เรื่องเล่าจากร้านข้าวแกง

ธุรกิจนั้นเลียนแบบกันได้ไม่ยาก

แต่ความรักในธุรกิจนั้น...เลียนแบบกันไม่ง่าย


หากเราทำธุรกิจเป็น และรักในธุรกิจนั้นจริง

ความรักจะปกป้องเราจากการเลียนแบบทั้งปวง

เพราะผู้คนจะสัมผัสได้ถึงความรัก ความใส่ใจ

และพวกเขาจะพบ "ชีวิตชีวา" อยู่ในนั้น


ผมนึกถึงเรื่องนี้ ตอนกินข้าวแกงอยู่ในตลาด

เป็นตลาดที่ผมเพิ่งเคยไปได้ 4-5 ครั้ง

และเกือบทุกครั้งที่ไป ผมต้องมานั่งร้านนี้

เพราะ "แอบปลื้ม" ผู้ชายคนนึง


ภาพโดย Pexels จาก Pixabay

เขาเป็นเจ้าของร้านข้าวแกงร้านนี้

ร้านไม่ใหญ่ไม่เล็ก กับข้าว 10 กว่าอย่าง

ลูกน้อง 4-5 คน ตักกับข้าว ทำอาหาร เสิร์ฟ


ส่วนตัวเขาเอง เหมือนผู้เล่นสารพัดประโยชน์

ทำทุกหน้าที่ รับลูกค้า เสิร์ฟข้าว น้ำ คิดเงิน

และหน้าที่อื่น ๆ แล้วแต่จะเห็นว่าเขาทำได้

ตั้งแต่ครั้งแรกที่มากิน ผมสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง

คำพูดที่เขาใช้ ฟังแล้วรู้สึกได้รับการต้อนรับเหลือเกิน


เขาถามผมว่า...

คุณพ่อสั่งหรือยังครับ? (ผมมากับลูกและภรรยา)

สั่งแล้ว งั้นนั่งก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมไปเสิร์ฟให้

โต๊ะนั้นก็ได้ครับ ...ไปนั่งเลยลูก ตามพ่อไปเลย

เขาบอกกับลูกสาวผม


ซอส น้ำจิ้ม น้ำเปล่า ทิชชู่ ยกมาอย่างรวดเร็ว

...เป็นเจ้าของร้านคนนี้นี่แหละที่คอยยกมาให้


ระหว่างนั่งกินข้าว ผมแอบสังเกตเขาตลอด

ถ้าว่าง เขาจะจัดกับข้าวในถาดให้เรียบร้อย

ตรวจดูว่าข้าวสวยยังมีเต็มหม้อหรือเปล่า

พูดคุยหยอกล้อกับพนักงานในร้าน

เรียกว่าเต็มไปด้วย "ชีวิตชีวา"


พอเรียกเก็บเงิน เขามาที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว

พูดด้วยเสียงนอบน้อม จนผมเองยังเกรงใจ


"ขออนุญาตสอบถามนะครับ

คุณพ่อคุณแม่ราดกับข้าวสองอย่างนะครับ

ของน้องอย่างเดียวนะครับ 100 บาทพอดีครับ"


เขียนเล่าไปแบบนี้ อาจรู้สึกธรรมดาเหลือเกิน

ก็แค่พ่อค้าบริการดีเท่านั้น ไม่เห็นแปลก

แต่ไม่รู้สิ พลังบางอย่างเล่าผ่านตัวหนังสือยาก

ผมคิดว่าเขาน่าจะรักร้านข้าวแกงของเขามาก


ผมเป็นพวกประทับใจ "คนที่รักในงานของตัวเอง"

รู้สึกว่าพวกเขามีเกียรติ งานของเขาก็มีเกียรติ

และเราก็รู้สึกเป็นเกียรติไปด้วย ที่ได้เป็นลูกค้า


เจอคนแบบนี้ทีไร ผมมักไปอุดหนุนอยู่บ่อย ๆ เพราะอยากเป็นกำลังใจให้ โลกต้องการคนแบบนี้เยอะ ๆ

....

ถัดไปไม่กี่เมตร ในระยะสายตาเห็น

มีร้านข้าวแกงขนาดใหญ่ กับข้าว 30 อย่าง

แปลกตรงที่ผมไปทีไร ไม่เคยเห็นมีคนนั่งกิน

และกับข้าวก็เต็มพูนทุกถาด


คงไม่ได้บอกว่าร้านนี้เขาขายไม่ดีหรอกนะครับ

เขาอาจขายดีเวลาอื่น ไม่งั้นคงไม่มาขายทุกวัน

แต่แค่ประหลาดใจที่ร้านแรกที่ผมเล่าถึงนั้น

ขนาดกับข้าวเหลือก้นถาด ก็ยังมีคนขอซื้อ

(ผมคนนึงล่ะ ยืนจองมะระยัดไส้ชิ้นสุดท้าย)


ผมไม่อาจรู้ได้หรอกครับ

คนเยอะแยะมาซื้อข้าวแกงร้านแรกเพราะอะไร

จะเกี่ยวกับชายเจ้าของร้านที่ผมแอบปลื้มหรือเปล่า

แต่ผมคนนึงล่ะ ที่ไปกินเพราะชื่นชอบในตัวเขา

(และแน่นอน กับข้าวร้านเขาก็อร่อยใช่ย่อย)


พอเล่าเรื่องนี้ จึงนึกถึงเรื่องที่จั่วหัวมาครับ

ธุรกิจนั้นเลียนแบบกันได้ไม่ยาก

แต่ความรักในธุรกิจนั้น เลียนแบบกันได้ยาก


ยุคนี้ (หรือยุคไหน ๆ) ผู้คนมักทำธุรกิจตามกัน

เห็นเขาขายดี ก็เลยทำตามเขาบ้าง

ทั้งที่รักก็ไม่รัก เก่งก็ไม่เก่ง หวังแต่เงินท่าเดียว

ส่วนใหญ่ก็เลยไม่รอด ม้วนเสื่อไปตามระเบียบ


จริงอยู่ หากเป็นธุรกิจใหญ่โตระดับมหาชน

เราอาจสัมผัสไม่ได้ถึงความรักในการทำธุรกิจ

เพราะใหญ่จนไม่มีใครเป็นเจ้าของคนเดียว


แต่ในสภาวะ SME ล้นเมือง ใคร ๆ ก็ทำธุรกิจ

แต่ส่วนใหญ่แล้วกลับทำธุรกิจเหมือน ๆ กันหมด


ผมคิดว่า "ความรัก" นี่แหละคือความแตกต่าง

ความรักทำให้เราอิน อินจนมีชีวิตชีวา

อินจนอยากทำให้ดี อยากบริการให้โดนใจ

อยากให้คนอื่นได้อินแบบเราบ้าง


ก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละ...


ถ้าหากเราทำธุรกิจเป็น และรักในธุรกิจนั้นจริง ความรักจะปกป้องเรา จากการเลียนแบบทั้งปวง

เพราะผู้คนสัมผัสได้ถึงความรัก ความใส่ใจ

และพวกเขาจะพบ "ชีวิตชีวา" อยู่ในนั้น


ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จในธุรกิจนั้น ๆ

ความรักอาจไม่ใช่ต้นเหตุใหญ่ในความสำเร็จ

แต่ก็เป็นต้นเหตุที่ขาดไม่ได้เลย


แล้วคุณล่ะครับ

รักในสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้แค่ไหน?

 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot