ผมไม่มีผม (ตอนที่ 0)

Updated: Sep 28

1.

หนังสือเล่มแรกที่ทำให้หลายคนรู้จักผม คือ "งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า" (พ.ศ.2556) แต่จริง ๆ แล้วหนังสือเล่มแรกที่ผมเขียนและได้รับการตีพิมพ์ คือ "ผมไม่มีผม"


เล่มนี้วางจำหน่ายเมื่อปี พ.ศ.2548 เนื้อหาคือบันทึกเรื่องราวที่ผมบวชเมื่อปี พ.ศ.2547 ไม่ได้บวชนาน (แค่ 11 วัน) ไม่ได้บวชไกล (วัดอยู่ติดกับบ้านเลยครับ) แต่ผมก็อุตส่าห์จดบันทึกประสบการณ์ช่วงนั้นเสียยืดยาว จนกลายมาเป็นต้นฉบับที่ สำนักพิมพ์ a book นึกอย่างไรไม่รู้ ตัดสินใจรับพิมพ์ (และขายไม่ออกในที่สุด หนังสือเหลือบาน ผมเคยเห็นนำมาเลหลัง ลด 80% แต่ก็ไม่น่าจะขายหมด)


วันเวลาผ่านไป ผมเกือบลืมหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว จนกระทั่งพบไฟล์ต้นฉบับอยู่ในฮาร์ดดิสก์ตอนกำลังเก็บของเตรียมย้ายบ้าน เมื่อลองเปิดอ่านในปีนี้ พ.ศ.2563 ผมพบว่า "พอใช้ได้" เนื้อหาบางส่วนยังพอไปวัดไปวาได้ (แต่บางส่วนก็อาจจะเชยไปหน่อย)


แม้ไม่มีใครร้องขอว่าอยากอ่าน "ผมไม่มีผม" แต่ผมก็อยากนำมาเผยแพร่ไว้ที่นี้ โดยเรียบเรียงใหม่ให้กระชับขึ้น เอาไว้อ่านกันสนุก ๆ ครับ ส่วนถ้าจะได้สาระไปด้วย ให้ถือว่าเป็นของแถมก็แล้วกัน


ผมจะทยอยลงในเว็บไซต์เป็นตอน ๆ นะครับ ส่วนในตอนแรกนี้ ขอนับเป็นตอนที่ 0 ว่าด้วยคำนำและคำนิยมก่อนก็แล้วกันครับ


2.

คำนำผู้เขียน


หลายคนคงเคยไปเที่ยวทะเล หลายคนคงเคยไปเดินป่า หลายคนคงเคยไปเรียนภาคฤดูร้อนที่ต่างประเทศ และหลายคนคงเคยไปฝึกวิชาทหารที่เขาชนไก่ ...แต่ผมคิดว่าหลายคนอาจยังไม่เคยไปบวช


ผมไปบวชมาครับ สาเหตุก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าบวชทดแทนคุณพ่อแม่ คิดไว้ตั้งแต่แรกว่าบวชแล้วคงไม่ได้อะไรกลับมาเท่าไร (เพราะบวชไม่นานและวัดใกล้บ้านมาก)​ แต่ในที่สุด ผมก็คิดว่าได้ ”อะไร” กลับมาเกินคาด


หลังจากปล่อยให้ตกตะกอนอยู่สักพัก ผมก็คิดว่าน่าจะแบ่งปันประสบการณ์การบวชครั้งนี้ให้คนอื่นได้รับรู้ด้วย เพราะใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะเคยบวช ยิ่งผู้หญิงด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง


และเรื่องราวต่อจากนี้คือสิ่งที่ผมผู้ซึ่งอยู่ในวงการบันเทิง (ที่เขาว่ากันว่าเป็นโลกแห่งมายา...ผมเป็นนักแต่งเพลงครับ) ได้พบเจอและจดบันทึกไว้ตลอดสิบเอ็ดวันที่เข้าไปสัมผัสโลกแห่งธรรม

มีเรื่องอะไรบ้าง? ตัวอย่างนะครับ พิธีบวช การบิณฑบาตครั้งแรก โทรศัพท์มือถือ การบริจาคเงิน สมาคมอบสมุนไพร ความหิวยามค่ำคืน งานวัด รำวงย้อนยุค หนังกลางแปลง มวยวัด ริงโทน รักแร้ข้างซ้าย เงินหรือชีวิต มายากล พระไตรปิฎก พระเที่ยวทะเล ผายลมในงานสวดศพ คนหลอกพระและอื่นๆ อีกมากมาย


รับรองครับว่าสนุกและไม่ซีเรียส (แต่ไม่ไร้สาระ)

ใครที่อ่านจบแล้วอยากบวช ก็ไปบวชเถอะครับ ต้องได้อะไรกลับออกมาบ้างไม่มากก็น้อย ส่วนคนที่อ่านจบแล้วไม่อยากบวช ก็อยากให้ลองเปลี่ยนใจครับ สิบตาอ่านไม่เท่าลองบวชเอง


สุดท้าย ผมขอขอบคุณพ่อแม่ที่สั่งสอนเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก ขอบคุณครูบาอาจารย์ที่สอนสั่ง จนผมอ่านออกเขียนได้คิดเป็น ขอบคุณพี่ดี้ พี่อ้อย พี่แท่ง และคุณส้มที่ช่วยเขียนคำนิยมให้ ขอบคุณภรรยาที่ช่วยพิมพ์ต้นฉบับ ขอบคุณลูกสาวตัวน้อย (ที่ตอนนี้ยังอยู่ในท้อง) ที่เป็นเหมือนกำลังใจให้ผมสู้ต่อไป ขอบคุณทุกคนที่มีพระคุณที่ผมอาจทำตกหล่นไว้ระหว่างทาง


และสุดท้ายขอบคุณตัวผมเองที่ยังเชื่อมั่นว่า "ฉันทำได้"


3.

คำนิยม โดย นิติพงษ์ ห่อนาค


บอยทำงานกับผมมาหลายปีแล้ว ดูด้วยตาเปล่าก็รู้มาตลอดว่ามันเป็นคนตรงไปตรงมา ทื่อ ๆ จบปริญญาโทวิศวะ จุฬาฯ แต่มาร้องรำทำเพลงกิ๊กก๊อกอะไรกับผมที่นี่ก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าสมถะหรือใฝ่ต่ำ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า


หนึ่ง มัน ผู้รู้ลึกซึ้งเชี่ยวชาญเรื่องเพลงร็อคสมัยใหม่ เป็นเด็กแนว รุ่นวัยฉกรรจ์ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะสนใจใฝ่รู้พุทธปรัชญาและเป็นแฟนพันธุ์แท้ท่านพุทธทาสถึงขนาดนี้


สอง ยังมีพุทธศาสนิกชนแนวฉลาดหวาดเสียว มีนิกายส่วนตัว เลือกเชื่อ เลือกพิจารณาและเลือกสงสัยก่อนเลื่อมใสแบบนี้อยู่อีกหนึ่งคนเป็นอย่างน้อยในบริเวณใกล้ตัวผม หวังว่าคงจะมีอีกมากที่ผมยังไม่รู้จัก


สาม มัน-หน้าตาแบบมันนี่น่ะหรือ? เขียนหนังสือได้สนุกปานนี้

ปกติการเรียกพระ เราจะเรียกตามวัย หลวงปู่ หลวงพ่อ หลวงพี่ แต่ถ้าไปเจอพระอายุน้อยกว่าเรา เราเรียกหลวงน้องได้ไหม (นี่ล้อสำนวนหลวงน้อง)


สรุปว่านี่เป็นบันทึกของหลวงน้องบอยในช่วงที่ได้บวชเรียน ได้เรียนปรัชญาทุกชนิด ทั้งชีวิต ทั้งหิว ทั้งตลก อ่านแล้วสนุกและสำเหนียก


มันจะเอาเรื่องบวชมาเขียนก็ไม่บอกผม จะได้ฝากเรื่องของผมมาเล่าด้วย มีอยู่สองเรื่องคือ หัวโล้นติดมุ้งทุกเช้าเหมือนรองเท้าแบบดึงดังแคว่กๆ กับเรื่องตั้งสายกีตาร์ให้เณร


สาธุ

4.

คำนิยม โดย ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง


ตาดีได้ ตาร้ายเสีย ใครมีความคิดสร้างสรรค์อ่านเรื่องนี้ก็จะสร้างเสริม บอย (ผู้เขียน) เป็นผู้ร่วมงานกับผม ผมอยู่เบื้องหน้า เขาอยู่เบื้องหลัง (หมายเหตุ : ผมแต่งเพลง แฟนไม่มา แฟนไม่มี ให้อัลบั้มพลพรรครักเอย ของพี่แท่งและคณะครับ ลองกดฟัง ที่นี่ ครับ)


บอยคือหนึ่งในผู้ปิดทองหลังพระที่มีอยู่ทั่วไปในสังคมของเรา พระพุทธรูปจะสวยครบองค์ได้อย่างไรถ้าขาดคนปิดทองหลังพระ


พี่น้องครับ เรามาช่วยบอยปิดทองหลังพระกันหน่อยดีไหมครับ สาธุ ตาดีได้ ตาร้ายเสีย คิดดีได้ดี คิดร้ายได้ร้ายครับ



5.

คำนิยม โดย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล (พี่อ้อย)

เห็นตอนแรกชอบชื่อเรื่องค่ะ แต่พออ่านจบ ชอบเนื้อหามากกว่าชื่อเรื่องซะอีก สิบเอ็ดวันในวัดที่ผู้หญิงคงไม่มีโอกาสได้สัมผัส แค่เคยสงสัยเฉยๆ ว่าคนธรรมดาคนหนึ่งเปลี่ยนจากเสื้อผ้าไปห่มจีวร ผ่านพิธีบวชไปไม่ถึงชั่วโมง จากมนุษย์ที่เคยสัมผัสกิเลสทุกวันสามารถเปลี่ยนไปเป็นพระผู้บริสุทธิ์ได้ทันทีเลยหรือ


เป็นคนตักบาตรอย่างอิ่มใจ แล้วคนอุ้มบาตรล่ะรู้สึกอย่างไร ลองหาคำตอบดูค่ะ


อ้อ! อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่า เพลง “คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ...” เกี่ยวอะไรกับวัด


(หมายเหตุ : ช่วงนั้นผมเข้าประกวดคัดเลือกเป็นดีเจหน้าใหม่ค่ายเอไทม์ จึงได้รู้จักกับพี่อ้อย ผมเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย เสียดายคลื่นใหม่ไม่เปิดตัว ฝันที่จะได้เป็นดีเจจึงสลายไปตั้งแต่วันนั้น)


6.

คำนิยม โดย บุษบา เตชศรีสุธี (บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Starpics)


เรียบง่ายตรงไปตรงมา แต่แฝงความลึกซึ้งน่าคิดอยู่ในที นี่คือสิบเอ็ดวันธรรมดาที่สะท้อนชีวิตวงการผ้าเหลืองยุคมือถือ ผ่านสายตาคนรุ่นใหม่ในวงการบันเทิงได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการบอกเล่าแบบเปิดเผยและสนุกสนาน แซมมุขเป็นระยะ ๆ โดยไม่ลืมทิ้งคำถามไว้ให้เป็นปริศนาธรรม


ไม่ว่าคุณจะเป็นคนใกล้วัดหรือไกลวัด คิดจะบวชหรือคิดจะเบียด หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณต้องคิดดูใหม่อีกครั้ง


(หมายเหตุ : ช่วงนั้นผมเขียนคอลัมน์ประจำลงในนิตยสาร Starpics ชื่อคอลัมน์ว่า "ถอดใจใส่เพลง" เนื้อหาว่าความหมายของเพลงที่เปิดในภาพยนตร์ ดังนั้นจะว่าไปแล้ว นิตยสาร Starpics จึงน่าจะนับว่าเป็นเวทีแรกที่ผมเขียนหนังสือแล้วได้รับการตีพิมพ์ครับ)


7.

ทั้งหมดนี้คืออารัมภบทเปิดเรื่องครับ โปรดติดตามตอนต่อไป ว่าวันแรกที่ผมบวช ผมเจออะไรบ้าง รับรองว่าสนุกครับ :)


#ผมไม่มีผม


 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot