อารมณ์ ความคิด การกระทำ

Updated: Aug 10

1.

หลายปีก่อนผมได้ดูละครเรื่องหนึ่ง มีบทสนทนาที่ตัวละครคุยกัน คนเขียนบทเขียนได้ดีมาก จนผมจดจำได้ถึงทุกวันนี้ พระเอกกำลังมีปัญหาทุกข์ใจ ทะเลาะกับน้องชาย เขาก็เลยหน้าบูดบึ้งทั้งวัน นางเอกจึงชวนพระเอกไปเดินเล่นริมน้ำ จะได้สบายใจ เธอพูดกับพระเอกว่า "เธอรู้มั้ย ตอนนี้ฉันเป็นกระจกของเธออยู่"


พระเอกทำท่างง อะไรคือกระจก? นางเอกจึงพูดต่อ "เธอเห็นมั้ยตอนนี้ฉันหน้าบึ้งอยู่ เธอชอบให้ฉันยิ้มหรือหน้าบึ้งล่ะ?" "ก็ต้องยิ้มสิ" พระเอกตอบแบบพาซื่อ


ภาพถ่ายโดย Thought Catalog จาก Pexels

นางเอกจึงยิ้มกริ่ม แล้วพูดว่า "ถ้าเธออยากให้ฉันยิ้ม เธอก็ต้องยิ้มก่อน เพราะฉันคือกระจกของเธอ" ...แลัวทั้งคู่ก็มองหน้ากัน สบตากัน สักพักก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา


บทสนทนานี้เองที่ผมคิดว่าสะท้อนนิสัยคนเราได้ดี หลายครั้งเราบ่นโทษสิ่งแวดล้อมรอบตัวว่าไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ โดยลืมคิดไปว่า สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรานั้นอาจเป็นภาพสะท้อนสิ่งที่อยู่ในใจเราก็ได้


เราพยายามเปลี่ยนโลกภายนอกที่เราไม่ชอบใจ ...หารู้ไม่ว่าโลกภายนอกอาจคือกระจกที่สะท้อนโลกภายในของเรา

ทั้งที่จริง หากเราเริ่มเปลี่ยนโลกข้างใน โลกข้างนอกจะค่อย ๆ เปลี่ยนตาม ...อยากให้โลกยิ้ม เราจึงต้องยิ้มให้โลกก่อน นี่เป็นเรื่องที่คนโลกมืดจะเถียงขาดใจว่าไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ฉันยิ้มให้เขาแล้ว ฉันดีกับเขาแล้ว เขาไม่เห็นยิ้ม เขาไม่เห็นดีตอบกลับมาเลย

ประเด็นก็คือ เราไม่ได้กำลังจะเปลี่ยนคนอื่น เราไม่ได้กำลังจะเปลี่ยนโลกข้างนอก แต่เรากำลังจะเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนโลกข้างใน และเป็นไปได้สูงว่า หากคนที่แวดล้อมเรา เขายังไม่เปลี่ยนไปในทางที่ดี ไม่เราก็เขาจะหลุดออกจากวงโคจรของกันและกัน แทบไม่ได้พบกันอีก


นี่เป็นเรื่องของระดับพลังงาน คล้าย ๆ กับประโยคที่บอกว่า "ศีลเสมอจึงเจอกัน"

โลกใบนี้คือกระจกที่สะท้อนตัวเราข้างใน อย่าพยายามเปลี่ยนโลกภายนอก เปลี่ยนคนแวดล้อม


แต่ให้เปลี่ยนโลกข้างใน เปลี่ยนตัวเราเอง จะง่ายและได้ผลกว่าครับ


2.

มีอยู่วันหนึ่ง ผมรู้สึก "เคารพตัวเอง" เหลือเกิน เรื่องของเรื่องก็คือ บ่ายวันหนึ่งมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับผม (ซึ่งไม่ขอเล่ารายละเอียด แต่เป็นปัญหาเรื่องงาน) หากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใคร ก็มีสิทธิ์หัวร้อน โกรธ โมโหกันได้ทั้งนั้น ยอมรับว่าตอนนั้นผมโมโห โมโหมาก และคิดว่าผมไม่ผิดอะไร ถ้าจะโมโห แต่ปัญหาก็คือผมไม่อยากโมโห ผมไม่อยากให้โลกข้างในปกคลุมด้วยอารมณ์แบบนี้


ถ้าอย่างนั้นผมควรจะทำอย่างไรดี? มีวิธีไหนบ้างที่ผมจะไม่โมโห? (หรือดับโมโหให้เร็วที่สุด)

ผมลองสังเกตร่างกายตัวเองตอนที่เหตุการณ์นี้กำลังเกิดขึ้น รู้สึกได้เลยว่าแม้จะอยู่ห้องแอร์ แต่ตัวผมร้อนผ่าว หน้าแดง หัวใจเต้นแรง ผมพยายามควบคุมคำพูด ด้วยการพูดให้ช้าลง ใช้เหตุผลในคำพูด ไม่ใช้อารมณ์


...แต่ความโกรธยังคงอยู่


ผมเดินไปเดินมา พยายามเปลี่ยนอิริยาบถ คุยกับภรรยา เล่นกับลูก ค่อย ๆ ตั้งคำถามตัวเองอีกครั้ง "แล้วความโกรธมันแก้ปัญหาครั้งนี้ได้หรือไม่?" เสียงในหัวตอบผมว่า "ไม่...มันไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย อาจจะแย่ลงด้วยซ่้ำ ถ้าใช้ความโกรธแก้ปัญหา"

ผมลองตั้งคำถามใหม่ "แล้วฉันจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี?"

พอถามตัวเองแบบนี้ ก็เหมือนจะไม่มีเวลาโกรธ เพราะผมต้องคิดหาวิธีแก้ไข ใจผมเริ่มเย็นลง ความโกรธบางจางหายไป ลมหายใจค่อย ๆ กลับเป็นปกติ ...ผมไม่โกรธแล้ว มันหายไปแล้ว


นี่แหละครับเรื่องที่ผมรู้สึกเคารพตัวเองที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ (พอสมควร)


ผมสรุปบทเรียนเรื่องการจัดการกับอารมณ์โกรธนี้ได้ว่า

1. เวลาโกรธ จะเหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างพุ่งพล่านอยู่ในอก และเราตัองรีบกำจัดมันเสียตั้งแต่ตอนที่ยังเพิ่งเริ่มจะโกรธ เพราะความโกรธยังเป็นเพียงอสูรตัวเล็ก ๆ อยู่

2. สังเกตใจตัวเองว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่ แล้วถามตัวเองไปเรื่อย ๆ เช่น ฉันโกรธใช่มั้ย? ฉันโกรธเพราะอะไร? แล้วจะฉันจะทำอะไรต่อไป? แล้วสิ่งที่คิดว่าจะทำนั้นส่งผลดีหรือร้าย?


3. สิ่งสำคัญก็คือต้องถามคำถามคุณภาพกับตัวเอง อย่าไปถามว่า "ทำไมเขาทำแบบนั้นกับเรา?" แต่ให้ถามว่า "ฉันจะแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อย่างไรได้บ้าง?"


4. สิ่งสำคัญอีกอย่างที่เป็นตัวช่วยบรรเทาความโกรธได้ก็คือ เราต้องเปลี่ยนอิริยาบถ หาสิ่งที่จะทำให้อารมณ์ดี ๆ เกิดขึ้น เช่น เดินเล่น ชมนกชมไม้ ออกกำลังกาย เปิดเพลงเต้น ทำอะไรก็ได้ให้ร่างกายเคลื่อนไหว เพื่อปรับอารมณ์


5. เตือนสติตัวเองว่า "แล้วมันก็จะเป็นอีกเรื่องที่ผ่านไป" เรื่องนี้จะไม่อยู่กับเราตลอดไป

ถ้าคิดว่าดี ลองนำไปปรับใช้รับมือกับอารมณ์ของเราดูนะครับ ผมเองยังต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเองอีกมาก


3.

นอกจากอารมณ์ ความรู้สึกที่สำคัญกับเราแล้ว เรื่องของ "ความคิด" ก็ยังเป็นอีกเรื่องที่เราต้องรู้เท่าทัน ต้องหมั่น "จับความคิด" อยู่เสมอว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่? สิ่งที่เราคิดนั้นมีประโยชน์หรือไม่? จากนั้นก็หมั่น "จับการกระทำ" ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่? สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้มีประโยชน์หรือไม่?

ชีวิตยุคใหม่มีสิ่งรบกวนมากมาย สิ่งเหล่านี้ดึงเราออกห่างจากการมุ่งตรงไปข้างหน้า มันโบกมือดักกวักมือเรียกให้เราออกนอกลู่นอกทาง ยุคนี้ใครใจไม่แข็งพอ หันกลับมาอีกที หมดไปแล้วหนึ่งปีอย่างไม่รู้ตัว

เราจึงต้องถอดตัวเรา ออกมามองตัวเราอีกที ว่าเราคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ เราอยากจะแนะนำอะไรกับตัวเราคนนี้


วิธีที่ผมทำก็คือ ในค่ำคืน ผมจะถามตัวเองว่า



1. ถ้าต้องเลือกเพียง "สิ่งเดียว" ที่ฉันได้เรียนรู้ในวันนี้ สิ่งนั้นคืออะไร?


2.ถ้าต้องเลือกเพียง "หนึ่งการกระทำ" ที่ฉันจะลงมือทำจากสิ่งที่ได้เรียนรู้ในข้อ 1 สิ่งนั้นคืออะไร?

วิธีนี้ช่วยกำจัดสิ่งรบกวนออกไปได้มาก เพราะกำหนดให้เราเลือกได้เพียง "สิ่งเดียว" ที่ต้องเก็บมาเรียนรู้และลงมือทำ

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน้อยนิด แต่ถ้าเราได้เรียนรู้วันละหนึ่งอย่าง หนึ่งปี ก็เรียนรู้ไปแล้ว 365 อย่าง ถ้าเราได้ลงมือทำอะไรบางอย่างให้สำเร็จ แค่วันละหนึ่งอย่าง หนึ่งปี เราก็ทำสำเร็จไปแล้ว 365 อย่าง ...นั่นแค่ปีเดียว แล้วถ้าสิบปี ชีวิตจะเปลี่ยนไปแค่ไหน?

อารมณ์ ความคิด การกระทำ จึงเป็น 3 อย่างที่สำคัญมากกับชีวิตเรา ต้องควบคุมให้อยู่ครับ.

1,648 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot