3 วิธีแก้ชงที่ได้ผลครบถ้วนทุกมุม

Updated: Aug 31

เป็นประจำทุกปี ที่เรามักจะได้ยินเรื่อง "ปีชง"

ปีนี้ราศีนี้รุ่ง ปีนี้ราศีนี้ดวงไม่ดี ต้องแก้ปีชง

ตามศาลเจ้า ตามวัดมีให้เห็นกันทั่ว


เรื่องปีชง จะจริงหรือไม่จริง

ผมขอไม่พูดถึงก็แล้วกันครับ

ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

...ไม่ขอก้าวล่วง


เพียงแต่มีอยู่ 2 ประเด็น

ที่ผมนึกถึงเมื่อได้ยินเกี่ยวกับ "ปีชง"

จึงอยากชวนพวกเราคุยครับ


ภาพโดย Rudy and Peter Skitterians จาก Pixabay

ประเด็นแรก

สิ่งใดที่เราให้ความสำคัญ

เราจะมองเห็นสิ่งนั้นบ่อยขึ้น


เช่น หากเรากำลังอยากได้เบนซ์สีขาว

เราจะเห็นเบนซ์สีขาวบ่อยเป็นพิเศษ


สาเหตุไม่ใช่กฏแรงดึงดูด พลังจักรวาล

หรือเขาแจกเบนซ์ฟรีให้ขับเล่นเต็มถนน


แต่เป็นเพราะสมองคืออวัยวะที่ใช้พลังงานสูง

จึงต้องประหยัดพลังงานด้วยการ "เลือกโฟกัส"


สมองโฟกัสเฉพาะสิ่งที่สำคัญ

สิ่งที่ไม่สำคัญจึงขอละเลยไว้ในฐานที่เข้าใจ

เนื่องจากหากให้ความสำคัญทุกอย่างเท่ากัน

สมองจะใช้พลังงานมาก และเราก็อาจบ้าตาย


ให้ลองคิดเหมือนกล้องมือถือ หน้าชัดหลังเบลอ

สมองก็ทำงานประมาณนั้น เห็นเฉพาะที่สำคัญ


เราซึ่งเป็นนายของสมอง เมื่อรู้สึกว่าสิ่งไหนสำคัญ

สมองจะบังคับตา ให้มองเห็นเรื่องนั้นเป็นพิเศษ


ระบบของสมองส่วนนี้เรียกว่า

Reticular Activating System (RAS)

(ลอง google อ่านเพิ่มเติมดูได้ครับ)

ประเด็นที่น่าคิดก็คือ "สิ่งสำคัญ" ที่ว่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องดี ๆ

ขอแค่เป็นเรื่องที่เรานึกถึงบ่อย ๆ

สมองก็จะสั่งให้ตามองเห็นเป็นพิเศษ


ทีนี้พอนึกออกไหมครับว่า

ทำไมถึงคราวซวย เราจึงเห็นแต่เรื่องซวย ๆ


ประเด็นที่สอง

คำทำนายจะเป็นจริงด้วยตัวมันเอง


อันที่จริงเรื่องนี้เกี่ยวพันกับเรื่องแรก

ทางจิตวิทยาเรียกว่า

Self Fulfilling Prophecy

หรือ คำทำนายที่เป็นจริงด้วยตัวของมันเอง


ขยายความก็คือ เมื่อเชื่อเรื่องไหนมาก ๆ

เราจะหาทางสนับสนุนเรื่องนั้นโดยไม่รู้ตัว

ด้วยการหาหลักฐานต่าง ๆ มาสนับสนุน

ทำตัวให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเชื่อ


ตัดสิ่งที่ขัดแย้งกับความเชื่อของเราทิ้งไป

เลือกเฉพาะสิ่งที่ตรงกับสิ่งที่อยากเชื่อ

แล้วสรุปออกมาดัง ๆ ว่า

"เห็นมั้ย เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย"


ตัวอย่างเช่น หญิงคนนึงเชื่อว่า...

จะมีใครมารัก คนหน้าตาอย่างฉัน

ที่มันธรรมดา ไม่เข้าตาเหมือนใครใคร


เมื่อเชื่อแบบนั้น

เธอจะทำตัวให้สอดคล้องกับความเชื่อ

ไม่ดูแลผิว ผม เสื้อผ้า หน้าตา

จะดูแลไปทำไมล่ะ?

ไม่มีใครรักคนหน้าตาแบบฉันอยู่แล้ว


จากนั้นเธอจะเริ่มกระบวนการถัดไป

นั่นคือมองหาหลักฐานที่สนับสนุนความเชื่อ

เห็นมั้ย...มีแต่คนหน้าตาดีที่ได้ดอกไม้วาเลนไทน์


เมื่อเริ่มเชื่อเข้าไปอีก

เธอก็จะเริ่มไม่ดูแลตัวเองมากขึ้นไปอีก

หน้าตาบูดบึ้ง ซึมเศร้า อารมณ์ไม่ดีใส่คนอื่น


...แล้วในที่สุดก็ไม่มีใครรักเธอจริง ๆ


เห็นมั้ย? จะมีใครมารักคนหน้าตาอย่างฉัน


เธอพูดถูก ...เพราะเธอทำให้มันถูกเอง

นั่นคือ 2 สิ่งที่ผมนึกถึงทุกครั้ง

เวลาได้ยินเรื่องปีชง


และทำให้ผมคิดขึ้นได้ว่า

มีวิธีแก้ปีชงอยู่ 3 วิธี

ที่ได้ผล และครบถ้วนทุกมุม


แก้ชงวิธีที่ 1

ถ้าทำแล้วสบายใจ

ก็ทำพิธีแก้ปีชงไปเถอะครับ


บางคนอาจไม่เชื่อในเรื่องนี้ ถึงขั้นต่อต้านก็มี

ส่วนตัวผมคิดว่าหากทำแล้วสบายใจขึ้น

ไม่ได้เสียเงินทองมาก ไม่ได้ยุ่งยากนัก

ก็ทำไปเถอะครับ เราจะได้สบายใจ


สมองจะได้ไม่หมกมุ่นเรื่องนี้

ทำพิธีเสร็จแล้ว เรื่องนี้จะได้หมดสำคัญ

เราจะได้ลืมเรื่องนี้ ชีวิตก็ได้ไปต่อ


อีกอย่าง...

คนที่บอกให้เราแกปีชง

เขาก็จะได้สบายใจไปด้วย


แก้ชงวิธีที่ 2

พกเรื่องดีติดตัวไว้เตือนตน

เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ


อย่างที่เล่าไปตั้งแต่ตอนต้น

สมองจะสั่งตาให้มองหาแต่เรื่องสำคัญ

และเราจะทำทุกอย่าง

เพื่อสนับสนุนความเชื่อของเรา


หากถูกทำนายว่าปีนี้เป็นปีชงของเรา

จิตย่อมวิตกกังวล กลัวโชคร้าย

และจะกลายเป็นเรื่องสำคัญของเราทันที


ระบบ RAS ของสมองจะทำงาน

เราจะเริ่มมองเห็นโชคร้ายบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ


และเมื่อเชื่อว่าปีนี้ปีชง

เราก็จะตัดข้อมูลบางอย่างทิ้ง

เพื่อสนับสนุนว่าปีนี้ฉันโชคร้ายจริงด้วย

แม้จะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นระหว่างทางก็ตาม


การนับเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้น จึงช่วยให้เรามี "สติ"

เพื่อให้เรามองเห็นว่า

มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ

อยู่ที่จะมองเห็น หรือจะเอาแต่นับโชคร้าย


หลายปีก่อนผมทำ application มือถือ

ชื่อ "หนังยางล้างใจ"

เป็น app ประกอบหนังสือในชื่อเดียวกัน


วิธีใช้ไม่มีอะไรมาก ใช้บันทึกเรื่องดี ๆ

ทุกวันจะมีข้อความถามเราว่า

"วันนี้มีเรื่องอะไรดี ๆ เกิดขึ้นกับฉันบ้าง?"


จากนั้นก็จะให้บันทึก

"5 สิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้"

ใครสนใจลองโหลดมาใช้ดูครับ ฟรี!

ค้นหาคำว่า หนังยางล้างใจ

ใช้ได้ทั้ง android และ iOS


ระหว่างวัน หยิบเรื่องดี ๆ มาทบทวน

เพื่อไม่ให้สมองหลอกตัวเรา

ว่าชีวิตนี้มีแต่เรื่องร้าย ๆ


ถ้าทำแบบนี้ได้

ถึงจะปีชง...ก็คงไม่หนักเกินไป



แก้ชงวิธีที่ 3

พร้อมรับวิกฤตอยู่เสมอ

แม้จะปีชงหรือไม่ชงก็ตาม


ถ้าเราเป็นเหมือนคนทั่ว ๆ ไป

ชีวิตก็คือการก้าวไปข้างหน้า 2 ก้าว

แล้วก้าวถอยหลัง 1 ก้าว


แปลว่า โดยรวมชีวิตนั้นก้าวหน้า

แต่ต้องมีบ้างบางเวลาที่ถอยหลัง

ไม่มีใครโชคร้ายทั้งปี

ไม่มีใครโชคดีทั้งชีวิต


ชีวิตไปข้างหน้า ต้องมีเวลาเจอคลื่นลม

สำคัญคือตอนชีวิตก้าวหน้า อย่าหลงระเริง

ให้เตรียมตัวไว้ ในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ


ชีวิตนั้นเป็นทุกข์โดยธรรมชาติ ทุกข์นั้นมาแน่ แค่เมื่อไหร่ และเราจะรับมืออย่างไร?

ประเด็นที่ผมอยากสื่อสารก็คือ

ทำพิธีนั้นก็ดี ถ้าทำแล้วสบายใจ

นับเรื่องดีนั้นก็ดี สร้างขวัญและกำลังใจ

แต่จะดีกว่านั้นมาก

ถ้าเราเตรียมตัวเตรียมใจไว้


เราจะทุกข์เรื่องอะไรได้บ้าง?

เรื่องงาน? เรื่องเงิน? เรื่องสุขภาพ?

เรื่องความรัก? เรื่องครอบครัว?

หากเกิดขึ้น มีแผนสำรองไว้อย่างไร?


เตรียมเงิน เตรียมสุขภาพ

เตรียมตัว เตรียมใจ

เมื่อวันที่คลื่นลมมาถึง

อย่างน้อยก็ซึมซับข่าวร้ายไว้บ้างแล้ว


...ก็ประมาณนี้ครับ

สำหรับวิธีแก้ปีชงแบบของผม

สุดท้ายท้ายสุดที่อยากฝากไว้ก็คือ


อย่าเที่ยวไปบอกใครว่า

"ปีนี้เธอปีชงนะ ต้องระวัง"

เพราะเราจะทำบาปโดยไม่รู้ตัว

ด้วยการทำให้เขาไม่สบายใจ


คำพูดของคนเรานั้นศักดิ์สิทธิ์กว่าที่คิด

ไม่ใช่ว่าเรามีวาจาสิทธิ์อะไรหรอกครับ

แต่การพูดแบบนั้นมันกระตุ้นระบบ RAS

ทำให้เขาตื่นตัวมองหาเรื่องร้าย


และหากเขาเป็นคนหัวอ่อน เชื่อคนง่าย

เขาจะยิ่งมองหาหลักฐานมาสนับสนุน

แล้วคำนายนั้น จะเป็นจริงด้วยตัวเขาเอง


หากเป็นห่วงคนที่เรารัก

ให้ชวนเขาไปทำบุญทำทานก็พอ

หรือหากเขาไม่ไปจริง ๆ

ก็ทำเผื่อให้เขาไปเลยก็ได้


ไม่ว่าจะปีนี้หรือไปไหน

ขอให้เป็นปีที่ปกติของทุกคนครับ


หากปีนี้โชคดี

...แล้วมันก็จะเป็นอีกเรื่องที่ผ่านไป


หากปีนี้โชคไม่ดี

...แล้วมันก็จะเป็นอีกเรื่องที่ผ่านไปอยู่ดีครับ

1,869 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot