ทุกอย่าง...จะต่อทางให้เอง

Updated: Jun 8

1.

ชีวิตส่วนใหญ่ไม่เคยเดินเป็นเส้นตรงหรอกครับ มันมักพาเราอ้อมไปอ้อมมา แวะนู่นนั่นนี่อยู่เสมอ ลองฟังเรื่องราวของชายหญิงสองคนนี้เป็นตัวอย่าง


ภาพถ่ายโดย Kasuma จาก Pexels

ผู้ชายคนหนึ่ง เข้าเรียนโรงเรียนการแพทย์ เพราะฝันอยากเป็นศัลยแพทย์ แต่หลังจากไปเป็นแพทย์สนามในสงคราม เขาพบว่าการเป็นแพทย์ไม่ใช่ตัวเขา เขาน่าจะเป็นช่างภาพมากกว่า ...แต่พอลองเป็นช่างภาพดู เขาก็พบว่าตัวเองเก่งไม่พอที่จะทำให้เป็นอาชีพ


ในเวลาต่อมาผู้ชายคนนี้ก็ไปเป็นพนักงานในห้างสรรพสินค้า มีหน้าที่จัดตู้โชว์หุ่นแสดงเสื้อผ้าผู้ชายให้ออกมาดูดี เขาเริ่มพบว่า "เออ! นี่แหละตัวฉัน"


เขาได้เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว กลายเป็นฝ่ายจัดซื้อเสื้อผ้าชาย กลายเป็นดีไซเนอร์ในเวลาต่อมา และกลายเป็นเจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าในที่สุด


ผู้ชายคนนี้ เขาชื่อ "จิออร์จิโอ อาร์มานี่" รู้จักเขามั้ยครับ?


2.

ผู้หญิงอีกคน เธอหัวดี เรียนเก่ง ไอคิวสูง จบศิลปะ แต่เพราะเธอหน้าตาดี ทางบ้านก็เลยบอกให้ลองประกวดนางงามดูสิ ผลก็คือ "ตกรอบประจำ"


เธอเกือบหมดความมั่นใจ แต่การประกวดก็ทำให้แมวมอง มองเห็นเธอ และชวนเธอไปเป็นนางแบบ เธอกลายเป็นนางแบบดังระดับประเทศ ถ่ายโฆษณาตั้งมากมาย


แต่ในคืนหนึ่งที่เงียบสงัด เธอคุยกับตัวเองแล้วพบว่า เธออยากเป็นมากกว่าไม้แขวนเสื้อเดินได้บนแคทวอล์ค เธออยากสร้างสรรค์อะไรมากกว่านี้ ...เธออยากเป็นนักแสดง


ในเวลาต่อมา เธอพาตัวเองเข้าสู่วงการบันเทิงได้สำเร็จ แต่ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เธอได้เล่น ไม่มีบทพูดให้เธอด้วยซ้ำ


ถึงอย่างนั้นมันก็ตอบเสียงเรียกร้องในหัวใจ เธอเริ่มมีบทพูดในละครทีวีหลาย ๆ เรื่อง แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนที่โด่งดังสักที ถ้าเธอจะท้อแท้บ้าง มันก็สมควรอยู่ใช่มั้ยครับ?


10 กว่าปีเป็นเวลาที่นานไม่น้อย กว่าโลกจะรู้จักเธอเล็ก ๆ ในบทที่เธอเล่นคู่กับ อาร์โนล ชวาซเนกเกอร์ จนกระทั่งในหนังเรื่องถัดมา เธอจึงเป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก (เสียที) หนังเรื่องนั้นมีชื่อว่า "Basic Instinct"


ผู้หญิงคนนี้ เธอชื่อ "ชารอน สโตน" รู้จักเธอมั้ยครับ?


3.

ครับ! ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ มันชอบพาเราไปในที่ที่เหมือนจะไม่เกี่ยว พาฉันมาที่นี่ทำไม? ชีวิตชอบพาเราไปหกล้ม เหมือนจะแกล้งให้เรายอมแพ้ เพื่อจะได้หัวเราะเยาะว่าเราช่างอ่อนแอเหลือเกิน


ชีวิตผมเองก็เคยเป็นแบบนี้ ชีวิตใครหลายคนก็อาจกำลังเป็นแบบนี้อยู่ ...สับสน ว้าวุ่น นี่ฉันมาถูกทางหรือเปล่า? ท้อแท้ สิ้นหวัง ทำไมชีวิตต้องทดสอบกันขนาดนี้?


แต่ในที่สุด ถ้าอดทนมากพอและไม่หยุดค้นหา เราจะเจอกับสิ่งที่ฝัน และฝันนั้นจะกลายเป็นความจริง

มันไม่ใช่คำปลอบประโลมโลกสวย เพราะคนที่เชื่อ ก็จะพบว่าประโยคข้างบนคือ "เรื่องจริง" ส่วนคนที่ไม่เชื่อ

ก็จะพบว่าประโยคข้างบน เป็นเรื่อง "ไม่จริง"


ทุกคนมีความจริงในเวอร์ชั่นของตัวเอง เอาเป็นว่าเลือกความเชื่อในแบบที่ทำให้ชีวิตเราดีก็แล้วกัน


4.

ชีวิตส่วนใหญ่ไม่เคยเดินเป็นเส้นตรงหรอกครับ แต่ขอแค่โดยรวม มันพาเราไปข้างหน้าก็พอแล้ว ล้มบ้างอะไรบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา สับสนบ้างวุ่นวายบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ


เล่าเรื่อง "จิออร์จิโอ อาร์มานี่" กับ "ชารอน สโตน" ไปแล้ว ผมขอเล่าเรื่องตัวเองบ้างก็แล้วกัน แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าสองคนนี้ แต่ก็พอมีจุดร่วมกันในบางอย่างของชีวิต


ยาวหน่อยนะครับ... เริ่มได้...



เครื่องดนตรีชิ้นแรกของผมคือ เมโลเดี้ยน "ง่อย ๆ" ที่พ่อผมเก็บมาจากไหนก็ไม่รู้ ท่อเป่าก็ไม่มี พ่อผมเลยไปซื้อสายยางรดน้ำมาให้ ผมเอาสายยางเสียบ แล้วเป่าได้ทั้งวัน ...ตอนนั้นผมอยู่ ป.4


พอมา ม.2 แม่ไม่อยากให้ผมอ่านการ์ตูน เพราะกลัวจะไม่อ่านหนังสือเรียน ก็เลยซื้อคีย์บอร์ดคาสิโอให้ แต่แม่ไม่ได้ส่งผมไปเรียนดนตรี ผมเลยหัดเล่นมั่ว ๆ ได้ทั้งวัน ไม่รู้จักโดเรมีฟาซอล ได้แต่เอากระดาษกาวแปะตัวเลข 1,2,3,4,5 ไว้


พอ ม.3 ผมยืมกีตาร์ราคา 500 บาทของคนงานที่บ้านมาเล่น ตั้งสายก็ไม่เป็น สายเพี้ยนทีนึง ก็ต้องวิ่งไปให้พี่ข้างบ้านตั้งสายให้


พอ ม.4 ผมต่อรองกับแม่ ว่าถ้าสอบได้เกรด 3.9 ขึ้นไป แม่ต้องซื้อกีตาร์โปร่งให้ผม ปรากฏว่าเทอมนั้นผมได้เกรด 3.94 กีตาร์ยามาฮ่าราคา 1,500 บาท จึงเป็นของผม


เหมือนเดิมครับ ผมไม่เคยเรียนดนตรี หัดเอง คอร์ด F จับยากมาก ปลายนิ้วพองแล้วพองอีก เจ็บมาก ๆ แต่ผมก็เล่นกีตาร์ทุกวัน เรียกว่ากลับถึงบ้านปุ๊บ คว้ากีตาร์เล่นปั๊บ


พอเข้ามหาวิทยาลัย เด็กต่างจังหวัดอย่างผมเพิ่งเคยเข้ากรุงเทพครั้งแรก ตกใจที่เจอคนเล่นกีตาร์เก่ง ๆ และสารภาพว่าผมเพิ่งเคยได้ยินเสียงกีตาร์ไฟฟ้าก็ตอนนั้น


5.

ผมหน้าด้านไปเข้าชมรมดนตรีของหอพักนิสิตจุฬาฯ ทั้งที่เล่นดนตรีงู ๆ ปลา ๆ อ่านโน้ตก็ไม่เป็น กีตาร์ไฟฟ้าก็ไม่มี

อาศัยครูพักลักจำและกีตาร์เก่า ๆ ของชมรมเล่นไปเรื่อยเปื่อย


หัวเด็ดตีนขาด แม่ผมก็ไม่ยอมซื้อกีตาร์ไฟฟ้าให้ เพราะกลัวผมเลิกเรียน แล้วไปเป็นนักดนตรี ต้องอยู่ปี 2 นั่นแหละผมถึงจะเก็บเงินพอซื้อกีตาร์ไฟฟ้ากับตู้แอมป์เองได้ ...ส่วนเอฟเฟ็คกีตาร์น่ะเหรอ รอไปก่อน ไม่มีตังค์


ปี 3 ผมได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตของชมรมดนตรีเพื่อการกุศล ตอนนั้นผมคิดว่าผมหลงรักดนตรีเข้าแล้วล่ะ นิตยสารดนตรีวางเต็มห้อง เทปกองสูงท่วมหัว


ตอนนั้นผมเกือบจะเลิกเรียน เพราะใจมันไม่เอาแล้ว เดือดร้อนพ่อต้องนั่งรถไฟมาหาถึงกรุงเทพ ขอร้องให้เรียนต่อ

ปี 4 ผมเรียนจบวิศวะ จุฬาฯ แต่ไม่อยากทำงานวิศวะ จึงตัดสินใจเรียนต่อโทวิศวะ เพื่อซื้อเวลา ด้วยหวังว่าโชคชะตาจะพาให้ผมได้ทำงานที่รัก

ป.โท ปี 1 ผมรวมตัวกับรุ่นน้อง ประกวดวงดนตรี ผลคือตกรอบแรก เพราะวงเราเล่นได้ห่วยมาก แต่ผมกลับพบว่า "ผมแต่งเพลงได้" (เรียกว่าพอได้ดีกว่า)


ยิ่งตอนนั้นอกหักพอดี ฟีลลิ่งเลยยิ่งได้ ผมใช้ห้องน้ำเป็นห้องบันทึกเสียง อัดเพลงที่แต่งไว้ด้วยซาวเบ้าท์ ส่งเทปไปแกรมมี่ ทั้งที่ไม่รู้จักใครเลย


...และหลังจากนั้นอีกหนึ่งปี ผมก็ได้ทำงานที่แกรมมี่ ในฐานะนักแต่งเพลง


6.

ผมเล่าเรื่องนี้เพื่อจะบอกว่า ไอ้เด็กคนนั้นที่เป่าเมโลเดี้ยนง่อย ๆ ด้วยสายยางรดน้ำ มันคงไม่นึกหรอกว่า วันหนึ่งมันจะได้เป็นนักแต่งเพลงแกรมมี่


...แต่ชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้แหละ ไม่มีอะไรคาดเดาได้


แม้ที่สุด ทุกวันนี้ผมจะไม่ได้แต่งเพลงแล้ว แต่งานเพลงก็นำไปสู่อีกสายงานที่ผมรักอีกงาน นั่นคือ "งานเขียน" เช่นกัน ไอ้เด็กคนนั้นที่โตมากับการอ่านนิทานในนิตยสารสตรีสาร ขวัญเรือน มันคงไม่นึกหรอกว่า วันหนึ่งมันจะได้เขียนหนังสือ แล้วขายดีพอใช้ได้


...แต่ชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้แหละ ไม่มีอะไรคาดเดาได้

ชีวิตคือการเคลื่อนจากจุด A ไป B ใครที่ยังไม่ถึงจุด B ก็ขอให้รู้ไว้ว่า คุณแค่กำลังอยู่ "ระหว่างทาง" เท่านั้นเอง


ใครที่รู้สึกว่าจุด A ช่างอยู่ห่างจากจุด B เหลือเกิน ห่างจนแทบเป็นไปไม่ได้ ก็ขอให้รู้ไว้ว่า อะไรก็เป็นไปได้สำหรับชีวิตของเรา


ใครที่กำลังรู้สึกว่ามองไปข้างหน้า เหมือนไม่เห็นทาง ดูเลือนลางไปหมด อะไรคืออนาคต มองแล้วมืดมน


ผมอยากให้ระลึกไว้เสมอว่า ถ้าเรารักและเชื่อในสิ่งที่ทำจริง ๆ ลงมือ เรียนรู้ แก้ไข ปรับปรุง ไม่นานทุกอย่างจะเปิดทางให้ และทุกย่างก้าวที่เราเดินไป ทางจะค่อย ๆ งอกออกมารองรับเท้า ต่อเป็นถนนสู่ฝัน ให้เราเดินไปข้างหน้า

เพียงแต่ชีวิตส่วนใหญ่ไม่เคยเดินเป็นเส้นตรงหรอกครับ ...ขอแค่อย่าหยุดเดินก็แล้วกัน


หมายเหตุ : เรียบเรียงจากบางส่วนของหนังสือ "มองไกลบนไหล่ยักษ์" สั่งซื้อได้ที่ https://www.stock2morrow.com/publishing/bookdetail.php?id=58

 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot