3 ขั้นตอนกำจัดอาการกลัวการขาย

คนส่วนใหญ่ไม่ชอบการขายของ

ไม่ชอบถูกใครมาขายของใส่

แต่ถ้าเป็นเรื่องซื้อของล่ะก็...ได้เลย


ถ้าวันนี้คุณเป็นแบบนี้อยู่

อาจต้องปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ครับ


ข้อแรก ไม่ชอบขายของ


ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ

จริง ๆ คุณอาจไม่ได้ไม่ชอบขายของ

แต่แค่รู้สึก "ไม่ภูมิใจ" กับสิ่งที่ทำอยู่

จึงไม่เต็มร้อยในการนำเสนอให้ผู้อื่น


วิธีแก้คือ

ลองหาความภูมิใจนั้นให้เจอ

แน่นอน ต้องหาความภูมิใจในตัวเองก่อน


ข้อสอง ไม่ชอบถูกใครขายของ


คุณอาจมีทัศนคติที่เลวร้ายกับการขาย

ลึก ๆ อาจรู้สึกว่ากำลังถูกเอาเปรียบ

คนขายกำลังหลอกเอาอะไรบางอย่างจากฉัน


ยิ่งคิดแบบนี้เท่าไหร่

คุณก็ยิ่งไม่มีวันเป็นนักขายได้


เพราะคุณจะคิดว่า "การขายคือการหลอกลวงเอาเปรียบ"

ภาพโดย Thanks for your Like • donations welcome จาก Pixabay


วิธีแก้คือ

อย่าเพิ่งปกป้องตัวเองเวลาที่ถูกขาย

ฟังก่อน ไม่ซื้อไม่หา เขาไม่ฆ่าหรอก


หลายครั้งที่ผมถูกขาย แล้วของดีจริง

ผมก็ซื้อครับ ซื้อง่ายด้วย ถ้าดีจริง

ซึ่งถ้าเขาจะได้กำไรจากการขายบ้าง

มันก็ไม่เห็นจะผิดตรงไหนเลย


พอทำได้แบบนี้ เราจะรู้สึกดีกับการขาย

แล้ววันนึงหากต้องขายสินค้าเองบ้าง

เราจะไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ

ก็ของมันดี ก็ฉันภูมิใจ


เมื่อรู้สึกดีกับ "การถูกขาย" เราย่อมรู้สึกดีกับ "การขาย"

อย่างไรก็ตาม ผมมีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง

อาจไม่จริงทั้งหมด แต่มีส่วนอยู่บ้าง

ข้อสังเกตนั้นก็คือ...


"คนชั้นกลาง" นั้นกลัวการขาย พวกเขาหน้าบางมาก อายเก่ง

ถ้าต้องบากหน้าไปขาย..ไม่เอาดีกว่า


(คนชั้นกลางในความหมายของผม

คือคนมีการศึกษา เรียนจบมหาวิทยาลัย

พอมีฐานะ ไม่จน แต่ก็ไม่รวย

ใช้ชีวิตคนเมือง ส่วนใหญ่ทำงานออฟฟิศ)


ตรงกันข้าม "คนจน" กับ "คนรวย"

พวกเขาไม่กลัวการขายของ


คนจนไม่กลัวการขาย

เพราะกลัวแล้วจะเอาอะไรกิน?

อีกอย่าง ก็ขายของกันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย คนจนจึงไม่รู้สึกแปลกอะไรกับการขายของ

เสียอย่างเดียว เพิ่มมูลค่าของที่ขายไม่เก่ง

จึงยังไม่รวยเสียที กำไรน้อย แค่พออยู่ได้


ลองนึกถึงแม่ค้าในตลาดเป็นตัวอย่าง

ขายกันมาชั่วนาตาปีอยู่อย่างนั้น


ส่วนคนรวย เขาก็ไม่กลัวการขายของ

เพราะเข้าใจว่าธุรกิจคือการซื้อ-ขาย เพียงแต่มันไม่ใช่การนั่งขายของป๊อกแป๊ก

แต่คือธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องมียอดขาย

ไม่มีธุรกิจไหนที่ไม่ขายของ ที่สำคัญ คนรวยภูมิใจในของที่เขาขาย ธุรกิจคือลูกรักที่ปั้นมากับมือ ทุ่มทั้งชีวิต แล้วทำไมเขาจะไม่กล้าขาย?


ลองนึกถึง สตีฟ จ็อบส์ เป็นตัวอย่าง

ออกสินค้าอะไรใหม่ ต้องเป็นคนขายเองกับมือ


ต่างกับคนชั้นกลาง

เติบโตมากับการประคบประหงม เรียนดี เรียนสูง ทั้งชีวิตไม่เคยทำมาค้าขาย

งานการไม่เคยทำ มีหน้าที่เรียนอย่างเดียว ต่อเมื่อเรียนจบ สมัครงาน จึงได้เริ่มทำงาน

แต่ถ้าไม่ใช่อาชีพเซลล์ ก็น้อยคนที่เคยขายของ


มาวันหนึ่ง เกิดความจำเป็นต้องขายของ

ก็รับไม่ได้ ขายไม่เป็น คล้ายต้องลดตัวลงมา

มีหน้ามีตา มีตำแหน่ง จะให้มาขายได้อย่างไร

ว่ากันว่าคนชั้นกลางนั้นดูดี ...แต่ไม่มีตังค์

นอกจากกลัวการขายแล้ว คนชั้นกลางยังกลัว "การถูกขาย" อีกด้วย

ที่ตลกร้ายก็คือ

เขากลัวการถูกขาย แต่กลับเก่งการซื้อ

ทำนองว่า "ขายไม่เก่ง แต่ซื้อเก่ง"


ทุกประเทศต่างรู้ดีว่าเศรษฐกิจจะหมุนไป ประเทศนั้นต้องมีคนชั้นกลางเยอะ ๆ

เพราะพวกเขาคือ "นักใช้เงิน"

เขากลัวการขาย แต่ชอบการซื้อ และนั่นคือตัวเร่งเศรษฐกิจชั้นดี


ผมเคยวิเคราะห์เล่น ๆ ว่า

ทำไมคนชั้นกลางจึงกลัวการขาย?


คำตอบที่พอจะนึกออกก็คือ


คนชั้นกลางคิดว่า

"การขายคือการขอ ช่วยซื้อหน่อย"

ในขณะที่คนรวยคิดว่า

"การขายคือการให้ ฉันกำลังแก้ปัญหาให้ผู้คน"

ส่วนคนจนนั้นไม่ได้คิดอะไร

"การขายก็คือการขาย ฉันต้องกินต้องใช้"


เมื่อคิดว่า "การขายคือการขอ" คนชั้นกลางย่อมเกลียดการขาย และกลัวการถูกขายแบบเข้าไส้

สาเหตุที่เขาคิดว่า "การขายคือการขอ"

มาจากอะไร? ผมไม่รู้ อาจเคยถูกขอให้ช่วยซื้อ ถูกตื๊อให้อุดหนุน

หรือเคยเห็นคนจนขายของ สภาพดูไม่ดี จึงคิดว่าคนภาพลักษณ์ดีอย่างฉัน

ไม่มีทางที่จะโน้มตัวลงมาขาย

พอเห็นใครขายของ

จึงเริ่มอึดอัด กลัวถูกขาย เพราะไปกระทบกับภาพลักษณ์ในใจ


ต้องบอกก่อนว่าผมเองเคยกลัวการขาย

หน้าบางระดับ 0.000001 มิลลิเมตร แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว ไม่รู้สึกผิดที่จะขายของ

ผมรักการขาย และไม่รู้สึกว่าไปขอใครกิน

ไม่ต้องเดาก็รู้

ระหว่าง "ผมตอนกลัวการขาย"

กับ "ผมตอนนี้" ตอนไหนฐานะดีกว่ากัน?


วิธีแก้เบื้องต้นที่ผมนำเสนอ

สำหรับใครที่อยากปรับตัวให้ไม่กลัวการขาย มี 3 ขั้นตอนดังนี้ครับ


หนึ่ง

ยกเลิกความคิดผิด ๆ ที่เชื่อว่า

"การขายคือการขอ"

ลองเปลี่ยนใหม่เป็นประโยคนี้

"การขายมีศักดิ์ศรี ฉันกำลังแก้ปัญหาให้ผู้คน"


คุณไม่ได้ขายประกัน

แต่กำลังช่วยผู้คนวางแผนชีวิต คุณไม่ได้ขายเครื่องสำอาง

แต่กำลังเพิ่มความมั่นใจให้ผู้คน

คุณไม่ได้ขาย แต่คุณกำลังช่วย

เข้าใจมั้ยครับ?


สอง

"อิน" กับสิ่งที่คุณจะขาย

ถ้าแค่อยากได้เงินจากการขาย

นั่นแหละคุณกำลังขอ

แต่ถ้ารู้สึกว่าสิ่งที่นำเสนอนั้นยอดเยี่ยมมาก คุณจะอยากบอกกับโลกใบนี้

เพราะรู้ว่าสิ่งคุณขาย ช่วยเหลือผู้คนได้


เพราะฉะนั้นคำแนะนำก็คือ

หาสินค้าหรือบริการที่คุณ "อิน" แล้วจะทำมาค้าขายได้ง่ายขึ้นเยอะ

ไม่รู้สึกอึดอัดใจเวลาที่บอกว่าคุณขายอะไร


สาม

เปิดตาให้กว้างไกล แต่ปิดหูไว้

อย่าฟังเสียงผู้คนให้มากนัก

คนจำนวนมากบนโลก เอาแต่พูด

แสดงความคิดเห็นกับทุกเรื่อง แต่มีไม่กี่คนที่เป็นนักลงมือทำ


นักวิจารณ์กับนักลงมือ

จึงมักไม่ใช่คนเดียวกัน


ผู้คนส่วนใหญ่กลัวการขาย

เมื่อเห็นคุณขาย เขาจึงอัดอัด กลัวถูกขาย และถ้าเกิดคุณขายได้ดี เขายิ่งอึดอัด

เพราะคุณทำได้ แต่ทำไมเขาทำไม่ได้

นั่นน่ะสิ?


ทั้งหมดนี้คือ

3 ขั้นตอนกำจัดอาการกลัวการขาย สำหรับคนอยากขุดค้นศักยภาพในตนเอง จงฝึกการขายเสียตั้งแต่วันนี้ครับ


โลกนี้หมุนไปได้ด้วยการซื้อ-ขาย

ถ้าจะมีหนึ่งทักษะที่ควรติดตั้งไว้ให้ตัวเอง

ผมคิดว่าทักษะนั้นคือ "ทักษะการขาย"


หวังว่าบทความนี้

คงจะทำให้คุณซื้อไอเดียของผมนะครับ

 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot