ยุคแห่งการพัฒนาตนเอง

Updated: Jun 8

1.

หลายปีก่อน ผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือยอดเยี่ยมเล่มหนึ่ง มีชื่อว่า "Good Leaders Ask Great Questions" เขียนโดย John C. Maxwell (ปัจจุบันมีแปลเป็นภาษาไทยแล้ว) ในเล่มเต็มไปด้วยคำถามคุณภาพ ชนิดที่อ่านแล้วต้องหยุดคิด แล้วเอามาถามตัวเราเองบ้าง


ภาพถ่ายโดย Anna Shvets จาก Pexels

ในเล่ม มีทั้งคำถามที่คนอื่นถามผู้เขียน แล้วชีวิตเปลี่ยน คำถามที่ผู้เขียนถามคนอื่น แล้วชีวิตเปลี่ยน รวมทั้งอีกหลายคำถามที่คนเป็นผู้นำควรถามตัวเอง และถามคนในทีม

ผมเองเป็นคนเชื่อในเรื่องของ "พลังการตั้งคำถาม" มานานแล้ว ถ้าเราถามคำถามดี เราจะได้คำตอบที่ดีเสมอ แต่ถ้าเราถามคำถามไม่ดี เราก็จะได้คำตอบที่แย่เสมอ

เช่น ถ้าเราถามว่าทำไมชีวิตฉันมันแย่อย่างนี้วะ? คำตอบที่เราคิดได้ในหัว ก็จะมีแต่เรื่องที่มาสนับสนุนว่า เห็นมั้ย นั่นไงล่ะ ชีวิตฉันมันแย่เพราะคนนั้น เพราะเรื่องนี้ ใช่สิ! ก็ฉันมันไม่เก่ง ฉันมันดวงซวย ที่ทำงานห่วย เจ้านายไม่ดี


หลักฐานและเรื่องราวสนับสนุนความย่ำแย่ต่าง ๆ จะลอยมาเพียบ จนทำให้เรายิ่งเชื่อว่าชีวิตมันแย่จริง ๆ ด้วย

แต่ในสถานการณ์เดิม ถ้าเราถามตัวเองใหม่ว่า

"ทำอย่างไรฉันจึงจะหลุดออกจากสภาพชีวิตแบบนี้?”

พอถามแบบนี้ หัวสมองจะเริ่มทำงานต่างออกไป สมองจะพยายามค้นหาคำตอบ คิดหาทางออก ซึ่งแม้ในตอนแรกอาจจะยังนึกไม่ออก แต่ถ้าไม่หยุดถาม ...เราก็จะได้คำตอบสักวันหนึ่ง

2.

John C. Maxwell เล่าไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า ครั้งนึง เขาเคยถูกโค้ชในสัมมนา ถามเขาว่า "คุณได้วางแผนการเพื่อพัฒนาตัวเองไว้บ้างหรือเปล่า?" เขาบอกว่านี่คือหนึ่งในคำถามที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล ...เพราะเขาไม่เคยวางแผนชีวิตไว้สักนิดเลย

ในเวลาต่อมา เขาจึงเพิ่งเข้าใจว่า การพัฒนาตัวเองไม่ได้อยู่ดี ๆ ก็เกิดขึ้นเอง แต่เราต้องวางแผนให้มันเกิดขึ้น

ไม่ว่าจะอ่านข้อเขียนนี้ในเดือนไหน จะต้นปี กลางปี หรือกำลังจะหมดปี คำถามที่เราควรถามตัวเองก็คือ "ฉันได้วางแผนการเพื่อพัฒนาตัวเองไว้บ้างหรือเปล่า?"

ให้ผมพูดกี่ทีก็ได้ครับว่า ไม่มีการลงทุนอะไรที่จะคุ้มค่าไปกว่าการลงทุนในตัวเอง" และถ้าเราลงทุนถามคำถามดี ๆ กับตัวเอง เราก็ย่อมได้ผลตอบแทนเป็น "คำตอบคุณภาพ" และเมื่อได้คำตอบคุณภาพ ...ก็ย่อมได้ชีวิตคุณภาพตามมา


3.

ราล์ฟ วัลโด อีเมอร์สัน คือ นักคิด/นักเขียนที่มีชีวิตเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว เขาเป็นเพื่อนสนิทกับ เฮนรี เดวิด ทอโร

นักคิด/นักเขียนที่ชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้กันในยุคนั้น

ว่ากันว่า เวลาที่ทั้งสองคนนี้เจอกัน เขาจะทักกันด้วยประโยคว่า

"ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่เราเจอกัน นายได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ บ้าง?"

ผมไม่รู้หรอกครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องสมมติ แต่มันให้แง่คิดได้ดีจริง ๆ เพราะวิธีเดียวที่จะทำให้เรารู้ว่าเราก้าวหน้าหรือถอยหลัง ก็คือ "การตรวจสอบตัวเองอยู่เสมอ"



คำถามที่น่าสนใจก็คือ โดยส่วนใหญ่แล้ว... "เราชอบหาความรู้ใส่ตัว หรือมัวเป็นกระดาษก๊อปปี้? ลอกตัวเองเมื่อปีแล้ว เก่งเหมือนเก่า รู้เท่าเดิม"

"ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่เราเจอกัน นายได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ บ้าง?" จึงเป็นคำถามคุณภาพที่ผมชอบมาก เพราะนำมาปรับใช้ถามตัวเองได้ตามกรอบเวลาที่เราต้องการ

เช่น ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ บ้าง? ตลอดทั้งปีนี้ เราหวังจะได้เรียนรู้เรื่องอะไรใหม่ ๆ บ้าง? ตั้งแต่มาทำงานอยู่ที่บริษัทนี้ เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง? ฯลฯ

4.

หนึ่งในวิธีที่ดีมาก ๆ ในการพัฒนาตัวเอง ก็คือการหา "เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจ" ที่รักและหวังดีกับชีวิต มาช่วยพัฒนาตัวเองไปด้วยกัน

นอกจากเราจะมีเพื่อนที่คอยถามว่า "เฮ้ย! เย็นนี้กินข้าวร้านไหนกันดี?" ผมคิดว่าเราน่าจะมีเพื่อนอีกประเภท ก็คือเพื่อนที่คอยถามกระตุ้นเราว่า "เฮ้ย! พัฒนาตนเองไปถึงไหนแล้ว? ช่วงนี้เรียนรู้เรื่องอะไรอยู่?" ...ฟังดูอึดอัด แต่เชื่อสิ เพื่อนแบบนี้จะทำให้เราเติบโต

ถ้าคุณยังหาเพื่อนแบบนั้นไม่ได้ ผมชื่อ "บอย วิสูตร" นะครับ ผมขอเป็นเพื่อนประเภทที่จะคอยถามคุณอยู่เรื่อย ๆ ว่า

"ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่เราเจอกัน คุณได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ บ้าง?"

รับผมเป็นเพื่อนคุณสักคนได้ไหมครับ?


5.

ยุคนี้คือ "ยุคแห่งความรู้" อย่างแท้จริง ความรู้ในโรงเรียนกำลังถูกท้าทาย (และคนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง กำลังถูกทิ้งห่างออกไปทุกที ๆ) เพราะเราอยู่ในยุคที่ผมอยากเรียกว่า "ยุคพัฒนาตนเอง"

ทุกวันนี้ถ้าเราอยากรู้อะไรสักเรื่อง เรามีทั้งอาจารย์กู (เกิ้ล) อาจารย์ยู (ทูบ) อาจารย์วิ (กิพีเดีย) ความรู้แทบจะทะลักทลายเป็นเขื่อนแตก ...เด็กฝรั่งนั้น สามารถเรียนสิ่งที่อาจารย์สอนทุกระดับชั้น จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยดัง ๆ ผ่านเว็บไซต์มากมาย

ผมเจอวิดีโอความรู้ดี ๆ ในยูทูบที่ดูทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด ผมค้นเจอเว็บไซต์ความรู้ดี ๆ ที่เข้าท่ามหาศาล หรือถ้าอยากได้หนังสือสักเล่ม ก็ไม่ต้องเดินออกไปซื้อ แค่คลิกเดียว ไฟล์หนังสือก็มาอยู่ตรงหน้า

พูดตรง ๆ ยุคนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่ไม่ถูกสอนไว้ ขอเพียงแต่เรา "รู้ว่าเราอยากรู้เรื่องอะไร" เท่านั้นเอง ...และทั้งหมดที่ว่ามา ถ้าอ่านหรือฟังภาษาอังกฤษออก ห้องสมุดความรู้ของเราก็จะใหญ่มาก


วันนี้เรากำลังแข่งกับคนทั้งโลก ...ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้น เขื่อนความรู้กำลังแตกทะลัก และ "ความรู้" ก็คือ "ทุน" ของยุคนี้ ...ย้ำอีกทีว่าเรากำลังอยู่ใน "ยุคพัฒนาตนเอง"

ใครหยุดศึกษาหาความรู้ ไม่นานจะถูกทิ้งไว้จนไม่เห็นฝุ่น

ความรู้ที่เรียนในโรงเรียนมันอายุสั้น โลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน (และวันละหลายครั้ง) อย่าให้หนังสือเล่มสุดท้ายที่อ่านคือวิชาสุดท้ายที่สอบตอนเรียนจบ เพราะความรู้แบบนั้น...มันล้าหลังไปนานแล้วครับ


6.

"ฉันได้วางแผนการเพื่อพัฒนาตัวเองไว้บ้างหรือเปล่า?"

ถ้าวางแผนแล้ว จงลงมือทำ ปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม

แต่ถ้ายังไม่ได้วางแผน ...วางแผนสิครับ จะรออะไร?

 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot