เงินทองนั้นหาง่าย?

Updated: Oct 14, 2020

1.

"เงินทองนั้นหาง่าย" สำหรับคนที่เชื่อในคำพูดนี้อยู่แล้ว ขอให้ผ่านข้อเขียนนี้ไปเลย แต่ถ้าใครไม่เชื่อในประโยคดังกล่าว ลองอ่านต่อสิครับ ลองเปิดใจรับฟังดู...น่าจะมีประโยชน์


"เงินทองนั้นหาง่าย" คำนี้จริงหรือ? จะเป็นไปได้อย่างไร? ในเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี หุ้นผันผวน ส่งออกแย่ ท่องเที่ยวหด

แล้วเงินทองยังจะหาง่ายอีกหรือ?


...ใจเย็นก่อนครับ ประเด็นที่ผมอยากบอกก็คือ เงินทองนั้นทั้งหาง่ายและทั้งหายาก อยู่ที่เราจะหาหลักฐานแบบไหนมาสนับสนุน

ลองฟังเรื่องนี้ดูครับ...ในป่าลึกที่หนึ่ง มีคนป่าอาศัยอยู่ ชีวิตนี้ไม่เคยเข้าเมือง ไม่รู้จักโทรศัพท์มือถือ เวลาจะติดต่อกันในชุมชน ต้องเดินไปหา หรือถ้าอยู่ไกลกัน ก็ต้องส่งสัญญาณควัน


วันหนึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในป่า เขาเห็นความยากลำบากในการสื่อสาร จึงบอกกับคนป่าไปว่า "ทำไมไม่ใช้โทรศัพท์มือถือล่ะ? อยู่ไกลแค่ไหน ก็คุยกันได้ คุยกันแบบเห็นหน้าเลยก็ได้" ว่าแล้วก็ควักมือถือออกมาสาธิตให้ดู


คนป่าเห็นดังนั้น ก็เลยบอกไปว่า "จะบ้าหรือไง? เรื่องแบบนั้นไม่มีจริง! อยู่กันตั้งไกล จะเห็นหน้ากันได้อย่างไร นี่มันไสยศาสตร์ชัด ๆ"


ว่าแล้วก็เลือกที่จะหันไปก่อกองไฟ ส่งสัญญาณควันเหมือนเดิมต่อไป


2.

เรื่องนี้บอกอะไรกับเรา? ก็บอกว่า สิ่งที่เราไม่เคยเห็น ย่อมอยู่นอกเหนือจินตนาการของเรา แต่สิ่งใดที่เคยเห็น

เราย่อมไม่มีข้อสงสัยว่าสิ่งนี้มีจริงหรือไม่


นั่นแปลว่า ถ้าไม่เคยเห็นคนหาเงินได้ง่าย ๆ ไม่ยาก เราย่อมไม่มีทางเชื่อว่าเรื่องราวแบบนี้มีอยู่จริง ตรงกันข้าม ถ้าเคยเห็นคนทำเงินได้ง่าย ๆ เราย่อมไม่ประหลาดใจว่าสิ่งนี้มีอยู่จริง



สรุปก็คือ ถ้าอยากเชื่อว่าเงินทองนั้นหาง่าย ก็แค่ค้นหาให้เจอว่า ใครกันที่ทำงานหาเงินได้ไม่ยาก แถมยังมีความสุขในการทำงานอีกด้วย


เมื่อพบคนแบบนี้แล้ว ให้ไปอยู่ใกล้ ๆ เขา หาทางร่วมงานกับเขา เรียนรู้จากเขา แล้วเราจะเริ่มคุ้นชินเองว่า "เงินทองนั้นหาง่าย"


สำคัญก็คือ อย่าไปอิจฉาหรือหมั่นไส้เขา ทำไมมันหาเงินง่ายจัง? โกงใครมาหรือเปล่า? เพราะถ้าคิดแบบนี้ เราจะไม่อยากหาเงินได้ง่าย ๆ เพราะเชื่อเอาเองว่า "หาเงินง่าย = เอาเปรียบคนอื่น" ต้องหาเงินยาก ๆ สิ ถึงจะไม่เอาเปรียบคนอื่น


และเนื่องจากคนเราจะไม่มีวันยอมเป็นในสิ่งที่เกลียด ดังนั้นคนแบบนี้ก็จะยากลำบากในการหาเงินไปตลอดชีวิต


3.

พอเริ่มคุ้นชินว่าเงินทองหาง่าย (เนื่องจากเห็นบ่อย) และถ้าเชื่อมั่นในตัวเองมากพอ เราจะเริ่มค้นหาวิธีการในแบบของเราบ้าง เราจะปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ค้นพบ จนสำเร็จ และในที่สุดก็จะกลายเป็นคนที่หาเงินได้ง่าย


และถ้าเก่งพอ นอกจากหาเงินง่ายแล้ว ยังหาเงินได้เยอะอีกด้วย


...แน่นอน ต้องมีคนไม่เชื่อสิ่งที่ผมเขียน ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าใครผิดหรือถูกครับ เราแค่หาหลักฐานกันคนละแบบเท่านั้น


เมื่อก่อนผมก็ไม่เชื่อหรอก แต่พอเห็นบ่อย ๆ เข้าว่าเงินทองหาไม่ยาก ผมก็เลยเชื่อบ้าง (ก็ได้วะ) แล้วก็ลงมือทำในแบบของตัวเอง (ผลออกมาใช้ได้เลย)


เงินทองจะหายากหรือง่าย แล้วแต่เราจะคิดจริง ๆ ครับ คิดให้ยาก ก็ยาก คิดให้ง่าย ก็ง่าย


4.

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ต้องระวัง เพราะบางคนอาจเข้าใจไปว่า ถ้าบอกว่าเงินทองนั้นหาง่าย งั้นก็ดีสิ ฉันกำลังหาวิธีรวยเร็วอยู่พอดีเลย ...ถ้าเป็นแบบนี้ต้องบอกว่าอันตรายครับ อยากรวยเร็วเมื่อไร มักจะจนเร็วทุกที


ยุคนี้มีคนบอกวิธีร่ำรวยไว้มากมาย งานไม่ประจำเงินกว่า ทำงานออฟฟิศก็รวยได้ เล่นหุ้นสิดีรวยเร็ว คอนโดปล่อยเช่าง่าย ๆ มากมายหลายช่องทางจนสับสน ...ตกลงฉันจะรวยแบบไหนดี?


เหตุที่สับสนก็เพราะเราอยาก "รวยแบบคนอื่น" แต่ไม่รู้จัก "รวยแบบตัวเอง" พอใครมาชวนไปทำนู่นนั่นนี่ ก็เลยตามเขาไป สุดท้ายเลยกลายเป็นว่ามีแต่คนที่ชวนนั่นแหละ...ที่รวย


ทุกเส้นทางล้วนดีหมด แต่ทางไหนเล่าที่จะเหมาะกับเรา? ผมพูดเสมอว่า เราต้องอยู่ในสนามที่มีโอกาสชนะสูง ถ้าถนัดสนามใหญ่ ชอบพบปะผู้คนมากมาย ก็ไปอยู่ตรงนั้น


แต่ถ้าไม่ชอบความวุ่นวาย ก็แค่เล่นในสนามที่เราเอาอยู่ก็พอ


5.

ผมชอบ "แกะรอยความคิด" ของคนที่ประสบความสำเร็จ มากกว่าจะ "แกะรอยวิธีทำ" ของเขา เพราะเครื่องมือสร้างฐานะนั้นมีร้อยแปด แต่หลักคิดที่ถูกต้องนั้นล้วนคล้ายคลึงกัน


ค้นหาความถนัดจึงมาก่อนค้นหาวิธีรวย แล้วเปลี่ยนหลักคิดนั้นให้เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ฝึกทักษะการขาย การโน้มน้าวใจคน สองอย่างนี้สำคัญในเกือบทุกอาชีพ


ใครทำธุรกิจ ก็จงทำธุรกิจอย่างมีศิลปะ ใครทำศิลปะ ก็จงทำศิลปะอย่างมีธุรกิจ เมื่อรู้วิธีหาเงินแบบไม่ยาก เข้าทางกับความถนัดของตัวเอง เมื่อนั้นจะคล้ายพบบ่อน้ำมันอยู่ที่หลังบ้าน ขุดเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด และได้แต่สงสัยว่าทำไมเมื่อก่อนเงินหายากจัง?


คำตอบก็คือเงินไม่ได้หายาก เพียงแต่ก่อนหน้านั้นเราไม่รู้วิธีหาเงินที่ถูกต้องนั่นเอง


แล้ววิธีหาเงินที่ถูกต้องนั้นทำอย่างไร? ให้ตอบแบบจำเพาะเจาะจงคงไม่ได้ครับ เพราะมีหลากหลายวิธีการ แต่ทุกวิธีการ มักมีจุดร่วมกันไม่กี่อย่าง นั่นคือ 1. เป็นงานที่เราหลงใหล หายใจเข้าออก 2. เป็นงานที่เราเก่ง เชี่ยวชาญกว่าคนอื่น และ 3. เป็นงานที่แก้ปัญหาให้ผู้คนจำนวนมากพอ

ถ้ามีครบ 3 ข้อ ก็เหมือนเจอบ่อน้ำมัน แต่ถ้าไม่มีเลย คือ ไม่รักในงาน ไม่เก่งในงาน และงานนั้นก็มีประโยชน์กับคนน้อยมาก แบบนั้นก็ยากที่เงินจะไหลกองทองไหลมา


ลองขุดค้นลงไปในตัวตน ว่าชอบทำอะไร ลองทำสิ่งในใหม่ ไปยังที่ที่ไม่เคยไป คบคนที่ไม่เคยคบ เมื่อหาเจอ จงฝึกฝนให้เก่ง อย่าแค่ชอบ และเมื่อเก่ง จงแก้ไขปัญหาให้ผู้คน


แล้วเราจะไม่ต้องหาเงิน แต่เงินนั่นแหละจะมาหาเราเอง.


8,782 views0 comments
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png