สิ่งนี้แปลว่าอะไรได้อีก?

ผมมีคำถามครับ?


เมื่อย้อนมองชีวิตที่ผ่านมา

ระหว่างเรื่องที่ชอบ คนที่ประทับใจ

กับเรื่องที่ไม่ชอบ คนที่เกลียดเข้าไส้

...คุณนึกเรื่องไหนออกเร็วกว่ากัน?


ข่าวดี (หรือร้าย?) ก็คือ

เรื่องที่นึกออกได้ง่าย เร็ว และมาก

เรื่องราวเหล่านี้จะไปดักรอเรา

และเกิดขึ้นใหม่อีกรอบในอนาคต


ถ้านึกเรื่องที่ชอบในอดีตได้เก่ง

มักจะได้เจอเรื่องที่ชอบอีกในอนาคต


ถ้านึกเรื่องที่ไม่ชอบในอดีตได้เก่ง

มักจะได้เจอแต่เรื่องที่ไม่ชอบในอนาคต


สาเหตุก็เพราะ เราจะเห็นแต่สิ่งที่อยากเห็น

เมื่อกล่อมจิตด้วยเรื่องใดบ่อย ๆ

จิตจะเคยชินกับเรื่องนั้น

จนกลายเป็นนิสัยที่ตั้งค่ามาแล้ว


สมองจอมขี้เกียจ

จะควักนิสัยเก่าเอามาใช้

แล้วปิดตา เปิดให้เห็นบางส่วน

...เอาเฉพาะแต่ในสิ่งที่อยากให้เห็น


เราจะพบเห็นเรื่องที่จิตหมกมุ่น

ไม่ว่าเรื่องนั้นจะดีหรือร้ายก็ตาม


เขียนถึงเรื่องนี้

ทำให้นึกถึงอีกเรื่องหนึ่ง

ผมเขียนไว้นานแล้ว...


คนสองคนไปในงานปาร์ตี้

ปรากฏว่าคนหนึ่งชอบงานเลี้ยงนี้มาก

ส่วนอีกคน ไม่ชอบเลย


คนที่ชอบงานนี้

ตรงไปคุยกับคนที่ชอบงานนี้เหมือนกัน

เขาจึงยิ่งรู้สึกว่างานนี้สนุกมากขึ้นอีก


ส่วนคนที่ไม่ชอบงานนี้

ตรงไปคุยกับคนที่ไม่ชอบงานนี้เหมือนกัน

เขาจึงยิ่งรู้ว่างานนี้แย่มาก ๆ แย่จริง ๆ


...คำถามคือ

ตกลงปาร์ตี้นี้สนุกหรือไม่สนุกกันแน่?


คำตอบคือ...

อยู่ที่จะเลือกมองแบบไหน


มองงานปาร์ตี้สนุก

ก็หาคนสนุก ๆ มาคุยด้วย


มองงานปาร์ตี้ไม่สนุก

ก็หาคนไม่สนุก มาบ่นด้วย


ก็นั่นแหละครับ...

เราจะเห็นแต่สิ่งที่อยากเห็น


บางคนบอกว่า

อย่ามาโลกสวย อย่ามามองโลกใน "แง่ดี"

ต้องอย่างฉันสิ

มองโลกใน "แง่จริง"


ฟังดูเท่ดี

แต่ออกแนวฉันถูกคนเดียว

ถ้าใครมองไม่เหมือนฉัน

แปลว่าคนนั้นมองโลกไม่จริง

ของฉันจริงอยู่คนเดียว


ถามว่าแล้วโลกในแง่จริงคืออะไร?

เพราะถ้ามีการมองโลกในแง่จริง

ก็แปลว่าสองคนนี้

ต้องมีคนหนึ่งมองโลกในแง่ไม่จริง


แต่ปาร์ตี้ก็คือปาร์ตี้

จะสนุกหรือไม่สนุก ตัวมันเองไม่ได้เกี่ยว

แต่เกี่ยวกับมุมที่จะมองของคนไปร่วมงาน

ว่ากำลังมองหาอะไรอยู่


เอาเข้าจริง

มองโลกในแง่จริง

ก็คือแง่ที่เราอยากจะเชื่อว่ามันจริง

โดยไม่สนว่าแล้วมันจริงหรือไม่ก็ตาม


เราต่างพยายามมองหาหลักฐาน

มาสนับสนุนความเชื่อ

ที่เราอยากเชื่อว่ามันจริง


ก็ฉันจะเชื่อแบบนี้ ใครจะทำไม?


ทางที่ดีผมว่าเลือกเข้างานปาร์ตี้

โดยคาดหวังว่าจะเจอสิ่งดี ๆ

แล้วหาให้เจอว่าสิ่งดี ๆ สิ่งนั้นคืออะไร?

แม้มีสิ่งดีเพียงสิ่งเดียว

...ก็ขอให้ถือว่าดีแล้ว


ส่วนตัวผมคิดว่า

ความสามารถอย่างหนึ่ง

ที่จะทำให้ชีวิตมีคุณภาพก็คือ


เรา "แปลความหมาย"

สิ่งที่เกิดขึ้นได้มีคุณภาพแค่ไหน?


ในวันที่ชีวิตเจอกับปัญหา

มีหนึ่งคำถาม

ที่ผมอยากให้ลองถามตัวเองดู


คำถามนั้นคือ "สิ่งนี้แปลว่าอะไรได้อีก?"

เช่น

ถ้าตกงาน ถ้าเลิกกับแฟน ถ้าเจ็บป่วย

วิธีแปลความหมายแบบบ้าน ๆ

แบบที่คนแปลกันทั่ว ๆ ไปก็คือ


ตกงานคือเรื่องแย่

เลิกกับแฟนแปลว่าเจ็บปวด

และเจ็บป่วยก็เป็นคราวซวยของชีวิต


แต่ใครที่เก่งแปลความหมายสิ่งที่เกิดขึ้น

เขาจะถามตัวเองด้วยคำถามนี้ว่า

"สิ่งนี้แปลว่าอะไรได้อีก?"


เมื่อถาม

เขาจะพบกับคำตอบดี ๆ

เช่น...

ตกงาน อาจหมายถึง

ต่อไปนี้เราต้องมีรายได้หลายทาง

หรืออาจหมายถึง

การสมัครงานครั้งใหม่ที่ดีกว่าเดิม


เลิกกับแฟน อาจหมายถึง

เราจะได้ใช้ชีวิตอิสระขึ้น

หรืออาจหมายถึง

โอกาสที่ฉันจะเจอคนที่ใช่กว่าคนนี้


และเจ็บป่วย ก็อาจหมายถึง

การได้หยุดพักเสียบ้าง

หรืออาจหมายถึง

สัญญาณเตือนว่าต่อไปต้องดูแลสุขภาพ


ในมุมนี้

คนแปลความหมายได้เก่ง

จึงได้เปรียบคนทั่วไป

เพราะเขามีคำตอบดี ๆ ให้ตัวเอง


นี่ไม่ใช่การคิดบวก

และไม่ใช่การหลอกตัวเอง

แต่คือคำถามคุณภาพที่เราถามตัวเองว่า

"สิ่งนี้แปลว่าอะไรได้อีก?"


ในวันที่เป็นทุกข์

ลองถามตัวเองว่า

นอกจากความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว

"สิ่งนี้แปลว่าอะไรได้อีก?"

แล้วชีวิตจะพบกับคำตอบใหม่ ๆ


ถ้าทั้งหมดนี้

จะมีคนบอกว่า

นี่เป็นการมองโลกแบบไม่จริง

ก็ปล่อยเขาเถอะ

ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก

แค่เราอยู่กันคนละโลก

...เท่านั้นเอง


 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot