เหตุผลที่ไม่ควรเป็นคนยอมแพ้อะไรง่าย ๆ

มีอยู่วันหนึ่ง ลูกสาวผมเกิดคึกอะไรขึ้นมาไม่รู้

อยากเล่นกีตาร์เป็น มาอ้อนให้ผมสอนใหญ่เลย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเธอขอให้ผมสอนกีตาร์

พอหายคึก ก็เลิกเล่น พอคึกใหม่ ก็มาให้สอนอีก


คืนหนึ่ง ตอนส่งพวกเธอเข้านอน

แทนที่จะเล่านิทานเหมือนอย่างที่เคยทำ

ผมจึงเล่าตำนานหัดเล่นกีตาร์ของผมให้ฟังแทน

เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ...

Image by (El Caminante) from Pixabay

มันเริ่มจากกีตาร์ตัวละ 500 บาท

ผมขอให้แม่ยืมคนรู้จักให้หน่อย

ตอนนั้นตั้งสายก็ไม่เป็น ต้องให้พี่ข้างบ้านตั้งสายให้

ถ้าพี่เขาไม่อยู่ ก็ดีดมันไปทั้งที่สายเพี้ยนนั่นแหละ

เอาหนังสือเพลงมาจับคอร์ดงู ๆ ปลา ๆ

เจ็บนิ้วมาก จนอยากเลิก ไม่เอาแล้ว

แต่พอเริ่มดีดเพลง "อยากให้รู้ใจ" ของเรนโบว์ได้

ก็ดีใจใหญ่ คิดคึกไปว่ามือกีตาร์เทพถือกำเนิดแล้ว


ยิ่งพอจับคอร์ด F ได้

คล้ายกับสวรรค์เปิดต้อนรับมือกีตาร์คนนี้แล้ว

จากนั้นผมก็เล่นกีตาร์ทุกวัน เป็นเวลาหลายปี

...ผมไม่เจ็บนิ้วอีกแล้ว


พอเข้ามหาวิทยาลัย ผมเรียนวิศวะ จุฬาฯ

แต่ "ชมรมดนตรี" คือที่หมายในใจผม

ผมสมัครเข้าชมรมดนตรีของหอพักนิสิตจุฬา

ทั้งที่เล่นกีตาร์ได้แบบถูไถ กีตาร์ไฟฟ้าก็ไม่มี


อ้อนแม่ให้ซื้อก็คงไม่สำเร็จ

แม่ไม่อยากให้ผมมายุ่งเกี่ยวกับวงการนี้

อาจเพราะเห็นญาติผมไม่เรียนหนังสือต่อ

แต่กลับไปเป็นนักดนตรีอาชีพ เล่นกลางคืน

ญาติผมคนนี้ ปัจจุบันทุกท่านน่าจะรู้จัก เขาคือพี่กบ TAXI นั่นเอง

สุดท้ายผมสอนพิเศษ เก็บเงินซื้อกีตาร์เอง

กำเงิน 7,000 บาทไปซื้อที่เวิ้งนครเกษม

ได้กีตาร์ยี่ห้ออะไรไม่รู้มาตัวนึง

ทรงมันเหมือนเฟนเดอร์สตราโตคาสเตอร์


จากนั้นผมก็ดำดิ่งสู่โลกของการเล่นกีตาร์

ผมอยู่กับดนตรีแทบจะตลอดเวลา

(แต่ไม่ได้เล่นเก่งนะครับ แค่ชอบเท่านั้น)


เล่นไปสักพัก คิดการใหญ่ รวมวงประกวดวงดนตรี

ด้วยผีมือระดับมวยวัด พวกเราตกรอบแรกทุกครั้ง

แต่นั่นก็ทำให้รู้ว่า ผมพอจะแต่งเพลงได้


ในเวลาต่อมา ผมอกหัก อยากหาที่ระบาย

สุดท้ายกลายมาเป็นเพลงที่แต่งเอง ร้องเอง

ผมส่งเดโมเพลงที่อัดในห้องน้ำไปที่แกรมมี่

ไม่รู้จักใครสักนิด ลองเสี่ยงดูแล้วกัน


หลายเดือนต่อมา ผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำ

...ปรากฏว่าแกรมมี่ติดต่อมาทางเพจเจอร์

บอกว่าสนใจให้ผมเข้าไปคุยกันหน่อย

...คุณมีแววจะเป็นนักแต่งเพลงได้


ผมฝึกฝนแต่งเพลงอยู่เกือบปี

จนได้เป็นนักแต่งเพลงทีมใหญ่ของแกรมมี่

ได้อยู่ทีมเดียวกับนักแต่งเพลงระดับตำนาน

ไม่ว่าจะเป็น พี่ดี้ นิติพงษ์ พี่นิ่ม สีฟ้า

พี่แว่น จักราวุธ พี่สุรักษ์ และอีกมาก


แม้วันนี้ผมจะไม่ได้เป็นนักแต่งเพลงอีกแล้ว

แต่อาชีพนี้ก็พาให้ผมได้เป็นอีกหลายอาชีพ

บรรณาธิการ นักเขียน นักพูด วิทยากร


...ไม่คิดเลยว่ากีตาร์ 500 บาทตัวนั้น

จะพาผมมาได้ไกลขนาดนี้


...ก่อนที่ลูกจะหลับ ผมพูดบางอย่างให้ลูกฟัง

หวังว่าจะซึมลึกเข้าไปในจิตใต้สำนึกพวกเธอ


ผมบอกกับลูกสาวทั้งสองคนว่า


"รู้มั้ยลูก อย่าเป็นคนที่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ

ถ้าวันนั้นป๊าเจ็บนิ้วแล้วเลิกเล่นกีตาร์ไป

ป๊าก็คงไม่ได้ตั้งวง คงไม่ได้ประกวดดนตรี

คงไม่ได้รู้ว่าตัวเองแต่งเพลงได้

แล้วก็คงไม่ได้ส่งเพลงไปให้แกรมมี่

"แล้วชีวิตป๊าก็คงเปลี่ยนไปทั้งหมด

ป๊าคงต้องทำงานวิศวะที่ป๊าไม่ชอบสักเท่าไร

แล้วบางทีป๊าอาจจะไม่ได้เจอกับแม่

เพราะชีวิตจะผิดเพี้ยนไปหมด


"และถ้าเป็นอย่างนั้น พวกหนูก็จะไม่ได้เกิดมา

และป๊าก็จะไม่ได้พบกับลูกสาวที่น่ารักทั้งสองคน"


ผมทิ้งท้ายประโยคนึงไว้

ก่อนจะจูบราตรีสวัสดิ์


"อย่าเป็นคน ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ นะลูก เพราะเราไม่รู้หรอกว่า การยอมแพ้ครั้งไหน ที่จะเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล"

...ผมปิดไฟ ห่มผ้าให้ลูกสาว เดินออกจากห้อง

แต่ประโยคนั้นยังวนเวียนอยู่จนถึงนาทีนี้

และคิดว่ามันใช้ได้กับอีกหลายเรื่องในชีวิต


"อย่าเป็นคนยอมแพ้อะไรง่าย ๆ

เพราะเราไม่รู้หรอกว่า

การยอมแพ้ครั้งไหน

ที่จะเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล"


5,040 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot