ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่? ในยุคที่งานหายากขึ้น

ผมมีคำถามครับ...

สมมติว่าถ้าวันนี้

เราไม่สามารถทำงานหาเงินได้

ไม่ว่าจะเป็นเพราะป่วยหนัก

ตกงานกะทันหัน ไม่ทันตั้งตัว

หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่


...เอาเป็นว่าหาเงินไม่ได้ก็แล้วกัน


คำถามก็คือ

เรามีเงินเก็บพอใช้ไปอีกกี่เดือน? กี่ปี?


บางคนอาจคิดขำในใจ

กี่เดือนกี่ปีอะไรกัน

ถามว่าอยู่ได้อีกกี่วันจะดีกว่า

ทุกวันนี้ใช้เดือนชนเดือน

มีเงินเก็บที่ไหนกันเล่า


แต่ผมว่าไม่ขำนะครับ...นี่ชีวิตจริง

ถ้าตามสูตรนักวางแผนการเงิน

เขาจะแนะนำว่า


ควรมีเงินเก็บสำรอง ให้พอใช้อย่างน้อย 1 ปี แม้ไม่มีงานทำ

เมื่อก่อนอาจแนะนำ 3-6 เดือน

แต่ยุคนี้งานหายากขึ้นเรื่อย ๆ

อาจใช้เวลานานในการหางานใหม่

Image by 3D Animation Production Company from Pixabay

จากคำแนะนำเรื่องเงินเก็บ

ถ้าอย่างนั้นเรามาลองสมมติกัน


สมมติว่าเรามีเงินเดือน 20,000 บาท

หายใจเบา ๆ ใช้เดือนละ 10,000 บาท

(อันนี้สมมติแบบประหยัดสุด ๆ แล้วนะ

จริง ๆ เราก็รู้ว่าใช้มากกว่านั้นเยอะ)

แปลว่าจากตัวอย่างนี้

และจากคำแนะนำว่าต้องมีเงินเก็บ

ให้พอใช้ได้ไปอีกอย่างน้อย 1 ปี

เราจะต้องมีเงินเก็บเท่ากับ

10,000 บาท x12 เดือน

หรืออย่างน้อย 120,000 บาท


จากจุดนี้ คุณอาจเคยได้ยินคำแนะนำนี้


เก็บเงินให้ได้อย่างน้อย 10% ของรายได้ทุกเดือน

นั่นแปลว่า

ถ้าเรามีเงินเดือน 20,000 บาท

เราเก็บเงินเดือนละ 10%

ก็จะเท่ากับเดือนละ 2,000 บาท


เพราะฉะนั้นถ้าจะเก็บให้ 120,000 บาท

ก็จะต้องใช้เวลา 60 เดือน หรือ 5 ปี!


ย้ำอีกทีว่า

นี่ขนาดสมมติว่าใช้เดือนละ 10,000 บาท

แต่ถ้าเราใช้เดือนละ 15,000 บาท

เก็บเงินสำรองเดือนละ 2,000 บาท

จะต้องใช้เวลาเก็บถึง 7.5 ปี


จริงอยู่ 5 ปี รายได้เราอาจเพิ่มขึ้น

แต่อย่าลืมว่ารายจ่ายก็เพิ่มเป็นเงาตามตัว


เพราะฉะนั้นหักลบความคลาดเคลื่อนตรงนี้ไป

"5 ปี" จึงสะท้อนความเป็นจริงได้พอสมควร


สรุปง่ายก็คือ

เราต้องใช้เวลา 5 ปีจึงจะมีเงินสำรอง

เพียงพอใช้ได้ไปอีก 1 ปี แม้ไม่มีงานทำ

ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายของคนส่วนใหญ่


เรื่องนี้ให้บทเรียน 2 ข้อครับ


บทเรียนข้อที่ 1

กว่าจะมีเงินเก็บนั้นใช้เวลา

จงอย่าได้ชักช้าชะล่าใจ


บอกแบบนี้ไม่ได้แปลว่าให้เลิกเก็บ

แต่เราทำได้ 2 แบบในการเก็บเงิน


แบบที่ 1

เก็บเงินให้มากกว่า 10%

จะได้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้น


แน่นอนว่ามันอึดอัดรัดตัว

เคยใช้เงินเท่านี้ จากนี้ต้องประหยัด


แต่ถ้าฝึกนิสัยนี้ตั้งแต่รับเงินเดือนเดือนแรก

ผมคิดว่ามันจะง่ายขึ้นมาก

เพราะตอนนั้นยังไม่เป็นเหยื่อความโก้หรู


เห็นเงียบ ๆ ตังค์เพียบนะครับ

หรือเห็นเพียบ ๆ ตังค์เงียบนะครับ

อยากได้แบบไหน...เราเลือกได้เอง


แบบที่ 2

หารายได้เพิ่มหลังเลิกงาน

จะได้ถึงเป้าหมายเร็วขึ้น


แน่นอนว่ามันเหนื่อย

เคยหลังเลิกงานเดินกินเที่ยว

จากนี้ต้องทำงานสร้างชีวิต

เพราะฉะนั้นต้องเริ่มต้นขยัน

ทำสองงานตั้งแต่วัยที่ยังมีแรง

อย่ารักความสบายเร็วเกินไปนัก

ถ้าชีวิตยังลำบาก ย่อมไม่มีสิทธิ์ขี้เกียจ


หนทางลำบาก มักนำไปสู่ความสบาย

หนทางสบาย มักนำไปสู่ความลำบาก

อยากได้แบบไหน...เราเลือกได้เอง


บทเรียนข้อที่ 2

เงินเก็บสำรองจะยิ่งยาก

...ถ้าหากมีหนี้สินล้นตัว


เมื่อมีหนี้ที่ต้องจ่ายทุกเดือน

แปลว่าหากรายได้หยุด รายจ่ายมันก็ไม่หยุด

โจทย์ที่จะมีเงินเก็บสำรองจึงยิ่งยากขึ้น


เพราะมันไม่ใช่เงินเดือน 20,000 บาท

เดิมทีเคยใช้เดือนละ 15,000 บาท

พอตกงาน ใช้เดือนละ 10,000 บาทก็พอ


แต่สำหรับคนมีหนี้

เงินเดือน 20,000 บาท

มักใช้เกิน 20,000 บาททุกเดือน

ไม่ว่าจะตกงานหรือไม่

ฉันก็ต้องจ่ายเกิน 20,000 บาทนี่แหละ


ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ

เราอยู่ในยุคที่ถูกยั่วยวนให้เป็นหนี้ กู้ให้กูดูดี

ใครรู้ไม่เท่าทัน ก็เป็นหนี้ตั้งแต่ทำงานใหม่ ๆ


ผ่อนรถมาขับไปกินอาหารร้านชิค ๆ

ซื้อมือถือถ่ายรูปสวยตอนเที่ยวเมืองนอก

อยู่คอนโดหนึ่งห้องนอน...ผ่อนทั้งชีวิต


เรามีปัญญาจ่ายให้สิ่งเหล่านี้ได้

เพราะมันสนองความสุขตอนนี้เลย


แต่การเก็บเงิน เป็นเรื่องที่ "เอาไว้ก่อน" เพราะเป็นเรื่องระยะยาวเกินไป

เพราะฉะนั้นจากนี้

ต้องเริ่มตัดรายจ่ายไม่จำเป็น

มีหนี้ รีบเคลียร์ให้หมด งดสร้างหนี้ใหม่

อย่าเห็นแก่ความสุขระยะสั้น


เขียนเสียยืดยาว

ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ

เป็นห่วงคนไม่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย


บทวิกฤตชีวิตจะมา มันมาแบบไม่ให้ตั้งตัว

ถ้าเราไม่เตรียมจุดนี้ไว้ก่อน

แล้วใครจะเตรียมให้เรา?


มีเงินเก็บให้พอใช้

อย่างน้อย 1 ปี แม้ไม่มีงานทำ

สมองจะมีพื้นที่ให้คิดสร้างสรรค์

เพราะรู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องกังวล


ไม่ง่ายหรอกนะครับ ที่เขียนมาทั้งหมด

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องยากหรือง่าย

มันเป็นเรื่องจำเป็นที่เราทุกคนต้องทำ


อย่าให้ตัวเราในอนาคต

นึกโทษตัวเราเองในอดีต

ที่รู้อย่างนี้น่าจะเก็บเงินตั้งแต่ตอนนั้น


ตัวเราในวันนี้

ต้องเริ่มลงมือเก็บเงินเติม

ต้องลุยหารายได้เพิ่มได้แล้วครับ

7,422 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot