ไม่มีใครแคร์ชีวิตเรา เท่ากับตัวเราเอง

Updated: May 22

1.

เป็นความจริงที่ฟังแล้วบาดหู แต่ก็ควรรู้ไว้ นั่นก็คือ "ไม่มีใครแคร์ชีวิตเรา เท่ากับตัวเราเอง" บางคนเฝ้าพร่ำบ่นว่า "ชีวิตฉันแย่ขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครมาช่วยบ้าง?" แต่ความจริงก็คือ ทุกคนต่างก็กำลังยุ่งกับชีวิตตัวเองอยู่ มีแต่เราและเราเท่านั้น ที่ต้องจัดการชีวิตเอง บางคนเฝ้าก่นด่าว่า "ใครบางคนต้องรับผิดชอบที่ทำให้ชีวิตฉันเป็นแบบนี้" แต่ความจริงก็คือ ไม่มีใครมารับผิดชอบหรอก เรานั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบผลของมัน

ภาพถ่ายโดย cottonbro จาก Pexels

ถ้าเราอยากทำให้ชีวิตดี มันก็เป็นเรื่องของตัวเราเอง 100% ไม่มีใครสนใจเรื่องของเราทั้งนั้น เพราะเรื่องใหญ่ของเรา ล้วนเป็นเรื่องเล็กของคนอื่น

ถ้าวันนี้ยากจนอยู่ ลำบากอยู่ มันก็เป็นเรื่องของเราล้วน ๆ ที่ต้องจัดการ ถ้าวันนี้ไม่มีความสุขในใจ มันก็เป็นเรื่องของเราล้วน ๆ ที่ต้องแก้ไข ถ้าวันนี้ยังไม่เก่ง ความรู้น้อย มันก็เป็นเรื่องของเราล้วน ๆ ที่ต้องฝึกฝนเพิ่มเติม ถ้าวันนี้ยังตกหลุมชีวิตอยู่ ยังขึ้นมาไม่ได้ ก็ต้องเป็นเราที่ตะเกียกตะกายขึ้นมาเอง ...มันไม่ใช่เรื่องของใครทั้งนั้น

"ชีวิตเป็นของเรา" คือสโลแกนแห่งยุคสมัย คนรุ่นใหม่ล้วนอยากมีชีวิตอิสระ แต่เมื่ออยากได้สิทธิ์นั้น เราก็ต้องพร้อมที่จะรับรู้ด้วยว่าสิทธิ์นี้มาพร้อมกับหน้าที่ เราต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง เพราะ "ไม่มีใครแคร์ชีวิตเรา เท่ากับตัวเราเอง"

ใครคิดได้แบบนี้ เขาผู้นั้นจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะเขาจะเลิกโทษคนอื่น เลิกรอคอยความช่วยเหลือ เลิกเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากผู้อื่น


ผู้ใดก็ตามหันมารับผิดชอบชีวิตตัวเอง ผู้นั้นย่อมมีโอกาสสำเร็จในชีวิต

2.

จะมีบางสิ่งที่เราทำแล้วได้ผลตอบแทนในวันนี้ พรุ่งนี้ หรือสิ้นเดือนนี้ แต่ก็มีจะบางสิ่งที่เราทำแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเมื่อไหร่ มันอาจได้ผลตอบแทนในปีนี้ ปีหน้า หรืออีกหลายปีข้างหน้า

การกระทำอย่างแรก คนส่วนใหญ่ใส่ใจ เพราะได้ผลตอบแทนเห็นผลทันตา ทั้งที่จริงเป็นการกระทำอย่างหลังต่างหาก ที่จะเปลี่ยนชีวิตเราได้ น่าเสียดายที่การกระทำแบบนี้ไม่ค่อยได้รับความใส่ใจ เพราะเห็นผลช้า รอไม่ไหว ไม่สนุก วิธีหนึ่งที่เราอาจใช้เพื่อเตือนสติตัวเองได้ก็คือ การถามตัวเองด้วยคำถามดังต่อไปนี้


ข้อแรก วันนี้ฉันได้ลงมือทำอะไรเพื่อวันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ เพื่อเดือนนี้แล้วบ้าง? เช่น ทำงานส่งให้ทันเย็นนี้ ส่งของให้ลูกค้า ตอบจดหมายต่าง ๆ ฯลฯ

ข้อสอง วันนี้ฉันได้ลงมือทำอะไรเพื่อปีนี้ เพื่อปีหน้า หรือเพื่ออีกหลายปีข้างหน้าแล้วบ้าง? เช่น ออมเงิน เรียนรู้การลงทุน ออกกำลังกาย เล่นกับลูก ฝึกภาษา ฯลฯ


ชีวิตต้องวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทำเพื่อวันนี้นั้นดีแน่ แต่อย่าลืมสร้างบางอย่างไว้ตั้งแต่วันนี้


เพื่อให้มันผลิดอกออกผลในอีกหลายปีข้างหน้าที่จะมาถึง


3.

หลายปีก่อน ถ้าใครนำหนังสือ "ฉันเปลี่ยน เพราะเขียนเป้า" มาให้ผมเซ็น ผมจะเขียนประโยคหนึ่งว่า "ลงมือทำ" เพราะสิ่งนี้แยก "คนมีความฝัน" กับ "คนเพ้อฝัน" ออกจากกัน


มีหลายคนที่ผมให้คำแนะนำบางอย่างไป พวกเขาตื่นเต้นกับไอเดียดังกล่าว ขอบคุณผมเป็นการใหญ่ แต่รู้มั้ยครับ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นคืออะไร? ...เมื่อเวลาผ่านไป ได้พบกันอีกครั้ง ผมถามเขาเหล่านั้นหลาย ๆ คนว่า "เป็นไงบ้างครับ ทำสำเร็จไปแค่ไหนแล้ว? ไอเดียที่คุยกันวันนั้น เห็นตื่นเต้นใหญ่เลย"


ทายสิว่าคำตอบคืออะไร? ถูกต้องครับ เขาเหล่านั้นจำนวนมากยังไม่ได้ลงมือทำแม้แต่น้อย ผมจึงถามต่อไปว่า แล้วทำไมไม่ลงมือทำ? คำตอบยอดฮิตที่ผมได้ยินก็คือ ยังไม่พร้อม ไม่มีเวลา ไม่มีเงินทุน ไม่รู้จะเริ่มยังไง กลัวพลาด กลัวผิดหวัง สรุปว่า "กลัว" ที่จะเริ่มอะไรใหม่ ๆ นั่นเอง ...ผมได้นึกในใจว่าแล้วทำไมไม่กลัวการ "อยู่กับที่" บ้าง?


ผมกลับมาคิดถึงเรื่องนี้ ทำอย่างไรเราจะเปลี่ยนจาก "คนเพ้อฝัน" เป็น "คนมีความฝัน" แล้ว "ลงมือทำ" คิดไปคิดมา ได้ 3 ข้อต่อไปนี้ที่หวังว่าจะเป็นคำแนะนำที่เป็นประโยชน์

ข้อหนึ่ง หลังจากได้รับไอเดียดี ๆ ให้ลงมือทำบางอย่างภายใน 24 ชั่วโมง ทำอะไรก็ได้ จะเล็กน้อยแค่ไหนก็ได้ แต่ขอให้ลงมือทำ ไม่อย่างนั้นเวทย์มนต์แห่งความตื่นเต้นที่ได้รับไอเดียมานั้นจะสูญหายไป แล้วเราก็กลับมาเป็นคนเก่าคนเดิม ...เพราะฉะนั้นอย่ารอให้พร้อมแล้วค่อยลงมือทำ แต่ให้ลงมือทำก่อน แล้วเราจะพร้อมเอง

ข้อสอง เมื่อลงมือทำ อย่าคาดหวังว่าจะต้องสำเร็จตั้งแต่แรก แต่ให้ตั้งใจทำให้ดีที่สุด ตอนทำสิ่งใหม่ในชีวิต มันจะยากในทุกเรื่อง แต่เมื่อทำไปเรื่อย ๆ มันจะค่อย ๆ ง่ายขึ้นเอง

ข้อสาม เมื่อลงมือทำแล้วไม่เป็นอย่างใจคิด อาจล้มเหลว เฟล อายเพื่อน ไม่น่าเลยกู ให้บอกตัวเองว่า อะไรที่ไม่ทำให้เราตาย มันจะทำให้เราโต ทำแล้วล้มเหลว ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย บันไดของความสำเร็จ สร้างขึ้นจากความล้มเหลว ทั้งหมดนี้ สรุปได้ความว่า ร้อยไอเดียอู้ฟู่ ไม่สู้หนึ่งลงมือทำ แน่จริง ต้องลงมือทำ เลิกเอาแต่ฝัน แล้วลงมือทำอะไรสักอย่างได้แล้วครับ


ชีวิตเป็นของเรา เราต้องลงมือทำด้วยตัวเอง.


4,412 views0 comments
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png