7 กุญแจหลักของนักแก้ปัญหาให้ผู้คน

เอาเข้าจริง

ผมคิดว่าแก่นของทุกงานที่เราทำ

คือ "การแก้ปัญหาให้ผู้อื่น"


ร้านสะดวกซื้อ 7-11...

แก้ปัญหา หาซื้อของกินของใช้ยาก

ร้านกาแฟ Starbucks

แก้ปัญหาอยากดื่มกาแฟดี มีที่นั่งทำงาน


ดาราตลก...

แก้ปัญหาความเครียดให้กับผู้คน

มอเตอร์ไซค์รับจ้าง...

แก้ปัญหาคนไม่มีรถ แต่บ้านอยู่ท้ายซอย

คำถามก็คือ

"แล้วเราล่ะ แก้ปัญหาอะไร? แก้ให้ใคร?"

ใครแก้ปัญหาได้ดีกว่า เร็วกว่า ง่ายกว่า

ผู้คนจะยอมจ่ายเงินให้ด้วยความเต็มใจ


ที่สำคัญยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องถูกกว่า

จ่ายแพงไม่ว่า ขอให้แก้ปัญหาได้

มีคนยินดีจ่ายไม่อั้น


"ฉันกำลังแก้ไขปัญหาอะไร? ให้กับใคร?"

"ฉันทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นได้หรือไม่?"


นี่คือคำถามทรงพลัง

ที่ผมคิดว่าเราควรถามตัวเอง

ยิ่งตอบได้ชัดเจนเท่าไหร่

ความสำเร็จก็จะหลั่งไหลมาไม่รู้จบ


น่าแปลก...

คนจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่ถามคำถามนี้

แต่อีกจำนวนหนึ่งกลับถามตัวเองว่า

"ฉันจะเอาเงินจากใครดี? เท่าไหร่ดี?"

"ใครจะทำให้ชีวิตฉันดีขึ้นได้บ้าง?"

ยิ่งถามแบบนี้ ยิ่งไม่ได้คำตอบที่ดี

เพราะคิดแต่จะ "เอา" ไม่ใช่ "ให้"


คนจำนวนหนึ่ง

เก่งนึกถึงผลประโยชน์เพื่อตัวเอง

เขามองทุกอย่างจากมุมของตัวเอง


ยกตัวอย่างเช่น

เมื่อตอนตนเองเป็นลูกค้า

จะเรียกร้องของคุณภาพดี

แต่ขอจ่ายน้อย ๆ ต่อราคาไม่เกรงใจ

และถ้ามีอะไรไม่ถูกใจ

จะโวยวายเป็นเรื่องขึ้นมา


แต่เมื่อวันนึง มาเป็นคนขายเสียเอง

กลับขายของคุณภาพต่ำ

เพราะอยากประหยัดต้นทุน

และถ้าโดนต่อราคามาก ๆ

จะด่าลูกค้าลับหลัง

ต่อแบบนี้ ฟรีไปเลยดีกว่า

ขืนโวยวาย เดี๋ยวฉันด่ากลับ


นี่คือตัวอย่าง

ของการนึกถึงประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง

มองทุกอย่างจากมุมของตัวเอง


ในขณะที่คนอีกจำนวนหนึ่ง

เก่งในการนึกถึงผลประโยชน์เพื่อคนอื่น

เขามองทุกอย่างจากมุมของผู้อื่น

เมื่อทำอะไร จึงเหมือนรู้ใจผู้คนไปหมด

เขาจึงสำเร็จผลในสิ่งที่ทำ


ผมชอบที่ ซิก ซิกลาร์ บอกไว้ว่า


ทำให้ผู้คนได้ในสิ่งที่เขาต้องการ แล้วเราจะได้ในสิ่งที่เราต้องการ

แปลกที่บางคนไม่ได้คิดแบบนี้

เขากลับคิดว่า

ให้ฉันได้ในสิ่งที่ฉันต้องการก่อนสิ

แล้วบางที...ย้ำว่าบางที

บางทีฉันอาจให้ในสิ่งที่เธอต้องการ


นี่เองคือเหตุผล

ที่โลกมีผู้ประสบความสำเร็จน้อยเกินไป


ใครอยากสำเร็จในอาชีพ

ไม่ว่าจะอาชีพอะไรก็ตาม

ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า

แท้จริงเราคือ "นักแก้ปัญหาให้ผู้คน"


ผู้คนยิ่งมีปัญหา

ยิ่งคือโอกาสรับใช้เขาเหล่านั้น


โดยเฉพาะในยุคนี้

ยุคที่ประตูแห่งโอกาสเปิดกว้างเหลือเกิน

ทางเลือกของการสร้างรายได้มีมากมาย


ไอเดียมาก่อนเงินทุน

อายุมากหรือน้อยก็ไม่สำคัญ

อยู่ตรงไหนของมุมโลก ก็ทำรายได้ไม่ยาก

นามสกุลไม่ดัง ตังค์ไม่มี

ก็มีที่ยืนได้ ถ้ารู้วิธีทำ


เพียงแต่เงื่อนไขก็คือ...

ประตูแห่งโอกาสนั้น

ต้องไขด้วยกุญแจแห่งทักษะ


ทักษะแปลว่าฝึกได้

ฝึกได้แปลว่าใช้เวลา

ใช้เวลาแปลว่าต้องตั้งใจ

ไม่ล้มเลิกไปก่อน


มาดูกันว่า

กุญแจแห่งทักษะมีอะไรบ้าง?


1.

ทักษะการสื่อสารด้วยตัวหนังสือ

(การเขียนบทความ/หนังสือ)

ไม่มียุคไหน

ที่ผู้คนจะอ่านตัวหนังสือเยอะเท่านี้

ทั้งวันเรามองจอเพื่ออ่านบางอย่าง

การเรียบเรียงความคิด

เป็นตัวหนังสือให้หยุดสายตาผู้คนได้

จะทำให้เราทรงอิทธิพลทางความคิด


2.

ทักษะการสื่อสารด้วยเสียง

(การพูดบนเวที/หน้ากล้อง/podcast)


ไม่มียุคไหน

ที่การดูวิดีโอจะได้รับความนิยมเท่านี้

การพูดต่อหน้าผู้คน การพูดหน้ากล้อง

หรือแม้แต่การพูดแบบไม่เห็นหน้า

อย่างการทำ podcast รายการวิทยุยุคใหม่

การเรียบเรียงความคิดเป็นถ้อยคำที่ทรงพลัง

จะทำให้เรากลายเป็นผู้นำความคิด

ที่ผู้คนต้องหยุดเพื่อฟังเสียงของเรา

3.

ทักษะการเล่าเรื่องเดิมให้น่าสนใจ

(แพ็จเก็จสินค้า/บริการ)

ไม่มียุคไหน

ที่โลกเชื่อมต่อกันได้ขนาดนี้

เห็นทั้งโลกได้ด้วยปลายนิ้ว

โลกนี้จึงไม่มีอะไรใหม่อีกต่อไป

อยู่ที่ใครเล่าเรื่องเดิมได้น่าสนใจกว่า

สนุกกว่า เร้าใจกว่า

ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุ

เล่าเรื่องราวเก่าให้สดใหม่

จึงเป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้


4.

ทักษะการใช้เครื่องมือออนไลน์ (เว็บไซต์/โซเชี่ยลมีเดีย)

ไม่มียุคไหนที่คนธรรมดา

จะมีช่องทางสื่อสารได้เท่ายุคนี้

ใครใช้เครื่องมือเหล่านี้ไม่เป็น

ก็เท่ากับยังเสียเวลาจุดเตาถ่าน

ในขณะที่คนจำนวนหนึ่ง

ใช้โซเชี่ยลมีเดียเพื่อเล่นฆ่าเวลา

คนอีกจำนวนหนึ่ง

กลับใช้เป็นเครื่องมือทำธุรกิจ

...ที่ปิดประตูขาดทุน


5.

ทักษะการขาย

(สินค้า/บริการ)


ไม่มียุคไหน

ที่เราจะมีช่องทางการขายได้เท่านี้

แต่นั่นก็ทำให้ผู้คนขายสินค้าเหมือน ๆ กัน

ทักษะการโน้มน้าว พูดคุย

เข้าใจ และปิดการขาย

จึงเป็นแบ่งระหว่างผู้ชนะกับผู้แพ้

ที่ต้องเดินคอตก ออกจากสนามไป


6.

ทักษะการสร้างแบรนด์

(ตนเอง)


ไม่มียุคไหน

ที่แม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่

เจ้าของยังต้องยืนเด่นให้ผู้คนจำ

ธุรกิจขนาดเล็กจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่จะต้องสร้าง Personal Branding

เพื่อสร้างความแตกต่าง

ทั้งบุคลิกและความคิดเจ้าของแบรนด์

เราต้องรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตนเอง

เพื่อนำเสนออกมาให้ถูกทิศทาง

คนชอบคุยกับคน

เมื่อสายสัมพันธ์เกิด

จะเปิดทางให้ธุรกิจง่ายขึ้น


7.

ทักษะการคิดที่ถูกต้องและเป็นระบบ

(ทัศนคติ)


ไม่มียุคไหน

ที่ความคิดจะฟุ้งซ่านเท่ายุคนี้

หากไม่มีทรงความคิดที่ถูกต้อง

ไม่มีทัศนคติเชิงบวก ไม่คิดเป็นระะบบ

ก็ยากที่จะฝึกทักษะทั้ง 6 ก่อนหน้านั้นได้

เพราะต้องใช้เวลาและการเห็นภาพรวม

เพื่อรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ สิ่งใดไม่สำคัญ

การคิดจึงกางรอบครอบคลุมทุกทักษะ


วันนี้ยังขาดทักษะใดอยู่?

จงเร่งฝึกฝนให้ครบถ้วน

หากมีครบถ้วนในตัวคนเดียว

ถือว่ายอดเยี่ยม

หากทำได้ไม่ครบ

ต้องสร้างทีมอุดจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง


เมื่อสะสมกุญแจครบ 7 ดอก ประตูบานใหญ่จะเปิดออก

สิ่งที่รออยู่ตรงนั้น...

คืออาณาจักรอันเป็นพื้นที่ของตนเอง

ที่เพาะปลูกเก็บเกี่ยวกินใช้ได้ไม่รู้จบ


"จะทำอย่างไรให้ชีวิตพวกเขาดีกว่าเดิม?"


คำถามนี้ ถามไปเถอะครับ อย่าหยุด

ตอบได้เมื่อไหร่

ก็เตรียมนับเงินทอง ชื่อเสียง

และความภาคภูมิใจได้เลย


 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot