"ผีเสื้อ" และ "แมลงวัน"

Updated: Jun 8

1.

ความคิดของคนเราเป็นได้ทั้ง "ผีเสื้อ" และ "แมลงวัน" ทุกเช้าตื่นขึ้นมา ความคิดจะต้องหาที่เกาะ ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือร้าย ถ้าไม่ใช้ผู้บรรลุ จิตว่าง ความคิดจะต้องหาสักเรื่องมาเกาะไว้ ถ้าความคิดแรกของวันเป็นเรื่องดี ๆ ก็เหมือนผีเสื้อที่บินดอมดมกลิ่นหอมของดอกไม้...หอมไปทั้งวัน แต่ถ้าเผลอให้ความคิดแรกของวันเป็นเรื่องลบ ๆ ก็เหมือนแมลงวันที่ตอมกองอุจจาระ...เหม็นไปทั้งวัน


ภาพถ่ายโดย Suzy Hazelwood จาก Pexels

ข่าวดีก็คือ เช้านี้ วันนี้ เย็นนี้ คืนนี้ เวลานี้ เราเลือกเรื่องให้ความคิด "เกาะ" ได้ ด้วย 2 ขั้นตอนต่อไปนี้


ขั้นแรก เขียนประโยคนี้แปะข้างฝาตรงที่เราจะมองเห็นเป็นสิ่งแรกเวลาตื่น "วันนี้จะต้องมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับฉันอย่างแน่นอน" ขั้นที่สอง จากนั้นตลอดทั้งวัน ให้ลองมองหาสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้น จะเรื่องดีเล็กๆ หรือเรื่องดีใหญ่ๆ ก็ได้ เพื่อยืนยันความเชื่อบนกระดาษที่แปะไว้


เพราะชีวิตจะเปลี่ยนไปตามความคาดหวังที่เราอยากให้มันเป็น

อาจฟังดูหลอกตัวเองไปนิด แต่ถ้าเชื่อตัวเองมาเยอะแล้ว ชีวิตยังไม่ดีขึ้นสักที ทำไมไม่ลองหลอกตัวเองดูด้วยวิธีนี้บ้าง?


ชั่วโมงแรกของวันคือหางเสือของทั้งวัน ชั่วโมงสุดท้ายของค่ำคืนคือการพูดคุยกับความรู้สึกของเรา เราคิดอะไรในชั่วโมงแรกตอนตื่น? เราคิดอะไรในชั่วโมงสุดท้ายก่อนนอน?


ไม่เกินไปถ้าจะบอกว่าความคิดกำหนดชีวิตของเราได้เลย


2.

เราหลายคนเก่งในการ "มองเห็นสิ่งที่เราไม่มี" บ่อยครั้งที่ทุกข์หลายอย่างในใจเรา เกิดจากการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แล้วรู้สึกว่าเรามีน้อยกว่าเขา จากนั้นก็สร้าง "ความขาดแคลน" ให้ตัวเอง

ผมยังจำได้ดี เมื่อหลายปีก่อน จิตใจผมเป็นทุกข์อย่างหนัก ชีวิตมืดมนไปหมด เหมือนจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่กลับเป็นแสงของรถไฟอีกขบวนที่สวนมา ตอนนั้นเงินทองไม่พอใช้ ทั้งที่ทำงานหนัก ผมวิ่งขายของไปทั่วราชอาณาจักร ไปตามบ้านเพื่อน ไปตามบ้านคนรู้จัก

พอเห็นบ้านเพื่อน ก็ได้แต่เฝ้าอิจฉา ร้อนรุ่มในใจ ทำไมบ้านมันใหญ่จัง? ทำไมรถมันหรูจัง? ตอนเรียนเราก็เรียนเก่งกว่า ทำไมชีวิตวันนี้มันดีกว่าเรา? ผมตะโกนใส่ตัวเองทุกวันว่า "แม่งเอ๊ย ชีวิต!"


ผมเอาแต่เฝ้าคิดว่า "ทำไมกูไม่มีอะไรอย่างที่คนอื่นเขามีบ้างวะ?"

ผมเอาแต่มองเห็นในสิ่งที่ผมไม่มี ไม่เคยมองเห็นค่าในสิ่งที่มีอยู่แล้ว ตอนนั้นผมคิดว่าถ้ามีเงินเยอะ ๆ ผมคงจะไม่ขาดแคลนแบบนี้


แต่นี่คือความเข้าใจผิดอย่างแรง กว่าจะรู้ซึ้งก็ใช้เวลาพอสมควร อันที่จริงแล้ว เงินไม่อาจแก้ปัญหาเรื่องความขาดแคลนได้ทั้งหมด


มีเงินน้อยนั้นขาดแคลนแน่ แต่มีเงินมาก ก็ใช่ว่าจะไม่รู้สึกขาดแคลน


3.

ผมมาเข้าใจในภายหลังว่า ความรู้สึกขาดแคลนนั้นแก้ไขได้ด้วย "การมองเห็นค่าในสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว" เรื่องนี้ฟังดูง่าย แต่ทำจริงไม่ง่าย ถามว่าผมเชื่อเรื่องนี้ตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า? ไม่หรอกครับ ผมไม่เชื่อ แต่ก็น่าลองดู


ช่วงนั้นผมเริ่มลองมองชีวิตตัวเองใหม่ แทนที่จะมองว่าฉันไม่มีอะไรบ้าง? ก็เปลี่ยนเป็นฉันมีอะไรบ้าง?



ผลปรากฏพบว่าผมมีเพียบเลย เช่น ถึงรถจะเก่าแต่ผมก็ยังมีขับ ถึงบ้านจะเล็กแต่ผมก็ยังมีที่อยู่อาศัย ถึงงานจะเงินเดือนไม่เยอะ แต่ผมก็ยังมีงานทำ ยังมีครอบครัวที่น่ารัก ยังมีเพื่อนฝูง สุขภาพเราก็ยังดี


ยิ่งคิดมองหาเท่าไหร่ ก็ยิ่งพบเจอเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มากเท่านั้น

หลังจากผมเลิกร้อนรุ่มอิจฉาคนอื่น เลิกมองเห็นแต่สิ่งที่ผมไม่มี แล้วปรับเปลี่ยนไปขอบคุณในสิ่งที่ผมมีอยู่ สิ่งดี ๆ ก็พากันจูงมือเข้ามาในชีวิตผมเรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้

ชีวิตผมก้าวกระโดดนับตั้งแต่นั้น เพียงเพราะเริ่มจากการมองเห็นในสิ่งที่ผมมีอยู่ ไม่รู้สึกถึงความขาด จิตใจก็เลิกร้อนรุ่ม ความคิดเปลี่ยนจากแมลงวันที่มองหาแต่อาจม เปลี่ยนไปเป็นผีเสื้อที่หาดอกไม้ดอมดม

ลองดูสิครับ ลองเลิกเป็นคนเก่งในการมองเห็นแต่สิ่งที่เราไม่มี แล้วเปลี่ยนมาขอบคุณและเห็นค่าในสิ่งที่เรามี เมื่อนั้นเราจะเลิกเป็นทุกข์ ความคิดจะสงบขึ้น


แล้วสิ่งดี ๆ จะเข้ามาในชีวิตชนิดที่ว่าเปิดประตูต้อนรับกันไม่ทันเลยทีเดียว.

 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot