7 กุญแจหลัก นักแก้ปัญหาผู้คน

Updated: Oct 25

1.

เอาเข้าจริง ผมคิดว่าแก่นของทุกงานทุกอาชีพก็คือ "การแก้ปัญหาให้ผู้อื่น" เช่น ร้านสะดวกซื้อ...แก้ปัญหาหาซื้อของกินของใช้ยาก ร้านกาแฟ...แก้ปัญหาการอยากดื่มกาแฟดี ๆ และมีที่นั่งทำงาน ดาราตลก...แก้ปัญหาความเครียดให้กับผู้คน มอเตอร์ไซค์รับจ้าง...แก้ปัญหาคนมีบ้านอยู่ท้ายซอย แต่ไม่มีรถขับ

คำถามก็คือ "แล้วอาชีพของเราล่ะ แก้ปัญหาอะไร? แก้ให้ใคร?"


ใครแก้ปัญหาได้ดีกว่า เร็วกว่า ง่ายกว่า ผู้คนจะยอมจ่ายเงินให้ด้วยความเต็มใจ ที่สำคัญในยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องราคาถูกกว่า คนยุคนี้จ่ายแพงกว่าไม่ว่า ขอให้แก้ปัญหาได้จริง


"ฉันกำลังแก้ไขปัญหาอะไร? ให้กับใคร?" "ฉันทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นได้หรือไม่?" นี่คือคำถามทรงพลังที่ผมคิดว่าเราควรถามตัวเอง


ยิ่งตอบได้ชัดเจนเท่าไร ความสำเร็จจะหลั่งไหลมาไม่รู้จบ


2.

น่าแปลก...คนอีกจำนวนหนึ่งกลับถามตัวเองว่า "ฉันจะเอาเงินจากใครดี? เอาเท่าไหร่ดี?" ยิ่งถามแบบนี้ ยิ่งไม่ได้คำตอบที่ดี เพราะคิดแต่จะ "เอา" ไม่ใช่ "ให้"


คนจำนวนหนึ่งเก่งนึกถึงผลประโยชน์เพื่อตัวเอง เขามองทุกอย่างจากมุมของตัวเอง เช่น เมื่อตอนตนเองเป็นลูกค้า จะเรียกร้องของคุณภาพดี แต่ขอจ่ายน้อย ๆ ต่อราคาแบบไม่เกรงใจ


แต่เมื่อวันหนึ่ง คนเดียวกันนี้ต้องมาเป็นคนขายเสียเอง เขากลับขายของคุณภาพต่ำ เพราะอยากประหยัดต้นทุน และถ้าโดนต่อราคามาก ๆ ก็จะด่าลูกค้าลับหลัง


นี่คือบางตัวอย่างของการนึกถึงประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้ง มองทุกอย่างจากมุมของตัวเอง


ผมชอบที่ ซิก ซิกลาร์ บอกไว้ว่า "ทำให้ผู้คนได้ในสิ่งที่เขาต้องการ แล้วเราจะได้ในสิ่งที่เราต้องการ" แปลกที่บางคนไม่ได้คิดแบบนี้ เขากลับคิดว่า ให้ฉันได้ในสิ่งที่ฉันต้องการก่อนสิ แล้วบางที...ย้ำว่าบางทีนะ บางทีฉันอาจให้ในสิ่งที่เธอต้องการ


นี่เองคือเหตุผลที่โลกมีผู้ประสบความสำเร็จน้อยเกินไป


3.

ใครอยากสำเร็จในอาชีพ ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตาม ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า แท้จริงแล้วเราคือ "นักแก้ปัญหาให้ผู้คน"


ผู้คนยิ่งมีปัญหา ยิ่งคือโอกาสรับใช้เขาเหล่านั้น โดยเฉพาะในยุคนี้ ยุคที่ประตูแห่งโอกาสเปิดกว้างเหลือเกิน ทางเลือกของการสร้างรายได้นั้นมีมากมาย


ไอเดียมาก่อนเงินทุน อายุมากหรือน้อยก็ไม่สำคัญ อยู่ตรงไหนของมุมโลก ก็ทำรายได้ไม่ยาก นามสกุลไม่ดัง ตังค์ไม่มี ก็มีที่ยืนได้ ถ้ารู้วิธีทำ เพียงแต่เงื่อนไขก็คือ...ประตูแห่งโอกาสนั้น ต้องไขด้วย "กุญแจแห่งทักษะทั้ง 7"


ทักษะแปลว่าฝึกได้ ฝึกได้แปลว่าใช้เวลา ใช้เวลาแปลว่าต้องตั้งใจ ไม่ล้มเลิกไปก่อน


มาดูกันว่า "กุญแจแห่งทักษะ" มีอะไรบ้าง?


1. ทักษะการสื่อสารด้วยตัวหนังสือ (การเขียนบทความ/หนังสือ) ไม่มียุคไหนที่ผู้คนจะอ่านตัวหนังสือเยอะเท่านี้ ทั้งวันเรามองจอเพื่ออ่านบางอย่าง การเรียบเรียงความคิดให้เป็นตัวหนังสือจนหยุดสายตาผู้คนได้ จะทำให้เราทรงอิทธิพลทางความคิด ผู้คนต้องหยุดเพื่ออ่านตัวหนังสือของเรา


2. ทักษะการสื่อสารด้วยเสียง (การพูดบนเวที/หน้ากล้อง/podcast) ไม่มียุคไหนที่การดูวิดีโอจะได้รับความนิยมเท่านี้ การพูดต่อหน้าผู้คน การพูดหน้ากล้อง หรือแม้แต่การพูดแบบไม่เห็นหน้าอย่างการทำ podcast รายการวิทยุยุคใหม่ การเรียบเรียงความคิดให้เป็นถ้อยคำที่ทรงพลัง จะทำให้เรากลายเป็นผู้นำความคิด ผู้คนต้องหยุดเพื่อฟังเสียงของเรา

3. ทักษะการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ (แพ็จเก็จสินค้า/บริการ) ไม่มียุคไหนที่โลกเชื่อมต่อกันได้ถึงเพียงนี้ เราเห็นทั้งโลกได้ด้วยปลายนิ้ว โลกนี้จึงไม่มีอะไรใหม่อีกต่อไป อยู่ที่ใครเล่าเรื่องเดิมได้น่าสนใจกว่า สนุกกว่า เร้าใจกว่า ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุ เล่าเรื่องราวเก่าให้สดใหม่ จึงเป็นเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้


4. ทักษะการใช้เครื่องมือออนไลน์ (เว็บไซต์/โซเชียลมีเดีย) ไม่มียุคไหนที่คนธรรมดาจะมีช่องทางสื่อสารได้เท่ายุคนี้ ใครใช้เครื่องมือเหล่านี้ไม่เป็น ก็เท่ากับยังเสียเวลาจุดเตาถ่าน ในขณะที่คนจำนวนหนึ่งใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเล่นฆ่าเวลา คนอีกจำนวนหนึ่งกลับใช้เป็นเครื่องมือทำธุรกิจ...ที่แทบปิดประตูขาดทุน


5. ทักษะการขาย (สินค้า/บริการ) ไม่มียุคไหนที่เราจะมีช่องทางการขายได้ง่ายเท่านี้ แต่นั่นก็ทำให้ทุกคนขายสินค้าได้เหมือน ๆ กัน ทักษะการโน้มน้าว พูดคุย ทำความเข้าใจลูกค้า และปิดการขาย จึงเป็นเส้นแบ่งระหว่างผู้ชนะกับผู้แพ้


6. ทักษะการสร้างแบรนด์ (ตนเอง) ไม่มียุคไหนที่แม้แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ เจ้าของยังต้องออกมายืนเด่นให้ผู้คนจดจำ ดังนั้นธุรกิจขนาดเล็กจึงยิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสร้าง Personal Branding เพื่อสร้างความแตกต่าง ทั้งบุคลิกและความคิดเจ้าของแบรนด์ เราต้องรู้จุดอ่อนและจุดแข็งของตนเอง เพื่อนำเสนออกมาให้ถูกทิศทาง คนชอบคุยกับคนที่มีชีวิตจิตใจ เมื่อสายสัมพันธ์เกิด จะเปิดทางให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น


7.ทักษะการคิดที่ถูกต้องและเป็นระบบ (ทัศนคติ) ไม่มียุคไหน ที่ความคิดจะฟุ้งซ่านเท่ายุคนี้ หากไม่มีทรงความคิดที่ถูกต้อง ไม่มีทัศนคติเชิงบวก ไม่คิดเป็นระะบบ ก็ยากที่จะฝึกทักษะทั้ง 6 ก่อนหน้านั้นได้ เพราะต้องใช้ทั้งเวลาและการเห็นภาพรวม เพื่อรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ สิ่งใดไม่สำคัญ การคิดจึงกางรอบครอบคลุมทุกทักษะ


4.

วันนี้ยังขาดทักษะใดอยู่? จงเร่งฝึกฝนให้ครบถ้วน หากมีครบถ้วนในตัวเราคนเดียว ถือว่ายอดเยี่ยม หากทำได้ไม่ครบ ต้องสร้างทีม อุดจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง


เมื่อสะสมกุญแจครบทั้ง 7 ดอก ประตูบานใหญ่จะเปิดออก สิ่งที่รออยู่ตรงนั้น...คืออาณาจักรอันเป็นพื้นที่ของตนเองที่เพาะปลูกเก็บเกี่ยวกินใช้ได้ไม่รู้จบ


"จะทำอย่างไรให้ชีวิตพวกเขาดีกว่าเดิม?" คำถามนี้ ถามไปเถอะครับ อย่าหยุดถาม


เพราะถ้าตอบได้ชัดเจนเมื่อไหร่ ก็เตรียมนับเงินทอง ชื่อเสียง และความภาคภูมิใจได้เลย.

13,562 views
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot