5 ข้อคิด ใช้ออนไลน์ขยายธุรกิจให้เติบโต

ผมเคยเขียนบทความนี้ไว้ใน facebook นานแล้ว

เมื่อนำมาอ่านทวนซ้ำ พบว่ายังมีประโยชน์อยู่

จึงนำมาลงไว้ในเว็บไซต์อีกครั้ง

พร้อมกับปรับปรุงให้กระชับขึ้นครับ


.....

มีอยู่วันนึงผมไปร่วมงานเสวนา

ในงานมีเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่หลายคน

มาเล่าถึงเบื้องหลังความสำเร็จให้ฟัง

จุดร่วมของทุกธุรกิจในการเสวนาครั้งนั้นก็คือ

ใช้ช่องทางออนไลน์ขยายธุรกิจจนเติบโตมาก


ฟังแล้วประทับใจมาก

ผมจึงสรุปประเด็นหลัก 5 ข้อคิด

ที่ได้จากการฟังในวันนั้น

เผื่อเจ้าของธุรกิจอื่น ๆ จะนำไปใช้ได้ครับ


ภาพโดย justynafaliszek จาก Pixabay

5 ข้อคิดในการทำธุรกิจออนไลน์

ให้กลายเป็นธุรกิจร้อยล้าน

มีดังต่อไปนี้ครับ


1. “คุณค่าต่อผู้คน”

คือสิ่งที่ต้องคิดเมื่อเริ่มทำธุรกิจ


ทุกโฆษณาต่างก็บอกว่า "ฉันดีที่สุด"

แต่คำถามที่อยู่ในใจผู้บริโภคตลอดเวลาก็คือ

“แล้วเธอให้คุณค่าอะไรกับฉันบ้างล่ะ?

หรือแค่จะมาโฆษณาขายของเท่านั้น?


การตะบี้ตะบันขายอย่างเดียว

หรืออัดแต่งบโฆษณาจึงไม่ใช่คำตอบ

โดยเฉพาะในยุคนี้ตัวเลือกเต็มไปหมด


การมอบคุณค่าอย่างเช่น

ความรู้ ความสนุกหรือแรงบันดาลใจ

จึงเป็นเรื่องที่คนเริ่มต้นทำธุรกิจ ต้องไม่ลืมคิด


มากไปกว่าประโยชน์ใช้สอย คำถามคือ "เราให้คุณค่าอะไรกับลูกค้าได้อีก?"

ใครตอบคำถามนี้ได้

คำตอบนั้นคือสิ่งที่จะเป็นวิสัยทัศน์ของธุรกิจนั่นเอง


2. “เรื่องเล่า”

จะทำให้แบรนด์ของเรามีมูลค่า


สินค้าจะกลายเป็นแค่วัตถุ

ถ้าปราศจากเรื่องเล่าที่ทำให้เกิดอารมณ์ร่วม

เพราะผู้คนตัดสินใจซื้อจากอารมณ์ ไม่ใช่เหตุผล


เรื่องเล่าที่กินใจ มีตำนาน มีประวัติศาสตร์

จึงเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ชั้นดีให้กับผู้ซื้อ

แถมยังเพิ่มมูลค่าให้สินค้าได้อีกด้วย


วันนี้ใครจะทำธุรกิจ จึงต้องมี “เรื่องเล่า”

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเดิมที่มีอยู่แล้ว

หรือจะสร้างเรื่องราวให้เกิดขึ้นก็ได้


หากมีเรื่องเล่าที่ดี

สินค้าและบริการนั้นจะแตกต่างจากคนอื่น

ลูกค้าจะจดจำ และรู้สึกถึงคุณค่าขึ้นมาทันที


ยิ่งในยุคนี้ การเป็นเจ้าของช่องทางสื่อสาร

ไม่ใช่เรื่องยาก และใช้งบประมาณที่น้อยมาก

การมี "เรื่องเล่า" ให้กับแบรนด์ จึงเป็นเรื่องจำเป็น


3. “ทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วม”

คือหนึ่งในปัจจัยแห่งความสำเร็จ


บางคนคิดว่าถ้าซื้อโฆษณาในโซเชียลมีเดีย

แล้วมีคนไลค์โพสต์นั้นเยอะ แปลว่าสำเร็จ

แต่นั่นอาจเป็นเพียงภาพลวงตา

เพราะของจริงคือ “การแชร์”


บางครั้งไลค์อาจแค่หมายถึงฉันเห็นแล้ว

หรืออาจแค่หมายถึง ก็ชอบนะ แต่ก็เท่านั้น


ในขณะที่การแชร์หมายถึง

เขายอมมอบพื้นที่ส่วนตัวในโลกออนไลน์

ให้สินค้าของเราไปปรากฏในที่ของเขา


มากไปกว่านั้น

ถ้าเราทำพื้นที่ออนไลน์ของเราให้เป็น “ชุมชน”

มีลูกค้ามาร่วมพูดคุย แสดงความคิดเห็น

หรือเขียนมาทักทายราวกับเป็นญาติสนิท

หากแบรนด์ใดทำได้แบบนี้ แสดงว่าไม่ใช่แค่พื้นที่ขายของ แต่คือศูนย์รวมชุมชนคนคอเดียวกัน

มันคือการสร้าง Online Community

ที่จะไม่ใช่แค่การซื้อขายเท่านั้น

แต่คือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกัน


4. “ระบบ”

คือคำตอบของความสำเร็จที่ยั่งยืน


คนไทยชอบอะไรง่าย ๆ สบาย ๆ

การค้าขายออนไลน์ในบ้านเราก็เช่นกัน

ลูกค้าชอบ inbox มาถาม

ส่งหลักฐานโอนเงินมาทาง line


ซึ่งแรก ๆ ถ้าเป็นธุรกิจขนาดเล็ก

สินค้าไม่หลากหลาย ก็คงพอทำได้

แต่หากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ขึ้นมา

สินค้าจะหลายประเภท เริ่มวุ่นวาย


ทางออกของปัญหานี้ก็คือ

เราต้องมี “เว็บไซต์” ที่มีระบบ

มีแคตตาล็อก มีระบบการสั่งซื้อ

ลูกค้าเลือกและกรอกเอง ตัดบัตรเครดิต/เดบิต

กรอกชื่อที่อยู่ ส่งคำสั่งซื้อด้วยตัวเอง


แม้จะยากในทีแรกที่ต้องย้ายลูกค้ามาเว็บไซต์

แม้อาจต้องใช้โปรโมชั่นในเว็บ มาช่วงดึงคน

แต่ที่สุดแล้ว นี่เป็นสิ่งที่เจ้าของธุรกิจพึงกระทำ


ก่อนที่ปัญหาจะเกิด แล้วต้องมาแก้ทีหลัง

ซึ่งส่วนใหญ่จะยากกว่าเดิม


5. “ความเป็นมนุษย์”

จะปกป้องธุรกิจไว้ในที่สุด


เรากำลังอยู่ในยุคที่พูดถึงเรื่องของ AI

เรื่องของหุ่นยนต์จะมาทำงานแทนมนุษย์

แต่ถึงอย่างนั้น “คนก็ยังชอบคุยกับคน” อยู่ดี

เราไม่ชอบคุยกับ chatbot หรือคำตอบสำเร็จรูป


เพราะฉะนั้นหากแบรนด์ไหนก็ตาม

ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ถึงความมีชีวิตของ admin

หรือผู้ดูแลช่องทางออนไลน์


เช่น โพสต์สเตตัสที่มีแคแรกเตอร์ชัดเจนสม่ำเสมอ

จนผู้ติดตามรู้จักบุคลิก ลักษณะนิสัยของ admin


เช่น ไม่ได้โพสต์ขายของอย่างเดียว

แต่โพสต์แสดงถึงความเป็นมนุษย์ที่มีตัวตนจริง


เมื่อนั้นจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ความผูกพัน” ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

และนั่นคือสิ่งที่ใช้เงินซื้อไม่ได้

และ AI ก็คงแทนกันลำบาก

Hi Touch จึงชนะ Hi Tech ในทุกกรณี


...

ใครทำธุรกิจที่ต้องใช้ช่องทางออนไลน์

ลองนำไปปรับใช้ดู ผมคิดว่าน่าจะมีประโยน์ครับ

2,166 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2019 by boywisoot