เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัวตั้งแต่วันนี้

1.

อันที่จริง คนเก่งนั้นไม่ได้เก่งอะไรมากมาย ความรู้หรือทักษะต่าง ๆ เรื่องพวกนี้เรียนทันกันหมด แต่มีหนึ่งสิ่งที่ผมคิดว่าพวกเขาเก่งกว่าคนส่วนใหญ่แบบชนะขนาด จึงทำให้เขาประสบความสำเร็จกว่าคนทั่วไป สิ่งนั้นก็คือ พวกเขาเก่งเรื่อง "การใช้เวลา"

ภาพถ่ายโดย Taryn Elliott จาก Pexels

ในขณะที่คนจำนวนมาก "ใช้เวลา" ได้สิ้นเปลืองมาก คนเก่งเหล่านี้กลับใช้เวลาได้ยอดเยี่ยม สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่ต้องอุ่นเครื่องนาน มาถึงก็ทำงานได้เลย ทำงานก็คือทำงาน ไม่คุยเล่นไร้สาระ ตอนทำงานไม่วอกแวก ทำงานเดียวจนเสร็จ ไม่มีมานั่งรูดหน้าจอมือถือไปเรื่อยเปื่อย...ไม่ได้อะไรเลย

พวกเขาไม่ปล่อยเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ระหว่างเดินทางก็อ่านหนังสือ ฟังเสียงความรู้ไปด้วย ช่วงตื่นนอนกับก่อนหลับ ก็หาอินพุทดี ๆ ใส่เข้ามาในสมอง ...ฟังเหมือนจะเครียด แต่พอถึงเวลาเล่น เวลาพัก คนแบบนี้จัดเต็มนะครับ จัดเต็มทั้งคุณภาพและปริมาณการพัก


เพราะเขาไม่ต้องพะวงเรื่องงาน เนื่องจากจัดการเรียบร้อยแล้ว

2.

ถามว่าทำไมพวกเขาจึงทำแบบนั้น ก็เพราะเขารู้ว่า "เวลา" มีค่าที่สุดในชีวิต หมดเวลา ก็หมดชีวิต ใครที่อยากเก่งขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องของสมองหรือวาสนา แต่อยู่ที่คุณภาพของการใช้เวลา ถ้าใช้เวลาได้ดี เราจะเก่งขึ้นเอง


เวลาระหว่างรอ เวลาระหว่างเดินทาง เวลาพวกนี้มีค่ามาก ลองติดหนังสือเล่มบาง ๆ ไว้อ่าน หรืออย่างน้อยก็ฟัง podcast ก็ยังดี ผมเองก็ทำแบบนี้ และคิดว่าสิ่งเหล่านี้มีส่วนเปลี่ยนแปลงชีวิตผมไม่น้อย

ยุคนี้อย่าไปหาเวลาว่างสักชั่วโมงเพื่ออ่านหนังสือเลยครับ มันยากมากที่จะทำได้จริง เราก็เลยไม่ได้เติมความรู้ให้ตัวเอง


เก็บเศษเวลามาพัฒนาตัวเองดีกว่า อย่าเอาไปรูดหน้า news feed อ่านเรื่องชาวบ้านให้เสียเวลา ลงโปรแกรมอ่านหนังสือไว้ในมือถือเสียยังดีกว่า (อย่างเช่น kindle) ...อย่าบอกว่าอ่านแล้วปวดตา เพราะถ้าอ่านข้อเขียนนี้ได้ ก็ต้องอ่านหนังสือบนจอได้ครับ วันละไม่กี่หน้าก็ยังดี

อย่าดูถูกเศษเวลา มันเปลี่ยนชีวิตเราได้จริง


3.

ชีวิตที่เอาแต่ทำ "สิ่งไม่สำคัญ และไม่เร่งด่วน" เช่น เสพแต่สิ่งบันเทิงเริงใจทั้งวัน เมื่อเวลาผ่านไป จะหาสาระอะไรไม่ได้เลย ทางแก้คือ เพิ่มสาระให้ตัวเองบ้าง

ชีวิตที่เอาแต่ทำ "สิ่งไม่สำคัญ แต่เร่งด่วน" เช่น ทั้งที่งานยุ่ง แต่ต้องซักผ้าเอง เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีใส่ เมื่อเวลาผ่านไป จะรู้สึกเสียดายเวลาและพลังงาน ทางแก้คือ "จ้างคนอื่นทำ"

ชีวิตที่เอาแต่ทำ "สิ่งสำคัญ ในวันที่เร่งด่วน" เช่น เคลียร์งานที่ถึงเส้นตายแทบทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไป จะมีแต่ความเครียด กดดัน ทางแก้คือ "จัดลำดับความสำคัญใหม่ รู้จักปฏิเสธให้เป็น"

ชีวิตที่มักทำ "สิ่งสำคัญ ในวันที่ยังไม่เร่งด่วน" เช่น ฝึกภาษาอังกฤษ เรียนความรู้ใหม่ ๆ เพิ่มเติม เมื่อเวลาผ่านไป จะกลายเป็นคนที่รักการพัฒนาตัวเอง


ที่สำคัญ ไม่เครียด เพราะเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมตั้งแต่วันที่ยังไม่จำเป็น


4.

ในชีวิตทุกคนล้วนต้องทำมีกิจกรรมทั้ง 4 อย่างนี้ อยู่ที่ใช้เวลาไปกับกิจกรรมแบบไหนมากน้อยกว่ากัน


บางคนเอาแต่ทำสิ่งไม่สำคัญ ไม่เร่งด่วน เพราะมันสนุกดี สบายใจดี เมื่อถึงวันที่ต้องจริงจังกับชีวิต ก็เลยไปไม่เป็น

บางคนเอาแต่ทำสิ่งไม่สำคัญ แต่มันเร่งด่วน จึงหมดเวลาไปกับการทำงานที่ไม่สร้างผลลัพธ์กับชีวิต เมื่อนึกได้ จึงเสียดายเวลาที่ผ่านไป

บางคนชีวิตมีแต่เรื่องสำคัญที่เร่งด่วน เจอแต่ความเครียดสะสมทุกวันทั้งวัน ผลคือเส้นเลือดในสมองแตก ก็มีให้เห็นบ่อยไป


สิ่งที่คนจำนวนหนึ่งพลาดไปก็คือ มักเป็นคนมองอะไรสั้น ๆ ไม่หวังผลระยะยาว จึงไม่เคยทำสิ่งที่สำคัญ ในวันที่ไม่เร่งด่วน จนเมื่อมาถึงวันที่เร่งด่วน...ก็ไม่ทันเสียแล้ว เช่น เมื่อมีโอกาสงานสำคัญเข้ามา ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

แต่เราไม่ได้ฝึกภาษาไว้แต่เนิ่น ๆ จึงพลาดโอกาสนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

ลองถามตัวเองสิครับว่า อะไรคือ "สิ่งสำคัญในวันที่ยังไม่เร่งด่วน" ของชีวิตเรา? แล้วลงมือทำสะสมไว้เสียตั้งแต่วันนี้...วันที่ยังไม่จำเป็นต้องทำ

เตรียมเสบียงไว้เลี้ยงตัวตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าจะได้ไม่ต้องเครียดยังไงล่ะครับ.



3,675 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot