คิดบนกระดาษ...วาดความจริงให้ความฝัน

Updated: Nov 30, 2020

1.

ถ้าเราเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ เราจะมีแต่ความฝัน...แต่ไม่มีแผนการ ถ้าเราเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ ความฝันที่ว่านั้น...มักเลื่อนลอย ไม่สมเหตุสมผล บางทีก็ขัดแย้งกับฝันอันอื่น ๆ ของเรา

ภาพถ่ายโดย Karolina Grabowska จาก Pexels

ถ้าเราเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ เราจะไม่เริ่มทำแม้สักอย่างเพื่อความฝัน ด้วยข้ออ้างที่ฟังขึ้นสำหรับตัวเราเอง ยังไม่พร้อม กลัว มีภาระ ไม่กล้าเสี่ยง อื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้เราไม่รู้สึกผิด...แล้วไม่นานความฝันนั้นก็จางลงไป


ได้แต่ยอมรับความจริงว่า...มันก็เป็นแค่ความฝันเท่านั้น


คำถามก็คือ ถ้าไม่อยากเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ ถ้าอย่างนั้นเราต้องทำอย่างไร? คำตอบก็คือ เราต้องทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำกัน เราต้องทำ 3 ข้อดังต่อไปนี้ 1 .มีแผนการเพื่อบรรลุความฝัน 2. ฝันสมเหตุสมผล ไม่สับสนในตัวเอง และ 3. เลิกที่จะมีข้ออ้างต่าง ๆ นานา


นี่คือ 3 ข้อที่เราจะทำต่างจากคนอื่น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ต่างจากคนอื่น


2.

ผมเองชอบวิธี "คิดบนกระดาษ" เพราะมันกำจัดความฟุ้งซ่านได้ดี การเขียนคือการรวบรวมความคิดที่กระจัดกระจายให้เข้าที่เข้าทาง เพราะถ้าเรายังคิดไม่รู้เรื่อง เราก็จะเขียนไม่รู้เรื่อง


ใครสนใจอยากลองฝึกคิดบนกระดาษบ้าง ให้ลองทำดังนี้ครับ หากระดาษเปล่ามาหลาย ๆ แผ่น เอาแบบไม่มีเส้น เตรียมดินสอหรือปากกาก็ได้ สำคัญที่สุดที่ต้องเตรียมก็คือ "ใจโล่ง ๆ ที่กล้าคุยตรง ๆ กับตัวเราเอง"


จากนั้นให้ลองเขียนถามตัวเอง 5 ข้อดังต่อไปนี้


1. ฉันอยากมีชีวิตแบบไหน?

อยากอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ทำงานอะไร ลักษณะงานเป็นแบบไหน ข้องเกี่ยวกับผู้คนมากหรือน้อย ตัวอย่างเช่น ฉันชอบทำงานคนเดียว ชอบสร้างสรรค์งานศิลปะ ชอบอยู่ชนบท ห่างไกลความวุ่นวาย หรือไม่ก็...ฉันชอบเจอผู้คน ชอบคนเยอะ ๆ ชอบอยู่ในเมือง ชอบความบันเทิง แล้วแต่ความชอบของแต่คนละคนครับ ไม่มีผิด ไม่มีถูก


จากนั้นเขียนถามตัวเองต่อไปอีกว่า...


2. อาชีพอะไรบ้างที่ให้ไลฟ์สไตล์แบบนั้นกับฉัน? เพราะชีวิตนั้นต้องใช้เงิน อยากได้ไลฟ์สไตล์ แต่ถ้าไร้สตางค์ แบบนั้นคงยากที่จะมีชีวิตแบบที่อยาก ได้แต่ฝันกลางวันเรื่อยเปื่อย คำถามนี้จึงสำคัญมาก ถ้ายังคิดอาชีพนั้นไม่ออก อาจต้องค้นคว้า สอบถาม จะถามคนใกล้ตัว จะโพสต์ถาม จะอ่านตามกระทู้ก็ได้ อาชีพนั้นต้องมีอยู่แน่นอน


พอได้ลักษณะอาชีพคร่าว ๆ แล้ว ทีนี้ให้เขียนถามตัวเองต่อไปอีกครับว่า...


3. มีแผนการอย่างไรบ้าง เพื่อให้ฉันได้ทำอาชีพที่มีไลฟ์สไตล์แบบนั้น?


เช่น ลองติดต่อคนรู้จักที่ทำอาชีพนั้น ลองสอบถามลู่ทางเขาดูว่าทำอย่างไรจึงจะได้ทำงานนี้ ต้องเรียนจบอะไรมา ต้องเริ่มงานอย่างไร ลอฝไปเป็นลูกมือลูกจ้างเขาก่อน ลองศึกษาเล่าเรียนเพิ่มเติม หรือไม่ก็ลองสร้างงานนั้นขึ้นเองเลย


ตรงนี้เองที่หลายคนตายในด่านแรก นั่นคือ...สิ้นหวังทันทีที่นึก ฉันทำไม่เป็น ฉันไม่รู้จะไปถึงจุดนั้นได้อย่างไร แค่คิดก็ท้อแล้ว ...ทั้งที่ความจริง เรื่องพวกนี้ต้องใช้เวลา ไม่มีหรอกครับชีวิตเปลี่ยนชั่วข้ามคืน ลองหาแผนการให้ได้สัก 3-4 แผน ระดมสมองหาหนทางให้เยอะที่สุด แล้วลองเลือกมาสักทางที่ไม่ยากมาก ไม่อย่างนั้นอาจจะหมดกำลังใจไปก่อน


เมื่อพอจะได้แผนการแล้ว จากนั้นให้เขียนถามตัวเองต่อไปอีกครับว่า...


4. มีอะไรบ้างที่ยังดูไม่สมเหตุสมผล?


บางทีเราฝันใหญ่มาก ทั้งที่ตอนนี้ความสามารถยังไม่ถึง 1% หรือบางทีก็ฝันสับสน เช่น ไม่ชอบพบเจอคน แต่กลับเลือกอาชีพที่ต้องเจอคนเยอะแยะ หรือบางทีก็ฝันไม่อยู่บนความจริงเอาเสียเลย เช่น อยากทำงานติสต์ แต่ไม่เคยคิดหารายได้


เคลียร์ความสับสนตรงนี้ให้หายฝุ่นตลบก่อนครับ วิธี "คิดบนกระดาษ" ช่วยได้มาก เพราะถ้าเราซื่อสัตย์กับตัวเองมากพอ เราจะแกะความไม่สมเหตุสมผลทิ้งไปได้เยอะ


เมื่อกำจัดความไม่สมเหตุสมผลแล้ว จากนั้นก็ให้เขียนถามตัวเองต่อไปในคำถามสุดท้ายว่า...


5. มีข้ออ้างอะไรที่ฉันยังไม่ลงมือทำ?


เขียนเหตุผลต่าง ๆ ออกมาให้หมด แล้วพิจารณาว่านั่นคือเหตุผลหรือข้ออ้าง? ถ้าเป็นข้ออ้าง ก็ขีดฆ่าทิ้ง แล้วเริ่มลงมือทำในสิ่งที่พอทำได้เลย ย้ำว่า...เริ่มลงมือทำในสิ่งที่พอทำได้เลย ไม่ต้องรอเล่นชุดใหญ่ไฟกะพริบ ให้เริ่มแบบจิ๊บ ๆ ไปก่อน


แล้วมันจะเกิดแรงส่ง พาเราไปข้างหน้าเอง


3.

ลองนำไปใช้ดูนะครับ ผมเองก็ทำแบบนี้กับชีวิตตัวเอง เลือกไลฟ์สไตล์ที่อยากได้ก่อนเพื่อเป็นโจทย์ จากนั้นมองหาอาชีพเพื่อมารองรับไลฟ์สไตล์นั้นให้มีชีวิตอยู่ได้บนความจริง วางแผนการ ลงมือทำเท่าที่ทำได้ แล้วชีวิตจะค่อย ๆ ประกอบร่างขึ้นเอง


ความฝันไม่ใช่ไร่ จะได้ทำแบบเลื่อนลอย อย่ายอมรับความจริงว่ามันแค่ความฝัน แต่จงลงมือเพื่อทำให้ฝันเป็นจริง


เชื่อมั้ยครับ ...มีคนส่วนน้อยที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ เพราะมันค่อนข้างยาวมาก ยุคนี้ไม่ค่อยมีใครอ่านอะไรยาว ๆ แบบนี้กันแล้ว


เชื่อมั้ยครับ ...มีคนส่วนน้อยลงไปอีกที่อ่านจบแล้ว ลองใช้วิธี "คิดบนกระดาษ" หากระดาษปากกามาเขียนจริง ๆ จัง ๆ คนส่วนใหญ่แค่อ่านผ่านข้อเขียนนี้แล้วก็ผ่านเลย


เชื่อมั้ยครับ ...มีคนส่วนน้อยยิ่งกว่าน้อยลงไปอีก ที่ลอง "คิดบนกระดาษ" เขียนเสร็จแล้ว "ลงมือทำ" จริง ๆ ทำจนกว่าจะได้ฝันนั้นมาครอบครอง


คุณจะเป็นคนส่วนน้อยในแบบไหน อ่านจบ ไม่ลงมือเขียนความคิด / ลงมือเขียนความคิด แต่ไม่ลงมือทำ / ลงมือทำ แต่ทำไม่ทน ท้อแท้ไปเสียก่อน / หรือจะเป็นคนส่วนน้อยแบบที่ อ่าน เขียน ลงมือทำจนกว่าจะสำเร็จ


คุณจะเป็นคนส่วนน้อยในแบบไหน คุณเลือกได้เองครับ


ผมมาส่งคุณได้ถึงแค่บรรทัดนี้เท่านั้น.


6,624 views0 comments
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png