เปลี่ยนคลื่นความถี่

Updated: Jun 8

1.

ไม่ว่าจะเรียกมันว่ากฏแห่งแรงดึงดูด คลื่นความคิด หรือคลื่นเต่าสะท้านฟ้าอะไรก็แล้วแต่ เมื่อไรที่รู้สึกดวงตก มีแต่โชคร้าย บางทีสิ่งที่เราต้องทำก็คือเปลี่ยน "คลื่นความถี่" แล้วโชคร้ายจะค่อย ๆ หายไป

หลายปีก่อน ตอนที่ชีวิตแย่ ๆ ตอนนั้นผมจมอยู่ในเหตุการณ์ จึงมองไม่เห็นภาพรวม แต่วันนี้พอมองย้อนกลับไป ถึงกับทึ่งตัวเองว่าผ่านมาได้ก็บุญแล้ว เพราะชีวิตช่วงนั้นเป็นดั่งศูนย์รวมความโชคร้าย ครบหมดเรื่องความซวย


ภาพโดย fancycrave1 จาก Pixabay

ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่แย่ ๆ นั้น ผมเจอเหตุการณ์ "เฉียด" อยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น...


หนึ่ง ผมขึ้นรถสองแถว เจอนักเรียนช่างกลเอาปืนจ่อทุกคนบนรถ แล้วตะโกนถามว่า "เฮ้ย! ใครเป็นเด็ก...(ชื่อสถาบันแห่งนึง) บ้างวะ?" / สอง ผมนั่งรถแท็กซี่ เจอขี้เมาขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนสามตามประกบ เพราะไม่พอใจที่แท็กซี่บีบแตรใส่ ขี้เมาขี่ไล่บี้ กะเอาขวดเบียร์ฟาดรถ แท็กซี่ขับหนีอย่างกับหนังแอ็คชั่น / สาม ผมขับรถเข้าซอยแคบๆ คนขับบีเอ็มมาดนักเลงจอดขวาง จึงสาดไฟใส่กันไปมา บีเอ็มเบิ้ลเครื่องเตรียมพุ่งชนรถผม ผมต้องถอยหนีฉีกหลบข้างทาง คนขับบีเอ็มเปิดประตู เดินตรงมาที่รถ ผมคิดว่าผมคงโดนยิงตายแน่ ๆ ...สุดท้ายผมต้องยกมือไหว้ ถึงรอดมาได้

หรือจะเป็นเหตุการณ์อื่น ๆ เช่น ผมเจอเพื่อนเก่าที่ไม่พบกันหลายปี พาผมไปเกือบเสียผู้เสียคนทั้งสุราและนารี ผมเจอทั้งคนเบี้ยวหนี้ ยืมแล้วไม่คืน ผมเจอทั้งอาชีพการงานล่มสลาย รายได้ไม่พอใช้ ต้องเอาข้าวของไปขาย ผมเจอทั้งธุรกิจส่วนตัวที่ล้มละลาย สต็อคบานเบอะ ขายของเก็บเงินไม่ได้ ผมเจอทั้งปัญหาครอบครัว ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย

...และผมเจออีกมากมาย เล่า 3 วันก็ไม่จบ

ความโชคร้ายคือแก๊งอันธพาล เวลามา มันไม่มาคนเดียว

เพียงแต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือ มาถึงวันนี้ผมไม่เคยพานพบเรื่องราวแบบนั้นอีกเลย


คงเพราะอยู่คนละ "คลื่นความถี่" กับโชคร้ายนั้นแล้ว

2.

คำถามก็คือแล้วการเปลี่ยนคลื่นความถี่นั้นต้องทำอย่างไร? ...คำตอบก็คือ เราเปรียบเหมือนเครื่องรับวิทยุที่ปรับการรับคลื่นจากสถานีวิทยุได้ ถ้าเปิดคลื่นสถานีเพลงร็อคสายโหด เราก็จะไม่มีวันได้ฟังเพลงอีสซี่สบาย ๆ จากคลื่นนี้ เพราะเราฟังผิดคลื่น


เพราะฉะนั้นถ้าอยากฟังเพลงเพราะ ๆ เราก็ต้องปรับคลื่นให้ตรงสถานี ซึ่งทำได้ตั้งแต่ปรับอารมณ์ให้อยู่ในโซนบวก หาอะไรทำให้จิตใจแจ่มใส ออกกำลังกาย ออกกำลังใจ ตามมาด้วยเสพสิ่งดี ๆ ที่ให้พลังงานเชิงบวก เช่น หนังสือดี ๆ หนังดี ๆ เพลงเพราะ ๆ เรื่อยมาจนถึง คบคนที่ให้พลังงานดี ๆ กับเรา ไม่ใช่คนที่เอาแต่บ่นถึงปัญหา ไม่ใช่คนที่คิดลบ ดูดพลัง


คนเราเป็นลูกหลานสิ่งแวดล้อม นี่คือเรื่องจริง

เมื่อสะสมพลังได้มากพอ เมื่อปั่นรวมพลังได้มากพอ เราจะเริ่มลอยสูงขึ้นจากคลื่นความถี่ของความซวย ...และไม่พบเจอมันอีกเลย เราจะเจอคนดี ๆ โอกาสดี ๆ งานดี ๆ เงินดี ๆ ไปไหนทางจะสะดวก ไฟเขียวตลอด มีที่จอดรถเสมอ ถ้าดวงเหมือนจะตก กำลังจะร่วงหล่นก็จะมีคนมารับไว้



...เพราะตอนนี้เราเปิดคลื่นสถานีเพลงเพราะ 24 ชั่วโมงแล้ว เพลงร็อคสายโหดจึงไม่มีทางมากล้ำกราย

นี่ไม่ใช่เรื่องไสยศาตร์ จิตใต้สำนึก หรือพลังจักรวาล แต่คือการเปลี่ยน "คลื่นความถี่" ซึ่งความหมายก็คือ เปลี่ยนเรื่องราวที่เราโฟกัส เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ แล้วสมองจะค่อย ๆ มองหาเรื่องดี ๆ เพิ่มขึ้น


แล้วเราจะ "รักดี" มากขึ้น


3.

เกือบทุกคืนผมจะเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกสาวฟัง แต่บางคืนผมจะเปลี่ยนมาเล่า "ตำนาน" ชีวิตของตัวเองให้ฟัง


มีอยู่คืนหนึ่ง ผมนึกสนุก เปลี่ยนจากการเล่านิทานหรือตำนานชีวิต กลายเป็นชวนคุยแทน ผมถามเธอว่า "หนูรู้มั้ยว่าใครคือคนที่หนูคุยด้วยมากที่สุดในทุกวัน?" เธอตอบไล่ชื่อคนในครอบครัวมาทั้งหมด ผมบอกว่าผิด แล้วก็เฉลยว่า "ตัวหนูเองนั่นแหละที่คุยกับตัวเองมากที่สุด"

เหมือนเธอจะไม่ค่อยเข้าใจ ผมขยายความต่อไปว่า "หนูคุยกับตัวเองในใจไง หนูคิดทั้งวันไม่มีหยุด แล้วหนูรู้มั้ยว่าหนูคุยอะไรกับตัวเอง?"


"ไม่รู้อ่ะป๊า" เธอตอบ ผมยิ้มในความมืดของห้องนอน แล้วตอบไป "หนูคุยกับตัวเองเป็นคำบ่นไงลูก"

"หนูบ่นด้วยเหรอป๊า?" เธอนึกไม่ออก "ป๊าเชื่อว่าบางทีหนูก็คงจะนึกบ่นในใจว่าไม่อยากตื่นเลย กำลังฝันดี ไม่อยากอาบน้ำเลย ไม่อยากไปโรงเรียนเลย อะไรแนว ๆ นี้ไง"

"จริงด้วย" เธอยอมรับ "แล้วหนูอยากเป็นคนโชคดี มีแต่เรื่องดี ๆ มั้ยลูก?" ผมถาม เธอตอบว่าอยาก "งั้นหนูต้องเลิกบ่น เพราะคนขี้บ่น ไม่ว่าจะบ่นในใจหรือพูดบ่นออกมา จะมีแต่โชคร้ายเข้ามาหา"


เพราะคนขี้บ่น ไม่ว่าจะบ่นในใจหรือพูดบ่นออกมา จะมีแต่โชคร้ายเข้ามาหา

ผมถามเธออีก "แล้วหนูรู้มั้ยว่าคนส่วนใหญ่ชอบนึกถึงเรื่องอะไรมากที่สุด?" "หนูไม่แน่ใจ เรื่องงานเหรอ?" เธอลองเดาดู "ไม่ใช่หรอกลูก คนส่วนใหญ่ชอบนึกถึงเรื่องที่เขาไม่ชอบ คิดถึงคนที่เขาเกลียด"

ผมยังคงพูดต่อไป "ถ้าหนูรู้ตัวว่าบ่นเมื่อไหร่ ให้หนูเลิกบ่นนะลูก ถ้าหนูรู้ตัวว่าคิดถึงเรื่องที่หนูไม่ชอบ ให้หนูคิดเรื่องอื่นที่หนูชอบ หนูมีเรื่องที่หนูคิดแล้วมีความสุขมั้ย?"

"มีป๊า หนูชอบกินพิซซ่า ชีสยืด ชอบกินกระเทียมเจียว แล้วหนูก็ชอบตอนที่หนูได้ของเล่นใหม่ด้วย"

"นั่นแหละลูก ตอนที่บ่น ๆ ตอนที่นึกเรื่องที่ไม่ชอบ ให้เปลี่ยนมานึกถึงเรื่องที่หนูชอบแทน แล้วถ้าหนูคิดถึงป๊า หนูจะมีความสุขมั้ย?"

"มีสิป๊า" เธอตอบ

"นั่นแหละ งั้นหนูก็คิดถึงป๊าแล้วกัน"

คืนนั้น ผมสรุปให้ลูกสาวฟังอีกทีว่า สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ "เลิกบ่น" ไม่ว่าจะในใจหรือพูดออกมา เพราะมันจะทำให้โชคร้ายยิ่งเข้ามาหา การบ่นคือการสั่งให้สมองมองว่าเรื่องนี้สำคัญ​ เราจึงยิ่งเจอสิ่งที่เราไม่ชอบมากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น เลิกคิดถึงเรื่องที่ไม่ชอบ ให้คิดถึงเรื่องที่ชอบ คิดแล้วมีความสุขแทน


ผมถามเธอว่าเข้าใจมั้ย เธอตอบรับในความมืดว่าเข้าใจ แล้วผมก็ kiss goodnight ส่งเธอเข้านอน

ไม่รู้หรอกว่าในที่สุดแล้ว ลูกสาวจะเข้าใจในสิ่งที่ผมเล่าหรือเปล่า


แต่ถ้าเข้าใจ ผมเชื่อว่าเมื่อโตขึ้นเธอจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักจัดการตัวเองเมื่อความทุกข์มาเยือน.

 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot