บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 17 : ความมั่นคงไม่ได้อยู่ที่บริษัท

"เงินเดือนของเราคือรายจ่ายของบริษัท"

ใครที่เข้าใจในประโยคนี้

เขาคนนั้นจะตั้งอยู่บนความไม่ประมาท

และเร่งพัฒนาตัวเอง


ข้อดีของเงินเดือนคือให้ความมั่นคง

แต่ข้อเสียก็คือทำให้ใครหลายคนเฉื่อยชา


คนส่วนใหญ่ เมื่อทำงานไปสักพัก

ก็จะเริ่มหยุดพัฒนาตัวเอง

ลืมนึกไปว่าซอฟท์แวร์ที่ไม่อัพเดท

ไม่นาน ก็จะถูกเลิกใช้ในที่สุด


และเพราะเงินเดือนนั้นให้ความมั่นคง

มันจึงยิ่งดับเบิ้ลความเสี่ยง

เพราะทำให้เราคิดฝากชีวิตไว้กับบริษัท

ไม่เคยคิดหา "ทางเลือก"

ที่จะกลายเป็น "ทางรอด" เมื่อยามคับขัน


...มีอยู่สองครั้งในชีวิตที่ผมถูกเลิกจ้าง

เพราะบริษัทเกิดวิกฤต จึงต้องลดค่าใช้จ่าย

โชคยังดีที่ผมขุดบ่อไว้ตั้งแต่ยังไม่หิวน้ำ


บริษัทไม่ผิด เป็นใครก็ต้องทำแบบนั้น

แต่เราต่างหากที่เตรียมตัวอย่างไรไว้บ้าง?


รีบพัฒนาทักษะในอาชีพที่ทำอยู่ ไปเรียนทักษะอื่น ๆ เพิ่มเติม

เรียนพูด เรียนเขียน เรียนนู่นนั่นนี่

หางานพิเศษทำในวันหยุดหรือหลังเลิกงาน

ศึกษาด้านการลงทุน ฯลฯ


เพราะความมั่นคงไม่ได้อยู่ที่บริษัท แต่ความมั่นคงอยู่ที่ตัวเรา เรามีความสามารถมากเท่าไหร่ ก็มั่นคงมากเท่านั้น

เมื่อวันที่บริษัทเกิดวิกฤต

เราและครอบครัวจะต้องไม่วิกฤตตาม


ซึ่งทั้งหมดแก้ไขได้ด้วย

"พัฒนาความสามารถตัวเอง"

และ "ต้องมีรายได้หลายทาง"


8 ชั่วโมงที่ทำงานในออฟฟิศ

ทำให้อยู่รอดไปได้หนึ่งเดือน

แต่เวลาหลังจากเลิกงาน

นั่นคือเวลาที่ใช้เปลี่ยนชีวิตเรา


ด้วยความเคารพในทุกอาชีพ

แต่งานประจำนั้นเปลี่ยนชีวิตได้ยาก

เพราะถูกออกแบบให้มั่นคงเกินไป

สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจึงหายหมด


ในขณะที่ชั่วโมงหลังเลิกงาน

จะดึงสัญชาตญาณนั้นออกมาอีกครั้ง


ไม่ใช่ชวนลาออก ไม่ได้บอกว่างานประจำไม่ดี

แต่เราน่าจะทำอะไรเพิ่มเติม

หลังจากที่งาน "เลี้ยงชีวิต" จบครบ 8 ชั่วโมง

เพราะเวลาหลังเลิกงาน

อาจเป็นเวลาที่ "เปลี่ยนชีวิต" เราได้



อีกเรื่องหนึ่งที่ควรตระหนักไว้

...อย่าเป็นวงกลมที่อยู่ในวงกลมของคนอื่น


ถ้าคนหนึ่งคน เปรียบเหมือนวงกลมหนึ่งวง

ทุกคนก็คือวงกลมที่สวนกันไปมา

บางคนวงกลมเล็ก บางคนวงกลมใหญ่

เมื่อผ่านมารู้จัก ทักทาย สนิทสนม

วงกลมก็เริ่มมีบางส่วนทับซ้อนกัน

แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน


ปัญหาก็คือ บางคนกลับทำตัวเล็กลีบ

เข้าไปเป็นวงกลมเล็ก ๆ ในวงกลมของอีกคน

ให้วงกลมของคนอื่น ครอบคลุมวงกลมของเรา


บางคนอาจจะนึกไม่ออกว่าผมกำลังพูดถึงอะไร?

ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้


พนักงานที่ฝากทั้งชีวิตไว้กับบริษัท

บริษัทที่มีลูกค้ารายใหญ่เพียงรายเดียว

เหล่านี้คือตัวอย่างของการเอาวงกลมของเรา

เข้าไปอยู่ในวงกลมคนอื่นทั้งวง


ทั้งที่จริงความสัมพันธ์นั้น

มีได้ทั้งแบบ "ต่างฝ่ายต่างพึ่งพา"

และแบบ "พึ่งพิงอยู่ฝ่ายเดียว จนแทบจะล้มทับ"


แบบแรกคือวงกลมสองวงที่ซ้อนกัน

ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ต่างพึ่งซึ่งกัน


แบบที่สองคือวงกลมเล็ก ในวงกลมใหญ่

วงกลมเล็กอาจอุ่นใจ แต่ก็เสี่ยงแบบไม่รู้ตัว

ส่วนวงกลมใหญ่ ก็อึดอัดที่ถูกพิงตลอดเวลา


ความสัมพันธ์ที่จะยืดยาวได้นั้น

ระดับของสองฝ่ายต้องเท่า ๆ กัน

ต้องไม่มีใครรู้สึกว่าถูกพึ่งพิงจนเกินไป


...อย่าเป็นวงกลมที่อยู่ในวงกลมของใคร

แต่จงเป็นวงกลมที่ซ้อนทับกันบางส่วน


อย่าทำตัวเป็นวงกลมเล็กลีบ

แต่จงขยายวงกลมของเราออกไป

เพื่อพบกับวงกลมวงใหม่ ๆ

ที่จะมาซ้อนทับกันกับเราอีกบางส่วน


แล้วเราจะรู้สึกควบคุมชีวิตได้

แล้วเราจะไม่รู้สึกว่าฝากชีวิตไว้ที่ใคร


เพราะชีวิตของเรา

ย่อมสมควรอยู่ในวงกลมของเราเอง


#บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด

 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot