ชีวิตคือการเคลื่อนจากจุด A ไปจุด B

Updated: Sep 18

สิ่งที่คุณกำลังจะอ่านต่อไปนี้ มีประโยชน์มาก และมันจะเปลี่ยนชีวิตคุณ เหมือนที่เปลี่ยนชีวิตผมมาแล้ว ...เริ่มได้!

ชีวิตทุกคนกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้า (มีบ้างที่ถอยหลัง แต่ลึกๆ ก็คงอยากก้าวหน้าอยู่ดี) ไม่ใช่เฉพาะแค่ตอนสอบเลื่อนชั้น หรือตอนกำลังจะเลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่เราทุกคนล้วนกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรในชีวิตก็ตาม มนุษย์ทุกคนกำลังต้องการก้าวจากจุด A ไปจุด B เสมอ เช่น ถ้าอ้วนอยู่ ก็อยากจะผอม ถ้าจนอยู่ ก็อยากจะร่ำรวย

ภาพถ่ายโดย Madison Inouye จาก Pexels

และมีสิ่งที่เราต้องรู้อยู่แค่ 3 ข้อ เพื่อที่จะทำให้เราก้าวจากจุด A ไปจุด B ได้สำเร็จ ไม่ว่า A กับ B ของคุณคือเรื่องอะไรก็ตาม

ข้อแรก

การเคลื่อนไปข้างหน้านั้น ต้องใช้ "คุณสมบัติ" อะไรบางอย่างเสมอ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากก้าวไปจุด B เราก็แค่ไปดูว่า คนที่อยู่จุด B นั้นเขาคิดอย่างไร? เขาทำอย่างไร? เขาจึงมาอยู่ที่จุดนี้ได้ จากนั้นก็ทำตาม (ดัดแปลงให้เหมาะสมในแบบของเรา) แล้วเราก็จะสำเร็จได้ดังใจหมายเหมือนกับเขา ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น

อยากผอม ไปดูว่าคนผอมเขาคิดอย่างไร? ทำอย่างไร? อยากรวย ไปดูคนรวยว่าเขาคิดอย่างไร? ทำอย่างไร? ...เรื่องมันง่ายแค่นี้เอง ขอแค่คุณสมบัติครบถ้วน ทุกคนก็ล้วนได้สิทธิ์นั้น

ฟังดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ แล้วมันยากตรงไหน?


คำตอบก็คือ คนส่วนใหญ่อยากไปถึงจุด B แต่ไม่ยอมสร้างคุณสมบัตินั้นก่อน พวกเขายืนอยู่ตรงจุด A แล้วเฝ้าบอกว่า


"พาฉันไปที่จุด B ก่อนสิ แล้วฉันจะมีคุณสมบัตินั้น"

ยกตัวอย่าง ...ขึ้นเงินเดือนให้ฉันก่อนสิ แล้วฉันจะทำงานให้เต็มที่เลย ...รักฉันก่อนสิ แล้วฉันจะทำตัวให้น่ารัก คุณว่ามันสมเหตุสมผลมั้ยล่ะ? ไม่สมเหตุสมผลแน่นอน


ที่ถูกนั้น เราจะต้องสร้างคุณสมบัติเพื่อจะเป็นคน ๆ นั้นให้ได้ก่อน แล้วไม่นาน เราจึงได้เป็นคนคนนั้นจริง ๆ เช่น ตั้งใจทำงานก่อน แล้วเงินเดือนจะปรับตาม ทำตัวให้น่ารักก่อน แล้วอีกฝ่ายจึงรักตอบ


จำไว้สั้น ๆ ครับว่า "ทำเหตุให้คู่ควร แล้วผลจะตามมาเอง"

ข้อสอง

ต่อให้เรารู้แล้วว่าต้องคุณสมบัติอะไรบ้าง ก็ใช่ว่าหนทางจะราบเรียบง่ายดาย เราจึงพึงต้องรู้ว่า อุปสรรคนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ ความล้มเหลวเป็นแค่เรื่องชั่วคราว ความผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าระหว่างทางที่เดินมา เราไม่เคยเจออุปสรรคเลย นั่นอาจแปลว่า เป้าหมายเราเล็กมาก อุปสรรคก็เลยเล็กมากตามไปด้วย ...เล็กจนมองไม่เห็น จนเราไม่รู้สึกว่ามีอุปสรรคเลย

ฟังดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ แล้วมันยากตรงไหน?



คำตอบก็คือ คนส่วนใหญ่พอเจออุปสรรคแล้วยอมแพ้ง่าย แกล้งตายเหมือนเจอหมี เขาคิดว่าคนที่ไปถึงจุด B ได้นั้น คงจะตรงดิ่งไปที่นั่น แบบไม่ต้องเจออุปสรรคเลยสักนิด แต่มันไม่ใช่เลย


ถ้าเปิดผ้าคลุมซูเปอร์แมนดู เราคงจะพบรอยแผลเต็มหลังไปหมด

เพราะฉะนั้นล้มเหลวไปเถอะครับ ถ้ายังไม่ถอดใจ ยังไปต่อ อย่างไรก็ถึงจุด B แน่นอน

ข้อสาม

ต่อให้รู้ว่าต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ต่อให้รู้ว่าต้องเจออุปสรรค แต่ทั้งหมดจะไม่มีประโยชน์เลยครับ ถ้าเราไม่ก้าวขาออกจากจุด A ...แต่คนส่วนใหญ่นั้นไม่ก้าวออกไปก็เพราะ "กลัว" พวกเขาหารู้ไม่ว่าคนที่ไปถึงจุด B อันเป็นเป้าหมายปลายได้นั้น ทุกคนล้วน "เดินไปทั้ง ๆ ที่กลัว" นั่นแหละ

ฟังดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ แล้วมันยากตรงไหน?


คำตอบก็คือ คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้เลยว่า "ความกลัวมันตัวใหญ่ เมื่อยู่ในใจความคิด ความกลัวมันตัวนิด เมื่อหยุดคิดแล้วลงมือทำ" เมื่อไม่รู้เช่นนี้ เขาจึงไม่กล้าก้าวออกไป เพราะทางข้างหน้าช่างน่ากลัว มืดมนเหลือเกิน

แต่ความจริงก็คือ ความกลัวจะค่อย ๆ หายไป เมื่อเราลงมือทำ และในหลาย ๆ ครั้ง ผมบอกได้เลยว่า เรา "กลัวไปเอง" เราคือนักสร้างหนังสยองขวัญในจินตนาการที่เก่งมาก ...ทั้งที่เอาเข้าจริง ไม่ได้มีอะไรเลยสักนิด

ความกลัวมันเหมือนเงาบนผนัง ต้นกำเนิดเงานั้นเล็กนิดเดียว แต่เงาบนผนังใหญ่โตเกินตัวไปเยอะ

...

ใครก็ตามที่เข้าใจ 3 ข้อนี้ ผมมั่นใจว่าไม่มีจุดไหนที่เขาจะไปไม่ถึง ขอเพียงแน่ใจว่าจุด B ของเขานั้นคืออะไร? ต้องใช้คุณสมบัติอะไรบ้าง? เมื่อเจออุปสรรคก็ไม่ย่อท้อ เพราะเข้าใจว่าความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ และที่สำคัญที่สุด ...กล้าก้าวแรก ก้าวทั้ง ๆ ที่กลัว คนแบบนี้แหละครับ ที่จะบรรลุเป้าหมายปลายได้


มาออกเดินจากจุด A ไปด้วยกัน ...แล้วพบกันที่จุด B นะครับ


หมายเหตุ : เรียบเรียงจากบางส่วนของหนังสือ "ฉันเปลี่ยนเพราะเขียนเป้า" สั่งซื้อได้ที่ https://www.stock2morrow.com/publishing/bookdetail.php?id=83

4,370 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot