ระดับพลังงาน...กับการมีชีวิตคู่

Updated: Oct 28, 2020

1.

มีการเลือกอยู่ 3 อย่างที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต อย่างแรก การเลือกโรงเรียน อย่างที่สอง การเลือกที่ทำงาน และอย่างที่สาม การเลือกคู่ครอง

ภาพถ่ายโดย alleksana จาก Pexels

เลือกอย่างที่หนึ่งและสองนั้น เป็นเพียงช่วงหนึ่งของชีวิต และถ้าไม่ชอบ ก็เปลี่ยนได้ ไม่ได้ทิ้งบาดแผลอะไรไว้ ต่างกับการเลือกที่สาม "การเลือกคู่ครอง" ที่เมื่อได้เลือกแล้ว นั่นแทบคือช่วงเวลาทั้งหมดที่เหลือ เลือกแล้ว...ไม่มีใครอยากเปลี่ยน หรือถ้าสุดท้ายต้องเปลี่ยนจริง ๆ ก็มักทิ้งทรงจำขมขื่นไว้ตลอดชีวิต


เมื่อมองจากมุมนี้ การเลือกคู่ครองจึงสำคัญมาก ...แต่น่าแปลกที่เราใคร่ครวญในเรื่องนี้น้อยมาก ปล่อยให้เป็นเรื่องของอารมณ์ เรื่องของหัวใจ เรื่องของความรู้สึก หรือเพราะดูหนังดูละครมากไป พอเกิดสปาร์คในหัวใจขึ้นมานิด ก็คิดฝันไปไกลถึงการร่วมหอลงโรง โดยไม่ทันได้นึกเลยว่าการเลือกคู่ครองนั้นจะส่งผลกระทบกับชีวิตในทุกด้าน เพราะถ้าเราเลือกไม่ดี ใช้แต่ความรู้สึก ลืมนึกถึงเหตุผล นั่นจะกลายเป็น "หายนะ" ที่ยากจะย้อนกลับไปเริ่มใหม่


หนังสือคลาสสิกระดับโลกอย่าง Laws of Success ของ นโปเลียน ฮิลล์ จึงย้ำนักย้ำหนาว่า คู่ครองคือคนที่สำคัญกับชีวิต ต้องเลือกให้ดี เพราะเขาหรือเธอคือพลังอีกครึ่งหนึ่ง คือจิตที่จะส่งเสริมหรือทำลายกันก็ได้


ตลกร้ายประโยคหนึ่ง กล่าวไว้ว่า "เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชาย...คือผู้หญิง เอ่อ...ความล้มเหลวก็ด้วย" ประโยคนี้หมายความว่า คู่ชีวิตมีส่วนทำให้เราสำเร็จหรือล้มเหลวได้ไม่ยากเลย


ประโยคตลกร้ายนี้ไม่ได้เหยียดเพศ เพราะเมื่อสลับชายหญิง ก็ให้ผลที่ไม่ต่างกัน


2.

ถ้าเราแบ่งรูปแบบความสัมพันธ์ด้วยระดับพลังงานชีวิต การที่คนสองคนมาพบรักกัน จะมีได้ 3 แบบ ดังนี้


แบบแรก ระดับพลังงานต่ำทั้งคู่ ...แล้วมาพบกัน


ความสัมพันธ์แบบนี้ก็คือ "คนขาดแคลน" สองคนมาพบเจอกัน คนเหงาพบคนอ้างว้าง เข้าทางหนังรักเกาหลี ...เพียงแต่บังเอิญว่านี่มันชีวิตจริง พื้นฐานความสัมพันธ์แบบนี้ ต่างคนมักเรียกร้องจากอีกฝ่าย จนกลายเป็นเตี้ยอุ้มค่อม เมื่อเรียกร้องบ่อยเข้า เมื่อไรที่อีกฝ่ายให้ไม่ได้ดังใจ ...ก็จะน้อยใจกันง่าย ถือเป็นความสัมพันธ์ที่เหนื่อยเกินไป


ความสัมพันธ์แบบนี้ คล้ายไม้กระดานสองแผ่นพาดพิงกัน ง่อนแง่นกระท่อนกระแท่น...รอวันล้มลง


แบบที่สอง ระดับพลังงานคนหนึ่งต่ำ อีกคนสูง ...แต่กลับได้พบกัน


แรกเริ่มความสัมพันธ์แบบนี้อาจดูละมุนละไม ฝ่ายหนึ่งอยากให้อีกฝ่ายดูแล อีกฝ่ายก็เข้มแข็ง ฉันพร้อมดูแลเธอ ...แต่พอนานวันเข้า ฝ่ายที่ถูกพิงบ่อย ๆ เริ่มหนักและเหนื่อย เมื่อไรเธอจะยืนได้ด้วยตัวเองเสียที? ฝ่ายที่อ่อนแอจึงรู้สึกว่า...เธอเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม


ความสัมพันธ์แบบนี้ คล้ายคนที่แบกรับท่อนไม้ใกล้ล้ม ...จะทนได้นานสักเท่าไร?


แบบที่สาม ระดับพลังงานสูงทั้งคู่...จึงมาพบกัน


ความสัมพันธ์แบบนี้ ถือว่าโชคดีมีบุญ เพราะไม่ได้ต้องการอีกฝ่ายมาเติมเต็ม เนื่องจากต่างฝ่ายต่าง "เต็มอยู่แล้ว" แต่มาสัมพันธ์กันเพื่อ "ส่งเสริมกัน" ให้งดงามขึ้น ต่างฝ่ายต่างพลังสูง จึงจูงกันไปในทางที่ดีขึ้น


ความสัมพันธ์แบบนี้ จึงพึ่งพา ไม่ใช่พึ่งพิง ใกล้ชิด...แต่เป็นอิสระต่อกัน


คุณคิดว่าความสัมพันธ์ของคุณเป็นแบบไหน?

3.

อย่างไรก็ตาม ความรักนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะเป็นความสัมพันธ์แบบไหนก็พัฒนาและถอยหลังได้ทั้งนั้น


ถ้ารู้ตัวว่าระดับพลังงานต่ำทั้งคู่ พึ่งพิงอิงกันจนหลังจะหัก ก็ต้องช่วยกันดึงใจให้สูงขึ้น เรียกร้องต่อกันให้น้อยลง ชีวิตคู่จะได้มีความสุข


ถ้าระดับพลังงานต่างกันมาก แบบนี้ถือเป็นความท้าทาย คนพลังสูงต้องมีกุศโลบายช่วยยกระดับพลังงานคู่ครอง จะได้ไม่เหนื่อยอุ้มตลอดชีวิต ...ทุกคนต้องอยู่ได้ด้วยตนเอง


ถ้าระดับพลังงานสูงทั้งคู่ แต่อีโก้สูงทั้งคู่ แบบนี้ก็พังได้ เพราะต่างฝ่ายต่างคิดว่า ฉันไม่ต้องมีอีกฝ่ายก็ได้


ใครหลายคนอาจถูกกดดันจากการเป็นคนโสด การไม่มีแฟนให้ความรู้สึกผิดเหมือนก่ออาชญากรรม เหมือนสังคมเร่งเร้าให้ทุกคนต้องมีคู่


แต่ก่อนที่ไม่ไหวจะทนจนต้องหาใครสักคนมาเป็นคู่ อยากให้ลองสำรวจตัวเอง 2 ข้อต่อไปนี้ก่อน


ข้อแรก ตอนนี้ฉันอยู่ในระดับพลังงานไหน สูงหรือต่ำ?


ชีวิตกำลังรู้สึกขาด อยากหาใครสักคนมาเติม มาผ่อนคลายความเหงา หรือชีวิตเต็มจนล้นปรี่ อยากได้คนดี ๆ มารู้สึกดีด้วยกัน เพราะถ้ารู้สึกขาด เราจะอยากได้รับจากคนอื่น ความสัมพันธ์แบบนี้ไม่น่าจะดี แต่ถ้ารู้สึกเต็ม เราจะอยากมอบให้ผู้อื่น ความสัมพันธ์แบบนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี


ข้อสอง ตอนนี้ฉันรักตัวฉันเองแล้วหรือยัง?


อย่าเพิ่งไปคิดรักคนอื่น ถ้ายังไม่รักตัวเอง รักตัวเองให้เต็มเสียก่อน รักตัวเองให้เต็มจนล้น แล้วจึงค่อยคิดรักคนอื่น เพราะถ้ายังไม่รักตัวเอง เวลาไปรักคนอื่น เราจะเอาแต่เรียกร้อง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ที่ทำตัวอย่างนั้นเพราะเรามีรูโหว่ในหัวใจ จึงเรียกร้องให้ใครมาเติม ทั้งที่จริงแล้ว รักคือการให้ ให้โดยไม่ต้องร้องขอ รักไม่ใช่หาใครมาเติมเต็ม แต่รักคือหัวใจที่ชุ่มฉ่ำ จนล้นออกมาถึงอีกฝ่าย


...มีการเลือกอยู่ 3 อย่าง ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เลือกที่เรียน เลือกที่ทำงาน...และเลือกคู่ครอง "การเลือกคู่ครอง" ถือเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต อย่าใช้อารมณ์ความรู้สึกอย่างเดียว ใช้เหตุผลประกอบการตัดสินใจด้วย


ขอให้มีความสุขในความรักครับ.

75,173 views0 comments
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png