เหมือนเดิม...แปลว่าแย่ลง?

Updated: Oct 20, 2020

1.

มีอยู่วันหนึ่ง ผมเจอรุ่นน้องที่ไม่ได้พบกันมานาน ผมจึงถามไปว่า "ชีวิตเป็นไงบ้าง? ไม่ได้อัพเดทกันเลย" รุ่นน้องตอบมาว่า "เหมือนเดิมเลยพี่" ได้ยินแบบนั้น ผมก็เลยตอบกลับไปว่า "เหมือนเดิมเหรอ...งั้นก็แปลว่าแย่ลงน่ะสิ"


เหมือนรุ่นน้องจะอึ้งไปสักพัก "ทำไมล่ะพี่ เหมือนเดิมแล้วทำไมแปลว่าแย่ลง?"


ผมเลยตอบขยายความไปว่า "ก็เหมือนเดิมมันแปลว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้พัฒนาเลย คนอื่นไปไหนกันแล้ว แต่เรายังอยู่ที่เดิม ยุคนี้อยู่กับที่ แปลว่าถอยหลัง เหมือนเดิม ก็เลยแปลว่าแย่ลง"


ท่าทางเหมือนจะเห็นด้วย รุ่นน้องก็เลยตอบว่า "จริงว่ะพี่ จริง ๆ มันก็แย่นั่นแหละ แต่ผมแค่บอกว่าเหมือนเดิม"


...วันนั้นเราจบบทสนทนากันไว้แค่นี้ เพราะต่างคนต่างมีธุระต้องไปทำต่อ ผมได้แต่ทิ้งท้ายด้วยความหวังดีกับรุ่นน้องไว้ว่า ให้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นชีวิตจะวนเวียนอยู่อย่างเดิม


ชีวิตที่เหมือนเมื่อปีที่แล้ว ฟังดูปกติดี ...หรือมันอาจแย่ลง เพียงแต่เราไม่รู้ตัว?



2.

มีคนเคยถามผมเรื่องนี้เหมือนกันว่ามันจะไปแย่ลงได้อย่างไร? เหมือนเดิมก็โอเคแล้ว ...ชีวิตจะเอาอะไรมาก


เรื่องนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ไม่มีผิดถูกครับ เพียงแต่ผมใช้ "กฏธรรมชาติ" มามองแล้วรู้สึกแบบนี้เท่านั้นเองว่าโลกนี้ไม่มีอะไรเหมือนเดิมเลย ที่เราเห็นว่าเหมือนเดิม จริง ๆ แล้วมันกำลังเสื่อมลงในทุกขณะ


ต้นไม้ที่เห็นว่านิ่ง อันที่จริงมันกำลังเติบโตไปสู่ความเหี่ยวเฉาในที่สุด แก้วกาแฟวางนิ่ง ๆ แท้จริงกำลังเสื่อมและเก่าลงอย่างช้า ๆ เพียงแต่ตาเรามองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง


หรือยกตัวอย่างให้ชัดกว่านี้ การได้เงินเดือนเหมือนเดิมเท่ากับเมื่อปีที่แล้ว คิดว่าเหมือนเดิม หรือแย่ลง? ...ก็น่าจะแย่ลง เพราะของแพงขึ้นทุกปี


คำถามที่น่าสนใจก็คือ ในเมื่อเราอยู่ใต้กฏธรรมชาติแบบนี้เช่นกัน ถ้าเราไม่พัฒนาตัวเองไปข้างหน้า แล้วจะเอาอะไรมาชดเชยความเสื่อม?


เหมือนเดิมจึงไม่มีอยู่จริง มีแต่แย่ลง หรือไม่ก็ดีขึ้น ...มีแต่กำลังโต หรือไม่ก็กำลังตาย


3.

ลองสำรวจตัวเองสิครับ "เราในวันนี้" กับ "เราเมื่อสัก 5 ปีที่แล้ว" เหมือนเดิมหรือเปล่า? ...ถ้าเหมือนเดิม นั่นแปลว่าแย่ลง เพียงแต่เราไม่อยากฟังคำว่าแย่ลง เราก็เลยบอกว่าเหมือนเดิม


มนุษย์ต้องเติบโต ต้องหาสิ่งใหม่ให้ชีวิต ไม่ใช่เพียงย่ำอยู่กับที่ ยิ่งโลกยุคนี้ เรายืนอยู่บนบันไดเลื่อนที่กำลังเลื่อนลง ยืนอยู่กับที่ จึงเท่ากับถอยหลัง

เก่งไม่มาก แต่ก้าวสม่ำเสมอ ย่อมไปได้ไกลกว่าคนที่รอก้าวใหญ่ แต่ไม่ยอมก้าวเสียที เพราะชีวิตไม่ใช่การวิ่งร้อยเมตร แต่คือการวิ่งมาราธอน ผู้ใดก้าวสม่ำเสมอกว่า ...ย่อมชนะในที่สุด


ครั้งนึง "จิม โรห์น" (Jim Rohn) ปรมาจารย์ด้านพัฒนาตัวเอง เล่าให้ฟังในคอร์สสัมมนาของเขาว่า สมัยหนุ่ม ๆ อาจารย์ถามเขาว่า "อีก 5 ปีต่อจากนี้ เธออยากมีชีวิตที่ดีขึ้นใช่ไหม?" เขาตอบว่า "ใช่ครับ"


แล้วอาจารย์ก็ปล่อยประโยคเด็ดที่ทำให้เขาจดจำไปไม่รู้ลืม อาจารย์ถามเขาสั้น ๆ ว่า "แล้วตอนนี้เธออ่านหนังสืออะไรบ้างที่จะช่วยให้มีชีวิตที่ดีขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า?"


ผมคิดว่านี่เป็นคำถามเรียบง่าย แต่เปลี่ยนชีวิตได้เลย


4.

ยุคนี้ คำว่า "ไม่มีความรู้" "ทำไม่เป็น" กลายเป็นข้ออ้างของคนไม่ยอมขยับ คนไม่ยอมปรับตัว เพราะเราอยู่ในยุคความรู้ท่วมโลก เข้าถึงก็ง่ายแค่ปลายนิ้ว (และฟรี) ที่สำคัญไม่ได้จำกัดแค่การอ่านหนังสือ มีวิดีโอดี ๆ มากมายให้เราเรียนรู้วิชาต่าง ๆ


วิธีทำอาหาร วิธีชงกาแฟดริฟ ความรู้เกี่ยวกับอวกาศอันไกลโพ้น การตลาดออนไลน์ ทำกระหล่ำปลีทอดน้ำปลาให้อร่อย เลี้ยงลูกให้อารมณ์ดี ฯลฯ พูดมาเถอะ เรื่องอะไรก็ได้ ความรู้เหล่านี้มีให้ศึกษาเพียบ ที่สำคัญฟรี!


ไม่สูงต้องเขย่ง ไม่เก่งต้องขยัน ไม่ใช่รอให้คนอื่นมาป้อนอยู่ตลอด อ้างนู่นนั่นนี่


ชีวิตเรา เราต้องขวนขวาย ทำให้ดี ด้วยสองมือ ทำให้ก้าวหน้า ด้วยสองขา ...จะปีนี้จะปีไหน ชีวิตต้องพัฒนา อย่าให้ซ้ำซากเหมือนเดิม


ก็อย่างที่ผมบอกรุ่นน้องคนนั้นนั่นแหละครับ "เพราะเหมือนเดิม...แปลว่าแย่ลง".


4,175 views0 comments
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png