ถูกแล้วที่ตื่นเต้น ดีแล้วที่กลัว ใช่แล้วที่ไม่แน่ใจ

Updated: Dec 12, 2020

1.

ที่สวนหน้าบ้าน ผมปลูกว่านหางจระเข้ไว้ในกระถาง ทิ้งไว้อย่างนั้นเป็นปี รดน้ำจนเติบใหญ่ ไม่เคยเคลื่อนย้ายไปไหนเลย วันหนึ่งเมื่อจะเอาชิงช้ามาลงไว้ในสนาม จึงคิดขยับกระถางต้นว่านหาง ปรากฏว่าขยับไม่ได้เพราะรากงอกชอนไชไหลลงดิน ดึงแล้วดึงเล่า เจ้ารากต้นไม้ยังยึดติดพื้นแน่นหนา ไม่รู้ป่านนี้ทะลุลงไปลึกแค่ไหนแล้ว


ภาพโดย Marce Garal จาก Pixabay

…ว่านหางจระเข้ทำให้ผมนึกถึงผู้คน ในวันที่ชีวิตหยุดเคลื่อนไหวมานาน ในวันที่อายุเคลื่อนคล้อยจนบ่ายแก่ การขยับขยายเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย รับรายได้ทุกเดือนมาเป็นสิบปี จะให้ออกไปแตะขอบฟ้า ทั้งที่ไม่รู้ว่าโชคชะตาจะเข้าใจหรือเปล่า เรื่องนี้ทำใจลำบาก ทำอาชีพเดียวมาตลอด จะให้เปลี่ยนไปทำอาชีพใหม่ มันไม่ง่ายเลย


อยู่ในกระถางนั้นไม่ผิด เพียงแต่ต้นไม้ใหญ่ต้องการพื้นที่กว่านั้น ถ้าอยากขยับขยาย ควรต้องทำก่อนหยั่งรากลึก เพราะเมื่อถึงตอนนั้น ...นึกอยากขยับก็ยากแล้ว


วันนั้นผมตัดสินใจตัดรากทิ้ง ดึงว่านหางออกจากกระถาง แล้วปลูกลงดิน ผมไม่ค่อยรู้เรื่องต้นไม้เท่าไรนัก บางทีทำแบบนี้อาจทำให้มันตาย แต่ผมก็แค่คิดไปเองว่า ...อย่างน้อยมันน่าจะภูมิใจที่ได้ลองแทงรากลงดิน ไม่ต้องเติบโตแออัดยัดอยู่ในกระถาง


…ว่านหางจระเข้ทำให้ผมนึกถึงผู้คน เรากลัวการเปลี่ยนแปลง จึงอยู่ที่เดิม ทั้งที่ถ้าเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ แล้วไม่มีความกลัวว่าจะสำเร็จหรือเปล่า ย่อมแปลได้ว่าสิ่งนั้นไม่น่าตื่นเต้น มันเล็กมาก


และไม่มีทางจะเปลี่ยนชีวิตเราได้


2.

ถูกแล้วที่ตื่นเต้น ดีแล้วที่กลัว ใช่แล้วที่ไม่แน่ใจ เพราะเป้าหมายในทีแรก เราต้องไม่รู้ว่าทำอย่างไรจึงจะไปถึงได้ ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าต้องทำอย่างไร แบบนั้นเรียกว่าเดินไปซื้อของหน้าหมู่บ้าน ...ไม่ใช่เดินไปสู่เป้าหมายแห่งชีวิต


ความสำเร็จนั้นใช้พรสวรรค์เพียง 10% ใช้ความพยายามมากถึง 90% แต่คนมักมองคนที่ประสบความสำเร็จ คงต้องมีพรสวรรค์สูง คงต้องเก่งขั้นอัจฉริยะ คงใช้ความพยายามแค่เพียงนิดเดียวก็สำเร็จแล้ว เพราะเขาเก่ง ...ทั้งหมดนี้ไม่เป็นความจริงเลย


เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ แท้จริงไม่เคยเป็นเคล็ดลับ มันถูกบอกมานานแสนนาน เพียงแต่มีกี่คนกัน? รู้...แล้วลงมือทำ ส่วนใหญ่ได้แต่อ่าน ฟัง ดู ...แล้วลงรากลึกอยู่ที่เดิม ชื่นใจที่ได้รู้เคล็ดลับความสำเร็จ ประหนึ่งว่าตัวเองสำเร็จสมประสงค์แล้ว แต่เปล่าเลย...ยังอยู่ที่เดิม ยังทำอย่างเดิม ได้แต่บอกว่าถ้าพร้อมเมื่อไร ฉันจะลงมือทำ ...ซึ่งก็รู้อยู่แก่ใจ วันนั้นไม่เคยมาถึง


ว่าแล้วก็ออกหาเคล็ดลับอันต่อไป เพื่อที่จะได้สบายใจว่า...อย่างน้อยฉันก็ทำอะไรกับชีวิตแล้ว


...นั่นจึงเป็นเหตุผลที่โลกนี้มีคนสำเร็จน้อยเกินไป


3.

สะพานที่เชื่อมความคิดกับความสำเร็จ สิ่งนั้นคือการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อก้าวขาออกย่ำเดิน ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าทำแล้วจะสำเร็จหรือไม่ เพียงแต่ถ้าเอาแต่หยุดอยู่กับที่ แบบนี้สิการันตีความล้มเหลวได้เลย


ความผิดพลาดนั้นไม่ใช่ญาติของความล้มเหลว หน้าตาอาจคล้ายกัน แต่ลูกหลานต่างกันมาก ความผิดพลาด นั้นเมื่อจับคู่กับการเรียนรู้ จะผลิดอกออกผลจนเป็น "ความสำเร็จ" ส่วนความล้มเหลวนั้นไม่เคยคบหากับการเรียนรู้ จึงห่อเหี่ยวตายคาต้นไปเพียงลำพัง ผู้คนจึงเรียกขานซากของมันว่า "ความพ่ายแพ้"


ถ้ามีแต่เป้าหมาย แต่ไร้ซึ่งแผนการ ชีวิตคงต้องพึ่งแต่ปาฏิหาริย์ ดังนั้นมีเป้าหมายแล้ว จึงต้องมีแผนการด้วย เมื่อมีแผนการแล้ว จึงต้องลงมือทำด้วย ...ไม่อย่างนั้นก็เพียงแค่ฝันกลางวัน ลงมือทำแล้ว จึงต้องวัดผลและปรับแก้ด้วย...ไม่อย่างนั้นก็เพียงแค่บ้าพลัง


สรุปก็คือ...มีเป้าหมาย มีแผนการ มีวัดผล มีปรับแก้ และสำคัญที่สุด มีเหตุผลรองรับในเป้าหมายนั้นที่อยากไปให้ถึง เราอยากบรรลุเป้าหมายไปเพื่ออะไร?


หากตอบได้ชัดเจน เขาผู้นั้นจะไม่มีทางพลาดเป้าหมายได้เลย.


1,844 views0 comments
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png