ความมั่นคงอยู่ที่ตัวเราเอง

วันก่อนมีอีเมลส่งมาถึงผม

ปรึกษาปัญหาเรื่องการงานทั่ว ๆ ไป

ผมอ่านแล้วสะเทือนใจมากอยู่ 3 จุด

จึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟังครับ


จุดสะเทือนใจที่หนึ่ง


ใจความในอีเมลเขียนทำนองว่า

เขารู้สึกไม่มั่นคงใน "องค์กร" ที่ทำอยู่

ที่ผมสะเทือนใจเพราะผู้เขียนท่านนี้

...ลืมลบข้อความอัตโนมัติท้ายอีเมล


เป็นข้อความที่บอกว่าทำงานอยู่องค์กรไหน

ซึ่งผมคงไม่สามารถเปิดเผยได้

แต่เอาเป็นว่าทุกคนในประเทศไทยรู้จัก


ผมเคยได้ยินข่าววงในมาสักพักแล้ว

ว่ายักษ์ตนนี้กำลังจะล้มลง

เมื่อได้อ่านอีเมลนี้ ข่าวนั้นยิ่งมีน้ำหนัก


เรื่องนี้ทำให้ผมสะเทือนใจว่า

อย่าได้วางใจความใหญ่ขององค์กร

ใหญ่แค่ไหนก็ไม่มั่นคงได้ทั้งนั้น


ไม่ต้องห่วงตัวพ่อระดับหัว ๆ

เพราะเขาล้มบนฟูก

แต่ตัวลูกระดับกระจ๊อกนี่สิ

...เจ็บทุกทาง


เรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า

อย่าฝากชีวิตไว้ที่คนอื่น ให้รับผิดชอบความมั่นคง ...ด้วยตัวเราเอง
ภาพโดย Jan Lasota จาก Pixabay

จุดสะเทือนใจที่สอง


ใจความในอีเมลเขียนต่อไปว่า

เมื่อรู้สึกถึงความไม่มั่นคงนั้น

เขาก็เลยอยากหาอะไรทำสักอย่าง

ฟังดูดีนะครับ...แต่ปัญหาก็คือ...


ผู้เขียนท่านนี้บอกว่า

เขาไม่มีความสามารถอะไรอื่น ๆ

นอกจากงานที่ทำอยู่เลย


ขายของ ทำกับข้าว ประดิษฐ์นู่นนั่นนี่

...ไม่เคยทำเลยสักอย่าง


ชีวิตอยู่บนงานประจำที่ทำอยู่ทำไป


อ่านถึงตรงนี้

...ผมรู้สึกถึงแรงสะเทือนในหัวใจ


ใยคนหนึ่งจึงปล่อยให้ตัวเอง

มีความสามารถที่จำกัดได้เพียงนี้?


เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึง

"การลงทุนในตัวเอง"


บางคนคิดว่าเรียนจบแล้ว คือจบแล้ว

ไม่ต้องเรียนเพิ่มเติมอีกแล้ว

...แต่นั่นมันจริงที่ไหนกันเล่า?


มีทักษะหลายอย่างที่เราฝึกฝนได้

ไม่ว่าจะเป็นทักษะที่ใช้ประกอบอาชีพตรง ๆ

เช่น ฝึกงานฝีมือ งานช่าง งานคอมพิวเตอร์

วิชาความรู้เหล่านี้รับงานได้เลย


หรือจะเป็นทักษะกว้าง ๆ อย่าง...

การขาย การสื่อสาร เขียนและพูด

รวมถึงการคิดให้เป็นระบบ

ซึ่งประยุกต์ใช้กับอาชีพได้มากมาย


ประเด็นอยู่ที่ "ทักษะ" แปลว่า "ฝึกได้"

ฝึกได้แปลว่า "ใช้เวลา"

ใช้เวลาแปลว่า ต้องฝึกตั้งแต่วันที่ยังไม่จำเป็น

เพราะวันที่จำเป็นต้องใช้

เมื่อจะมาฝึก...มันก็ไม่ทันกินแล้ว


เรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า

ฝึกทักษะที่สำคัญ ไว้เสียตั้งแต่วันนี้ แล้วในอนาคต เราจะอยากขอบคุณตัวเอง

จุดสะเทือนใจที่สาม


ใจความในอีเมลลงท้ายว่า

ติดตามงานเขียนของผมมาตลอด

อ่านแล้วเพิ่มกำลังใจได้ดี


ผมสะเทือนใจก็ตรงคำว่า

"เพิ่มกำลังใจ" นี่แหละครับ


วันนั้นผมตอบอีเมลกลับไปว่า

"นาทีนี้กำลังใจไม่ช่วยแล้วครับ

กำลังกายต้องมาด่วน"


ถ้ารู้สึกว่ามีสัญญาณไม่ดี

การนั่งคิดบวกไปวัน ๆ ว่า

สิ่งดี ๆ กำลังจะมา

พลังลึกลับจงช่วยฉันด่วน


...แบบนั้นมันไม่ช่วยครับ


เราต้องออกแรงทำอะไรสักอย่าง

เช่น นาทีนี้จะฝึกทักษะอะไรใหม่ดี?

ฝึกวันนี้แล้วจะทันไหม?

ถ้าไม่ทัน งั้นลองคิดสิว่า

ความสามารถในงานประจำของฉัน

แปรเปลี่ยนไปทำอะไรได้อีก?

รับงานนอก? หาที่ทำงานใหม่?


เปิดตัวเองออกไปหาโอกาสใหม่

ไม่ใช่แค่การ "เพิ่มกำลังใจ"

แต่ต้องใช้กำลังกายทำอะไรสักอย่าง

เพิ่มความเป็นไปได้ให้ตัวเรา


เรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า

นาทีที่ไฟกำลังจะไหม้บ้าน วิธีแก้ไขต้องไม่ใช่นั่งคิดว่า ...เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป แต่ต้องหาวิธีดับไฟด่วน

ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ที่จะดับไฟ

...นอกจากตัวเราเอง


ก็ประมาณนี้แหละครับ

ความสะเทือนใจที่ได้อ่านอีเมลนั้น


ในวันที่หลายคนเห็นตรงกันว่า

....เศรษฐกิจไม่ดี

และความไม่มั่นคงก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ


ผมขอสรุปไว้แบบนี้ครับว่า


ไม่ใช่บริษัท ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

ที่ต้องรับผิดชอบเรา

แต่เราเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบตัวเอง


...และเราต้องเริ่มสร้างความมั่นคง

ให้กับตัวเองตั้งแต่วันนี้เลย

13,864 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot