นิยาม "ความมั่งคั่ง" อย่างเป็นทางการ

หาเงินให้มากกว่าที่ควรหาได้...สักเท่าตัว

ใช้เงินให้น้อยกว่าที่ควรใช้ได้...สักครึ่งนึง

จากนั้นนำเงินที่เหลือเก็บ ไปลงทุน

ถ้าทำแบบนี้ได้...ชีวิตนี้จะไม่มีวันจน


ผมเคยอ่านบทความวางแผนทางการเงิน

เขียนโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สรุปความเป็นประโยคสั้น ๆ ได้ว่า...

ก่อนจะมั่งคั่ง เราต้องอยู่รอดได้ก่อน

ผมเห็นด้วยมาก ๆ เลยอยากชวนคุยครับ งั้นเรามาลองลงรายละเอียดกัน

ภาพโดย Natali Samorod จาก Pixabay

อย่างแรก

"อยู่รอดก่อน" นั้นหมายถึง

ต้องมีรายได้ทั้งจากการลงแรงทำงาน

และจากทรัพย์สินที่งอกเงย

โดยเงินส่วนนี้ต้องมากกว่าค่าใช้จ่าย


พูดง่าย ๆ ก็คือ

หาได้มากกว่าที่ใช้ ไม่มีหนี้เสีย

และไม่จ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต


ด่านแรกนี้ เหนื่อยหน่อยครับ

เพราะต้องทำทั้งงานหลัก

ต้องเป็นทั้งนักลงทุน

ทั้งต้องควบคุมค่าใช้จ่ายให้ดี


...ไม่ง่าย

แต่ถ้าง่าย ทุกคนก็มั่งคั่งหมดแล้ว


เอาเป็นว่าถ้าผ่านด่านนี้ได้

จึงไปต่อ...สู่ด่านความมั่งคั่ง


อย่างที่สอง

"มั่งคั่ง" นั้นหมายถึง

ต้องมีทรัพย์สินที่งอกเงยรายได้ให้เรา

เช่น ดอกเบี้ยรับ เงินปันผลหุ้น

เก็บค่าเช่า ค่าลิขสิทธิ์

โดยเงินส่วนนี้ต้องมากกว่าค่าใช้จ่าย


พูดง่าย ๆ ก็คือ

แม้ไม่ต้องทำงานทุกวัน ทั้งวัน

ก็ยังมีรายได้ที่มากกว่าค่าใช้จ่าย


ใครมาถึงจุดนี้ได้

เขาผู้นั้น "มั่งคั่ง" แล้วครับ


ผมอ่านแล้วชอบนิยามนี้

มันทำให้เราจับต้องได้ว่า

สรุปแล้ว "มั่งคั่ง" หมายถึงอะไร?


เพราะแต่ก่อนเราไม่แน่ใจว่า

ต้องบ้านใหญ่แค่ไหน? ขับรถอะไร?

แค่ไหนจึงเรียกว่า "มั่งคั่ง"


แต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เขานิยามเรื่องนี้ไว้ชัดเจนดีครับ


ความมั่งคั่งคือ ไม่ต้องเอาแรงไปแลกตลอด แต่มีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย

นั่นแปลว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับบ้านหรือรถ

เพราะต่อให้มีอย่างชนิดที่หรูหรา

แต่หากยังต้องใช้แรงสร้างรายได้ตลอด

และยิ่งกว่านั้น หากค่าใช้จ่ายแซงรายได้

แบบนี้ย่อมเรียกว่า "ยังไม่มั่งคั่ง"


คำถามต่อมาก็คือ

ถ้าอยากมั่งคั่งแบบนิยามนี้

เราต้องทำอย่างไรบ้าง?


ผมคิดว่าเราทำได้ 2 อย่างครับ


หนึ่ง เพิ่มรายได้จากทรัพย์สิน


ย้ำว่าเป็นการสร้างรายได้จากทรัพย์สิน

ไม่ใช่การสร้างจากแรงหรือเวลาของเรา

เพราะไม่อย่างนั้นจะหยุดพักไม่ได้เลย


หมั่นสร้างไปเรื่อย ๆ อย่าหยุด อย่าโหม

เช่น ทยอยซื้อหุ้นดี ลงทุนอสังหาฯ

ปลูกต้นยาง สวนมะม่วง

สร้างทรัพย์สินทางปัญญา

...หรืออื่น ๆ ก็ว่าไป


อะไรก็ได้ที่เราไม่ต้องลงแรงทุกวัน

ไม่ต้องทำงานตลอดเวลา แต่ให้รายได้

ทยอยสร้างไปครับ อย่าหมิ่นเงินน้อย


ของพวกนี้ "เวลา" คือตัวแปรที่สำคัญ

ตอนแรกอาจดูน้อย จนอยากเลิกลงทุน

แต่ในที่สุด ลูกบอลหิมะจะรวมตัวเป็นลูกใหญ่

จนแทบจำไม่ได้เลยว่าเริ่มจากก้อนนิดเดียว


สอง ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น


สังคมออนไลน์สอนเราให้อวดกันมากขึ้น

เปลี่ยนมือถือใหม่ กินอาหารร้านดี ๆ

ซื้อกระเป๋าหรู ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม

และอื่น ๆ อีกมากมาย


ทั้งที่ความจริง ยิ่งใช้จ่ายเก่งเท่าไหร่

ก็ยิ่งมั่งคั่งได้ยากขึ้นเท่านั้น

เพราะต้องเร่งสร้างรายได้โปะค่าใช้จ่าย

แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปลงทุน?


เรื่องเหล่านี้ต้องหักห้ามใจให้ได้

ใช้จ่ายแต่พอดีตัว อันไหนใช้ได้ก็ใช้ไปก่อน

และอย่าเอาคุณค่าตัวเราไปฝากไว้ที่สิ่งของ


ยิ่งเก็บเงินเพิ่มได้มากขึ้นเท่าไหร่

ยิ่งหาเงินเพิ่มได้มากขึ้นเท่าไหร่

ยิ่งแปลว่ามีกระสุนไว้ลงทุนเพิ่มขึ้นเท่านั้น

จึงยิ่งถึงเป้าหมายปลายทางได้ง่ายขึ้น


เป้าหมายนั้นคือ "มั่งคั่ง"

เพราะมีรายได้จากทรัพย์สินชนะรายจ่าย


หาเงินให้มากกว่าที่ควรหาได้...สักเท่าตัว

ใช้เงินให้น้อยกว่าที่ควรใช้ได้...สักครึ่งนึง

จากนั้นนำเงินที่เหลือเก็บ ไปลงทุน

ถ้าทำแบบนี้ได้...ชีวิตนี้จะไม่มีวันจน


ที่สำคัญ นอกจากจะไม่จนแล้ว

ยังมั่งคั่งด้วยสิครับ


ถ้าที่ผ่านมาในอดีต

เรายังไม่ได้เริ่มต้นสร้างความมั่งคั่ง

"วันนี้" คือโอกาสดีที่สุดรองลงมา

เริ่มสร้างความมั่งคั่งตั้งแต่วันนี้ได้เลยครับ

3,919 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot