก ๆ หลายเม็ด แล้วจะขยายใหญ่ขึ้นเองอีก ฟังดูเหมือนการแบ่งเซลล์ยังไงไม่รู้


จากนั้นเณรก็เอาพระเครื่องในกระเป๋าออกมาโชว์เต็มไปหมด ทั้งหลวงปู่ทวด หลวงปู่เงิน ฤาษีลิงดำ และอื่น ๆ อีกมากมาย ดูท่าทางพระพรจะรู้เรื่องพระเครื่องดี


น่าแปลกที่ตอนเด็ก ๆ ผมเคยใส่พระคล้องคอพร้อมกันถึง 7 องค์ ใส่แม้แต่แหวนรูปพระ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ใส่เลยสักองค์

ตบยุงตายไปหนึ่งตัว ยุงเยอะมาก บินกันให้ว่อน เณรไปเที่ยวน้ำตกกัน (ซ้อมก่อนไปเที่ยวทะเล) นำโดยพระอาจารย์ที่มีรถกระบะส่วนตัว พระพรโหลดริงโทนเพลงเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้แก้กลุ้มเรื่องปัญหาหัวใจ ผู้หญิงคนนั้นที่พระพรแอบชอบ เขาไม่ไปทำงานกรุงเทพฯ แล้ว พระพรก็เลยยิ่งหวั่นไหวหัวใจไปกันใหญ่


นี่สินะ ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

3.

ไปฉันเพลที่บ้าน อาหารเยอะแยะ ทั้งลาบ ต้มเลือดหมู ไก่ย่าง ผลไม้ ของหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง น้ำส้ม น้ำเปล่า

ไม่รู้ว่าประเพณีการทำกับข้าวให้พระฉันเยอะ ๆ มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันเยอะเกินไป


เหงื่อตกทุกทีเวลานำสวดกรวดน้ำ แม้แต่กับต่อหน้าครอบครัวตัวเองก็ตาม ได้ปัจจัยมาอีกหนึ่งซอง ตอนนี้ยอดเงินสะสมปาเข้าไปสามพันห้าร้อยบาทแล้ว

มือถือเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตผู้คน ไม่เว้นแม้แต่พระ ทุกรูปมีมือถือพกใส่อังสะกันทั้งนั้น บ้างว่าไม่อยากมี แต่ก็จำเป็นต้องมี แม่ค้าขายน้ำก็มี ทุกคนล้วนพูดแต่เรื่องมือถือ ค่าบริการนาทีละเท่าไร ใช้โปรโมชั่นอะไร แม้แต่ลุงเย็นมัคนายกวัยหกสิบกว่าก็ยังมีโทรศัพท์มือถือ


พระที่นี่สูบบุหรี่กันเยอะมาก ไม่เว้นแม้แต่เณรหน้าอ่อน ๆ ซึ่งถ้าอยู่ข้างนอก ก็ยังคงเป็นเพียงเด็กนักเรียนอยู่ ...ใช้เงินที่บิณฑบาตได้มานั่นแหละซื้อบุหรี่


เจ้าอาวาสเล่าให้ฟังว่าช่างมาทวงค่าประตูไม้ตะเคียน ท่านจ่ายไปแล้วงวดแรก หนึ่งแสนบาท และจะจ่ายส่วนที่เหลือตอนทอดกฐินเสร็จ แต่อยู่ดี ๆ เมื่อวานก็มาทวงอีกหนึ่งแสน บอกว่าลูกโดนรถชนตาย ต้องใช้เงินด่วน ถ้าจ่ายเลยจะลดราคาให้สามหมื่นบาท ถือว่าร่วมทำบุญกับทางวัด


เจ้าอาวาสท่านตกลงนัดมารับเงินวันนี้ แต่ปรากฏว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ช่างอีกคนโทรมาแฉว่า ไอ้ที่บอกลูกตายนั้นโกหก จริง ๆ จะเอาเงินไปแต่งงานใหม่ และช่างที่โกหกคนนี้ก็ไม่ใช่เจ้าของงาน เป็นแค่ผู้ร่วมงาน


เกือบโดนหลอกเชิดเงินแสนเสียแล้ว

4.

มีคนแย่งกวาดใบไม้อีกแล้ว ผมเลยได้แต่ถูกุฏิ ส่วนพระพรออกไปรดน้ำต้นไม้ วัดว่างเปล่า อากาศร้อนอบอ้าว แต่ก็ยังไม่ถึงวันที่ร้อนที่สุดตามที่พยากรณ์ไว้

เดินสำรวจวิหารกับโบสถ์ มาอยู่ตั้งหลายวันยังไม่เคยเดินไปดูเลย องค์พระเต็มไปหมด ไม่รู้เป็นอะไร ผมมักจะกลัววัตถุขนาดใหญ่ที่คล้ายคน ตอนเด็ก ๆ ผมเคยอยู่ที่ตาคลี นครสวรรค์ ที่นั่นมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่มากอยู่บนภูเขา มองเห็นได้แต่ไกลไม่ว่าจะขับรถหรือนั่งรถไฟ


...คิดว่าน่าจะกลัวฝังใจมาตั้งแต่ตอนนั้น


5.

พรุ่งนี้พระพรจะสึกแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าต้องทำพิธีอะไรบ้าง ผมเองก็จะสึกในวันถัดไป กลัวแต่ว่าจะมีพระไม่ครบองค์ประชุม 9 รูป เพราะพระเณรไปเที่ยวทะเลยังไม่กลับ


คิดถึงงานที่ค้างอยู่ เริ่มเครียดอีกรอบ ...เหินห่างโลกไปนานหลายวัน

นึกย้อนไปถึงสิบวันที่ผ่านมา ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไรจากการบวช มากไปกว่าบวชเพื่อทดแทนคุณพ่อแม่ ไม่มีการนั่งสมาธิ ไม่มีการศึกษาพระธรรมพระวินัยอย่างเข้มงวด เพียงแต่ได้เห็นการเกิดของชายคนหนึ่งที่บวชเป็นพระใหม่ ได้เห็นความแก่เฒ่าของลุงคนที่ตักบาตรเป็นประจำ ได้เห็นความเจ็บไข้ได้ป่วยของลุงข้างบ้านที่รอวันสุดท้ายของชีวิต และได้เห็นความตายของยายแก่ ๆ คนหนึ่งในงานศพที่โยมนิมนต์ไปทำพิธี


น่าแปลก ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ผมได้เห็นจากนอกวัดทั้งสิ้น.


(อ่านตอนอื่น ๆ กดที่แฮชแท็กนี้ครับ #ผมไม่มีผม )


หมายเหตุ : หนังสือเล่มแรกที่ทำให้หลายคนรู้จักผม คือ "งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า" แต่จริง ๆ แล้วหนังสือเล่มแรกที่ผมเขียนและได้รับการตีพิมพ์ คือ "ผมไม่มีผม" เล่มนี้วางจำหน่ายเมื่อปี พ.ศ.2548 เนื้อหาคือบันทึกเรื่องราวที่ผมบวชเมื่อปี พ.ศ.2547 ไม่ได้บวชนาน (แค่ 11 วัน) ไม่ได้บวชไกล (วัดอยู่ติดกับบ้านเลยครับ) แต่ผมก็อุตส่าห์จดบันทึกประสบการณ์ช่วงนั้นเสียยืดยาว จนกลายมาเป็นต้นฉบับที่สำนักพิมพ์ a book นึกอย่างไรไม่รู้ ตัดสินใจรับพิมพ์ (และขายไม่ออก)

วันเวลาผ่านไป ผมพบไฟล์ต้นฉบับอยู่ในฮาร์ดดิสก์ตอนกำลังเก็บของเตรียมย้ายบ้าน แม้ไม่มีใครร้องขอว่าอยากอ่าน "ผมไม่มีผม" แต่ผมก็อยากนำมาเผยแพร่ไว้ที่นี้ โดยเรียบเรียงใหม่ให้กระชับขึ้น เอาไว้อ่านกันสนุก ๆ ครับ ส่วนถ้าจะได้สาระไปด้วย ให้ถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกัน ผมจะทยอยลงในเว็บไซต์เป็นตอน ๆ นะครับ


 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot