เปลี่ยนแผน เปลี่ยนหลัก

Updated: Jun 8

1.

สมมติว่าวันนี้เราหาเงินได้สองหมื่นบาทต่อเดือน แล้วอยากได้เพิ่มเป็นสามหมื่นบาทต่อเดือน เราก็แค่ขยันขึ้น หรือไม่ก็ย้ายที่ทำงาน...เท่านี้ก็น่าจะได้แล้ว

แต่ถ้าจะหาเงินให้ได้หนึ่งแสนบาทต่อเดือน คราวนี้ล่ะ...ที่เราไม่อาจใช้กลยุทธ์แบบเดิมได้

พูดง่าย ๆ ว่าการจะมีรายได้ "เปลี่ยนหลัก" นั้น เราต้อง "เปลี่ยนแผนการ"

ภาพถ่ายโดย Kaboompics .com จาก Pexels

เราต้องเล่นเกมใหม่ ใช้ความรู้เดิม ๆ ไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีทำ เปลี่ยนสังคมรอบตัว เปลี่ยนชุดความรู้ใหม่หมด

เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจเรื่องนี้ คิดว่า "ความขยัน" อย่างเดียว จะพาให้เราไปได้ไกล แต่ความจริงก็คือ "ฉลาด" แล้วต้อง "เฉลียว" ด้วยว่าวิธีการเดิมยังเวิร์คอยู่หรือเปล่า? เพราะขี่จักรยานอาจเหมาะกับช่วงเวลาหนึ่ง แต่หลังจากนั้นเราต้องหัดขับรถยนต์ และในกรณีที่อยากไปไกลกว่านั้น


...ขับเครื่องบินคือเป้าหมายถัดไปที่เราต้องฝึก

2.

ใครที่เคยผ่านประสบการณ์สร้างรายได้ "เปลี่ยนหลัก" จากหมื่นเป็นแสน จากแสนเป็นล้าน จะจำได้ดีว่าเป็นเพราะเราทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ทำทั้งที่กลัว ไม่มั่นใจ หวาดหวั่น ขมในปาก อยากถอยกลับ...ไม่น่าเลย แต่พอผ่านมาได้แล้ว จะรู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก ขอบคุณตัวเองที่กล้าก้าวไปข้างหน้า

เป็นธรรมดาที่เมื่อต้องทำสิ่งใหม่ ๆ มันจะยาก จนเราอยากหันหลังกลับ

แต่อะไรที่ไม่ทำให้เราตาย ในที่สุดมันจะทำให้เราโต ส่วนเรื่องของรายได้ เป็นเหมือนหลักไมล์ให้จับต้องได้มากกว่า

ถ้าอยากมีรายได้เพิ่มขึ้น 10 เท่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราต้องเก่งขึ้นอีกหลายเท่า จากนั้นเงินจะตามมาเอง เพราะเงินจะไหลไปหาคนเก่ง (ซึ่งถ้าวันนั้นเราไม่อยากได้เงิน พอแล้ว ก็ยังนำเงินนั้นไปช่วยเหลือผู้อื่นได้)

สำหรับคนที่อยาก "เปลี่ยนหลัก" ของรายได้ จากหมื่นเป็นแสน จากแสนเป็นล้าน จึงต้องหาวิธีการใหม่ ๆ แผนเดิมมันใช้ไม่ได้ เพราะถ้าใช้ได้ รายได้ต้องเปลี่ยนหลักไปนานแล้ว ยิ่งยุคนี้ แผนปีที่แล้ว ก็ใช้กับปีนี้ไม่ได้ และแผนปีนี้ ก็ใช้กับปีหน้าไม่ได้ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก


และต่อไปนี้ คือ "ไอเดียคร่าว ๆ" ที่จะทำให้มีรายได้ 1 ล้านบาท (ปรับให้มากหรือน้อยกว่านี้ได้ ตามใจเรา) ซึ่งอาจยังไม่ใช่ 1 ล้านบาทต่อเดือน ก็ไม่เป็นไร...ค่อย ๆ เริ่มครับ

ข้อแรก เราต้องเข้าใจว่าการจะมีรายได้ 1 ล้านบาท แสดงว่าต้องมีใครบางคน (หรือหลายคน) จ่ายเงินให้ 1 ล้านบาท

ข้อสอง เราต้องเข้าใจว่า การได้มาซึ่งเงิน 1 ล้านบาทนั้น เป็นได้ 7 วิธี ตั้งแต่...

มีคน 1 คน จ่ายเงินให้เรา 1,000,000 บาท

มีคน 10 คน จ่ายเงินให้เรา คนละ 100,000 บาท

มีคน 100 คน จ่ายเงินให้เรา คนละ 10,000 บาท

มีคน 1,000 คน จ่ายเงินให้เรา คนละ 1,000 บาท

มีคน 10,000 คน จ่ายเงินให้เรา คนละ 100 บาท

มีคน 100,000 คน จ่ายเงินให้เรา คนละ 10 บาท

และมีคน 1,000,000 คน จ่ายเงินให้เรา คนละ 1 บาท


ข้อสาม เราต้องเลือกว่าแผนการของเราคือแบบไหน? จะขายของให้กับคนจำนวนมาก คิดราคาไม่แพง หรือจะขายของให้กับคนจำนวนน้อย แล้วคิดราคาสูงไปเลย เช่น จะขายลูกอม 1 บาทให้กับคน 1 ล้านคน จะจัดงานสัมมนา 1,000 คน คิดราคาบัตร 1,000 บาท หรือจะขายรถ 1 คัน ให้คน 1 คน ได้เงิน 1 ล้านบาท

ข้อสี่ เราต้องเข้าใจว่า การมีคนจ่ายเงินให้เรานั้น แปลว่าเราต้องทำอะไรบางอย่าง "ให้ชีวิตเขาดีขึ้น" เพราะฉะนั้น 3 คำถามสำคัญที่ต้องถามตัวเองก็คือ...

1. เรามีความสามารถทำอะไรบ้างที่จะให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น?

2. ผู้คนที่เราส่งผลกระทบถึง มีจำนวนมากน้อยเท่าไหร่?

3. เขาเหล่านี้น่าจะยอมจ่ายเงินให้เราคนละกี่บาท?


คำว่า "ชีวิตที่ดีขึ้น" เป็นได้ตั้งแต่ ทำให้ผู้คนมีเงินมากขึ้น ทำให้ผู้คนมีเวลามากขึ้น ทำให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น ทำให้ผู้คนอารมณ์ดีขึ้น หรือพูดรวม ๆ ก็คือ ทำให้ผู้คน "มีความสุขมากขึ้น" นั่นเอง


ลองใคร่ครวญ และตอบตัวเองตอนนี้เลยครับ

3.

สมมติว่าเราตอบ 3 คำถามดังกล่าวแล้ว ลองลงมือทำแล้ว แต่ผลออกมาไม่เป็นอย่างที่คิด ถ้าเป็นอย่างนี้ เราต้องถามตัวเองต่อไปอีกว่า เรายังขาดตกบกพร่องเรื่องอะไร? ทำไมจึงยังมีรายได้ไม่ถึง 1 ล้านบาท เช่น เราเลือกแผนคน 1,000 คน จ่ายเงินให้เราคนละ 1,000 บาท แต่ปรากฏว่ามีคนจ่ายเงินให้เราแค่ 500 คนเท่านั้น ถ้าเป็นแบบนี้ ก็แปลได้ 2 แบบ...



หนึ่ง เราทำให้เขารู้สึกว่ามีชีวิตที่ดีขึ้นยังไม่มากพอ คนจ่ายเงินให้เรา จึงมีจำนวนน้อยกว่าที่คิด พูดดง่าย ๆ ก็คือของเรายังไม่ดีจริง บริการเรายังไม่โอเคเท่าที่เราคิด


สอง เราประเมินแผนตัวเองผิดไป ของเราอาจเจ๋งอยู่แล้ว แต่คนที่สนใจสิ่งที่เราทำนั้นมีจำนวนไม่เยอะ เราไม่ใช่แมส เราเน้นเฉพาะกลุ่ม ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ต้องปรับเป็นแผนบริการคน 100 คน เพื่อให้เขาจ่ายเงินให้เราคนละ 10,000 บาท...ซึ่งแน่นอนว่าราคาที่เพิ่มขึ้น ก็ต้องมาพร้อมกับความพรีเมียมที่จะมอบคืนกลับให้ลูกค้า

ทั้งหมดนี้ผมไม่อาจบอกชี้ชัดได้ว่า แล้วควรไปทำงานอะไร? เพราะโลกนี้มีหลายอาชีพ และทุกคนก็มีวิธีร่ำรวยในแบบตนเอง


แต่ทั้งหมดคือ "ไอเดีย" ที่เป็นภาพใหญ่ของการหาเงินแบบ "เปลี่ยนหลัก"

อันที่จริงวิธีคิดแบบนี้ก็คือการทบทวนความสามารถตัวเอง สำรวจจำนวนว่าที่ลูกค้า ตั้งราคาให้เหมาะสมกับสินค้า หรือพัฒนาสินค้าให้เหมาะสมกับราคา


สำคัญคืออย่าเอาแต่คิด ไม่ลงมือทำสักที ลองเลือกสักอย่าง จะเน้นขายของไม่แพง ให้คนจำนวนมาก หรือเน้นขายของพรีเมียม ให้คนจำนวนไม่มาก เมื่อคิดเสร็จให้ลองทำในระดับที่รับได้ ถึงเจ๊งก็ยังเริ่มใหม่ได้ อย่าลงทุนหมดหน้าตักในคราวเดียว ลองตลาดดูก่อน ปรับแก้ มุ่งมั่น ตั้งใจ พัฒนาไปเรื่อย ๆ แล้วทุกอย่างจะเปิดทางให้เอง


บางคนอ่านมาถึงตรงนี้ อาจคิดว่า โอ๊ย จะรวยกันไปทำไมมากมาย เห็นมั้ยไม่รู้จักพอ เลยต้องมาทุกข์แบบนี้ ...แต่ในมุมผม ผมแค่อยากจะบอกว่า "รายได้เปลี่ยนหลัก" ไม่สำคัญเท่ากับ "เราที่เปลี่ยนแปลง"


ถ้าทำสำเร็จ ความมั่งคั่งก็เปลี่ยนหลัก แม้ทำไม่สำเร็จ ตัวเราก็เปลี่ยนแปลง ...คิดมุมไหนก็คุ้มครับ

 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot