สติ-อภัย-เชื่อมโยง

สมมติว่าโลกนี้คือเวทีละคร

และพวกเราแต่ละคน

ต้องรับบทบาทแตกต่างกันไป


ทุกครั้งที่เจอคนร้าย ๆ กับเรา

ทดลองคิดแบบนี้สิครับ

ไม่ง่าย...แต่น่าสนใจในมุมคิด


ภาพโดย Ralf Kunze จาก Pixabay

คิดแบบที่ 1

ไม่มีใครอยากรับบทเป็นคนไม่ดี

นึกถึงตอนเด็ก แสดงละครเวที

ทุกคนอยากได้บทคนดีด้วยกันทั้งนั้น

แต่คนที่ร้ายกับเรา บังเอิญเขาได้บทร้าย

เขาจึงน่าสงสาร มากกว่าจะโกรธเขา


คิดแบบที่ 2

คนที่ร้ายกับเรา เขาคือผู้เสียสละ

พอได้รับบท ทุกคนต้องแสดงกันไป

คนที่ร้ายกับเรา เขาต้องเล่นบททำให้เราไม่ชอบ

ทั้งที่เขาเองก็อาจไม่ชอบตัวเองที่ทำแบบนี้

แต่เขาเสียสละให้เราไม่ชอบเขา

จึงเป็นเรื่องที่ต้องนับถือ มากกว่าจะโกรธเขา


คิดแบบที่ 3

จำไว้ว่าเราเป็นตัวเอกของเรื่องนี้ เวทีนี้

ถ้าเรารับมือกับคนร้าย ๆ ไม่ได้

เรื่องนี้จะจบลงอย่างสวยงามได้อย่างไร?

ละครเรื่องนี้จะสอนใจคนรุ่นหลังได้อย่างไร?


คนที่ร้ายกับเรา เขาจึงมาเพื่อทดสอบเรา จึงเป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณ มากกว่าจะโกรธเขา

โอโห...อ่านแล้วโคตรหล่อ (555+)

ก็บอกแล้วว่าไม่ง่าย...ผมก็ทำไม่ได้ทุกครั้ง

แต่พอได้คิดมุมนี้บ้าง...ใจก็เย็นลง


รู้สึกสงสาร นับถือ และนึกขอบคุณ

เขาคือเพื่อนนักแสดงร่วมเวทีเดียวกับเรา


โลกนี้คือเวทีละคร

และพวกเราแต่ละคน

ต้องรับบทบาทแตกต่างกันไป

...ก็เท่านั้นเอง อย่าคิดแค้นอะไรให้มาก

เมตตา จะทำให้เราเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น

เขาพูดไม่เข้าหูเรา เราก็เข้าใจ

เขาทำไม่ถูกใจเรา เราก็เข้าใจ

เขาคิดต่างจากเรา เราก็เข้าใจ

เขาทำผิด เขาบกพร่อง เราก็เข้าใจ


เพราะเขาคือมนุษย์ ที่มี-ผิด-ถูก-โง่-ฉลาด ไม่ต่างจากเรา อย่าตำหนิเขานักเลย

เมตตาตัวเอง เมื่อเราทำไม่ถูกใจตัวเอง

เมตตาคนอื่น เมื่อเขาทำไม่ถูกใจตัวเรา

เมตตาทำให้เราละตัวตนได้ดีขึ้น

เมตตาทำให้เราเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น


จงมอบความเมตตาให้กับทุกผู้คน

(รวมทั้งตัวเราเองด้วย)

ในตัวเขา มีอะไรที่เราชอบบ้าง?

ในตัวเขา มีอะไรที่เราไม่ชอบบ้าง?


สองมุมมองนี้

ทำให้เรารู้สึกกับคนเดียวกัน...ต่างไป

ข่าวร้ายก็คือ

คนจำนวนหนึ่งเลือกมุมมองอย่างหลัง

ทั้งที่มุมมองแรก มีความสุขกว่าตั้งเยอะ

เพราะฉะนั้น

3 สิ่งที่ต้องมีไว้ให้มากสำหรับคนยุคนี้


หนึ่ง คือ สติ

ยุคนี้มีหลายสิ่งทำให้เราหลุดไหลเข้าไป

จากนั้นก็ใช้สมองแบบ autopilot

เหมือนคิด แต่ไม่ได้คิด สั่งการแบบอัตโนมัติ

ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ จะไปไหนต่อ

ตัวอยู่ตรงนี้ ใจอยู่ตรงไหนไม่รู้เลย


การระลึกนึกขึ้นได้บ่อย ๆ ว่า

ฉันกำลังทำอะไรอยู่

จึงสำคัญมากสำหรับยุคนี้


สอง คือ อภัย

เมื่อไม่มีสติ ก็ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่

คนเดี๋ยวนี้จึงห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อไม่รู้จักกัน นิดหน่อยจึงเป็นเรื่องขึ้นมา


โกรธง่าย เพราะเอาแต่นึกถึงแต่ตัวเอง

โกรธง่าย เพราะเปราะบาง แตะนิดนึงก็ช้ำ

เมื่อไม่รู้จักกันและช้ำง่าย จึงอยากเอาคืน


การระลึกนึกขึ้นได้ว่า เรื่องนี้ให้อภัยได้ จึงจำเป็นมากสำหรับยุคนี้

สาม คือ เชื่อมโยง

สังคมยุคใหม่จับคนตัดขาดจากกัน

มองไม่ออกว่าเราเชื่อมโยงกันอย่างไร

บางอย่างที่เราทำ ส่งผลกับคนอื่นอย่างไร

เรามองไม่ออกเลย


เมื่อไม่เห็น จึงต่างคนต่างอยู่

ต่างคนต่างทำ(ลาย)


ความแย่ก็คือ

สังคมยุคใหม่จับคนตัดขาดจากกัน

แต่ social media จับเรามาเชื่อมกัน

จึงกระทบกระทั่งกันมากขึ้นเรื่อย ๆ


การระลึกนึกขึ้นได้ว่า

เราทั้งผองพี่น้องกัน

มาจากดินเดียวกัน กลับสู่ดินเดียวกัน

จึงเป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับยุคนี้


มีสติ ให้อภัย เชื่อมโยงกับผู้อื่น

จึงเป็นเรื่องที่ต้องมีไว้ให้มาก

...สำหรับคนยุคนี้

แล้วเราจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข

2,963 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot