ความจนคือประสบการณ์ที่มีค่า...แต่เราควรออกจากประสบการณ์นี้ให้เร็วที่สุด

ครั้งหนึ่ง Edward Bok

นักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์ เคยกล่าวไว้ว่า

"ความจนคือประสบการณ์ที่มีค่าที่สุด

อย่างไรก็ตาม...

เราควรออกจากประสบการณ์นี้ให้เร็วที่สุด"


อ่านแล้วต้องบอกว่า "จริงมาก" มันใช่เลย

ความจนสอนเราได้ดีมากจนต้องขอบคุณ

ความจนผลักดันให้คนไม่ยอมแพ้

ต้องก้าวไปข้างหน้า...ออกจากความจน


ภาพโดย Khusen Rustamov จาก Pixabay

แค่ไหนรวย?

เรื่องนี้นิยามกันลำบาก นานาจิตตัง

แต่แค่ไหนจน?

อันนี้เจ้าของความจนสัมผัสได้เอง


มันขมที่คอ รอคอยอย่างหมดหวัง

ไม่อยากสบตาใคร


หลายปีก่อน

ผมเคยอยู่กับมัน สนิทกันดี

อาจไม่ได้ยากจนถึงขนาดไม่มีข้าวกิน

แต่ก็อยู่ในช่วงวิกฤตท้อแท้ชีวิตไม่น้อย


ทำงานหนัก รับจ้างหลายอย่าง

ทั้งหมดนี้เพื่อแข่งกับรายจ่าย

รันทดตัวเองที่เห็นเพื่อน ๆ ไปได้สวย

ในขณะที่ก้มมองดูตัวเอง

...ทำไมชีวิตเรามันเฮงซวย?


จน...แต่บอกใครไม่ได้

หน้าที่การงานดี แต่ไม่มีตังค์

จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ

เอาของในบ้านมาขายแลกเงิน


ทำงานมาหลายปี

เงินเก็บสักแสนนึงก็ไม่เคยเห็น

ช่วงนั้นดวงตาเหม่อลอย

...จะไปทางไหนดี?


บ่นระบายกับคนที่รู้จักกัน

ก็มีแต่คนบอกว่าชีวิตก็แบบนี้

รับสภาพไปเถอะ...เรามันก็เท่านี้

...ฟังดูคล้าย ๆ ให้ยอมแพ้


แต่เมื่อถอยจนหลังชนฝา

ผมก็เหลือทางแค่ต้องเดินหน้าต่อไป


ไม่ใช่ว่าเก่ง ...แต่แพ้ไม่ได้เท่านั้นเอง

เมื่อแพ้ไม่ได้ ก็เลยไม่แพ้

ลุยมาเรื่อย ๆ หลายปี

จนมาถึงวันนี้ได้แบบงง ๆ

ซึ่งไม่ได้รวยอะไรนะครับ

...แต่คิดว่าไม่จนแน่นอน


เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงวันนี้

ผมจึงขอยืนยันด้วยเกียรติลูกเสือว่า

ความจนคือประสบการณ์ที่มีคุณค่า


คำถามก็คือ

แล้วความจนสอนอะไรผม?


ตอบว่าเยอะมาก

...เอาสัก 2 ข้อก็แล้วกัน

เดี๋ยวจะยาว


ข้อแรก

กำลังใจนั้นสำคัญมาก


เพราะหากท้อแท้

ก็จะไม่คิดหาทาง จนดักดานต่อไป

แต่หากมีกำลังใจลุกขึ้นสู้ ต้องหาทางให้ได้

ไม่ได้ทางนี้ ก็โผล่ทางนั้น เดี๋ยวก็ต้องเจอ


พี่โป่ง หินเหล็กไฟ

เขาจึงร้องเป็นเพลงว่า

"หากจะต้องสูญเสีย

ความหวัง...ขอให้เป็นสิ่งสุดท้าย"


ดูสร้างแรงบันดาลใจไปหน่อยมั้ยครับ?

แต่นี่คือเรื่องจริง กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญมาก


คำถามแบบท้อแท้ก็คือ...

ในสภาพแบบนั้น กำลังใจจะมาจากไหน?


คำตอบก็คือ...

ก็ถ้าเอาแต่คิดแบบนั้น คงยิ่งดิ่งลงเรื่อย ๆ

เราต้องดึงตัวเองขึ้นมา จะหวังให้ใครช่วยล่ะ?


วันนั้น ในวันที่ลำบาก

ผมจ้องตัวเองในกระจก พูดออกมาว่า

"นี่มันไม่ใช่หน้าตาไอ้ขี้แพ้ หน้าตาคนรวยชัด ๆ"

หลอกตัวเองหรือเปล่าไม่รู้

แต่อย่างน้อยก็รู้สึกดี (ฮา) ...กำลังใจเริ่มมา หาหนทางไปต่อ


สำหรับคนที่ต้องการกำลังใจลุกขึ้นสู้

ลองอ่านหนังสือดี ๆ ที่ไม่เคยอ่านสิครับ

ลองคบคนในสังคมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยคบ

ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ลองไปที่ที่ไม่เคยไป


สิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนคลื่นความถี่อารมณ์

เปิดให้เรามองเห็นโอกาสใหม่ ๆ

สำคัญก็คืออย่าจมอยู่กับความคิดตัวเอง

เพราะมันมีแต่จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

เหมือนที่เขาบอกกันว่า "อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด"

อย่ารอให้กำลังใจมาก่อน

แล้วค่อยลงมือทำบางอย่างครับ

แต่เราต้องลงมือทำบางอย่าง

แล้วกำลังใจจะเริ่มเกิดขึ้นเอง


ข้อสอง

ให้แปลงความสามารถเป็นทุน


คนไม่มีเงินจะไปเอาทุนจากไหนล่ะ?

เพราะฉะนั้นก็ต้องขายแรง

ขายความสามารถไปก่อน


ซึ่งตรงนี้อยู่ที่บุญเก่าของแต่ละคน

ว่าในอดีตเคยสั่งสมความรู้อะไรมาบ้าง?

เคยฝึกทักษะอะไรมาบ้าง?

มีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง?

เคยทำงานแล้วทำให้ใครประทับใจบ้าง?


ของพวกนี้ถ้าในอดีตไม่เคยตั้งใจทำเก็บไว้

เช้าชามเย็นชาม ทำเท่าที่สั่ง ไม่สั่งก็ไม่ทำ

ถ้าเป็นแบบนี้ ก็อาจต้องใช้กรรมเก่านานหน่อย

ต้องเสียเวลามานั่งฝึกฝน...ซึ่งอาจไม่ทัน


ผมพูดเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ

ว่าความรู้และความตั้งใจน่ะ ทำเก็บไว้เถอะ

วันนึงได้ใช้งานแน่ ๆ ไม่มีสูญเปล่า

มันจะตอบแทนกลับมาอย่างสาสม


แต่ถ้าคนไหนพอมีความสามารถอยู่

ก็ต้องรู้จักแปลงความสามารถให้เป็นทุน

ต้องฉลาดในการสร้างมูลค่าเพิ่ม

ต้องรู้จักเจรจาต่อรอง โน้มน้าวใจ

ต้องรู้จักมองหาโอกาสให้ตัวเอง

ต้องรู้จักสร้างโอกาสใหม่ให้ตนเอง


ที่สำคัญคือต้องคอยมองหาช่องทาง

ที่จะส่งผลกระทบกับผู้คนจำนวนมาก

เพราะรายได้ของเรานั้น จะเป็นสัดส่วนกับจำนวน ผู้คนที่เราส่งผลกระทบ

ผมเองก็เริ่มเปลี่ยนชีวิตด้วยแนวทางนี้

...แปลงความสามารถเป็นทุน


ใครอ่านมาถึงตรงนี้

แม้วันนี้ไม่ได้ยากจน ถือว่าคุณโชคดีมาก

ขอให้สั่งสมความรู้ ทักษะ ความคิด

และความตั้งใจไว้ใช้ในวันหน้า

...ไม่มีใครรู้ว่าฟ้าฝนจะไม่เป็นใจวันไหน


ใครอ่านมาถึงตรงนี้

วันนี้อยากพาตัวเองออกจากความจน

ลองมองหาความสามารถว่ามีมั้ย?


ถ้าไม่มี หรือมี แต่ธรรมดามาก

ก็ต้องยอมรับ เข้าใจ แต่อย่าท้อ

ขยันหาความรู้ใหม่ ของฟรีมีในออนไลน์เยอะ

ไปอบรมฟรี เรียนรู้อาชีพฟรีก็มี

ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน...อย่ารอให้พร้อม


วันนี้ยากจน ไม่ใช่เรื่องผิด

แต่ถ้าอีกห้าปีข้างหน้า ยังยากจนอยู่

...ต้องมีบางอย่างไม่ถูกต้องแล้วล่ะ

ซึ่งไม่ต้องไปโทษใคร ตัวเราเองล้วน ๆ


ความจนจึงเป็นครูสอนผมในสองเรื่องนี้

กอบกู้กำลังใจกลับมาด้วยตัวเอง

เปลี่ยนความสามารถให้เป็นทุน


ถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่า

...ที่ผมจะไม่กลับไปซ้ำชั้นอีกแล้ว


ก็อย่างที่ Edward Bok

นักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์ กล่าวไว้นั่นแหละครับ

"ความจนคือประสบการณ์ที่มีค่าที่สุด

อย่างไรก็ตาม...

เราควรออกจากประสบการณ์นี้ให้เร็วที่สุด"

 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot