หาเงินเก่ง เก็บเงินอยู่ รู้ช่องลงทุน

Updated: Oct 18, 2020

1.

หลายสิบปีที่ผ่านมา เราใช้เงินกันเก่งขึ้น ลองนึกย้อนกลับไปเมื่อสักประมาณ 30 ปีก่อน เราไม่มีร้านอาหารนอกบ้านให้เลือกกินกันเยอะเท่านี้ ต่างกับในตอนนี้ที่ร้านรวงเต็มไปหมด ทั้งในและนอกห้าง มื้อละพันบาท กลายเป็นเรื่องปกติของคนเมือง

ภาพถ่ายโดย RF._.studio จาก Pexels

ย้อนกลับไปเมื่อสักประมาณ 30 ปีก่อน เรายังไม่มีค่าใช้จ่ายหลายช่องทางเท่ากับในทุกวันนี้ เรายังไม่มีค่ามือถือรายเดือนให้ต้องจ่าย ยังไม่มีค่าอินเทอร์เน็ตให้ต้องเสีย ยังไม่มีค่าสมาชิกรายเดือนต่าง ๆ และยังไม่มีค่าใช้จ่าย "ดูดีในสายตาคนอื่น" มากเท่าสมัยนี้


หลายสิบปีที่ผ่านมา เราใช้เงินกันเก่งขึ้น แต่กลับหาเงินเก่งเท่าเดิม ด้วยวิธีการเดิม มีรายได้ทางเดียว ...ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลย หลายสิบปีที่ผ่านมา เรายังคิดเรื่องการหาเงินด้วยกรอบเดิม ๆ แต่กลับคิดนอกกรอบเรื่องการใช้เงิน จินตนาการเรื่องใช้เงิน วิ่งไวกว่าจินตนาการเรื่องหาเงิน


จึงแทบเป็นไปไม่ได้ ...ที่คนยุคนี้จะมีเงินเก็บ


2.

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรวย แค่มีเงินเก็บก็ยากแล้ว ใครมีเงินเก็บหลักแสน ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา ทั้งที่ในความจริง เงินแสนนั้นใช้ไม่เท่าไรก็หมดแล้ว


คนยุคนี้จึงหยุดทำงานไม่ได้ เพราะหยุดแล้วจะเอาอะไรกิน? กิจการไม่มี ที่ดินไม่มี ที่อยู่ก็เช่า ลูกเต้าก็ไม่มี ทรัพย์สินก็ไม่มี มีอย่างเดียวคือ "ชีวิต" แล้วสังคมก็ดันบอกเราว่า "ชีวิต ใช้ซะ!"


โอเค...ใช้ก็ใช้ งั้นไปตายเอาดาบหน้า สโลแกนอย่าง YOLO! (You only Live Once แปลไทยว่า เกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว) จึงโด่งดังไปทั่วโลก ...ไม่มีชาติหน้าสำหรับคนยุคนี้


ในเมืองที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ในสังคมที่เต็มไปด้วยโปรโมชั่นล่อใจ ถ้าคิดไม่ทัน เราจะใช้เงินเก่งแบบไม่รู้ตัว และกลายเป็นคนที่ "ดูดี แต่ไม่มีตังค์" ในที่สุด


ตั้งสติสักนิด คิดอีกหน่อยว่า ถ้าไม่ตายเสียก่อน เราได้แก่ชราอย่างแน่นอน คำถามก็คือเมื่อถึงตอนนั้น จะเอาเงินที่ไหนใช้?


ถ้าดูจากอดีตหลายสิบปีที่ผ่านมา มั่นใจว่าอีก 20 ปีข้างหน้า เราจะต้องใช้เงินเก่งขึ้นอย่างแน่นอน แล้วตอนนั้นเราจะหาเงินเก่งขึ้นหรือไม่? นั่นเป็นคำถามที่เราต้องตอบตัวเราเอง


อันที่จริง แผนสู่ความมั่งคั่งนั้นเรียบง่าย ...แต่ทำไม่ง่าย เพราะคนส่วนใหญ่เลือกสุขสบายระยะสั้น และมักคว้าเงินเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้า


แทนที่จะอดทนไปสู่เงินใหญ่ ๆ ในระยะยาว


3.

ส่วนตัวผมคิดว่า หนทางสู่ความมั่งคั่งนั้น มีอยู่ 3 ขั้นตอน


ขั้นตอนที่ 1 "หาเงินเก่ง"


ถ้าหาเงินไม่เก่งเสียแล้ว การจะไปสู่ขั้นตอนอื่นคงยากมาก เพราะฉะนั้นขั้นตอนแรก จึงต้องพัฒนาความสามารถของเราให้เก่งกว่าค่าเฉลี่ยในสายงานเดียวกัน


ความสามารถในการหาเงินเก่งนี่เอง ที่จะ "พลิกชีวิต" แค่ขั้นตอนนี้ก็ตัดคน 90% ออกไปแล้ว ไม่ใช่เพราะมันยากในการเป็นคนเก่ง แต่มันยากที่จะ "ใช้ความพยายาม" กว่าจะเป็นคนเก่ง ต้องใช้เวลาฝึกฝน หลายคนจึงยอมสบายที่จะลำบากอย่างเดิม เพราะขี้เกียจลำบากวันนี้ เพื่อไปสบายวันหน้า


ใครอยากไปสู่ความมั่งคั่ง ต้องเพิ่มความสามารถของตัวเอง เพื่อทำเราให้กลายเป็นคนหาเงินเก่ง


ขั้นตอนที่ 2 "เก็บเงินอยู่"


พอหาเงินเก่ง มีรายได้เพิ่ม สิ่งที่หลายคนเป็นก็คือ "ขยับสไตล์ตามสตางค์" เคยหาเงินหมื่น วันนี้หาได้เงินแสน ก็เริ่มเปลี่ยนรถ ซื้อบ้านใหม่ กินอาหารข้างทางไม่เป็น เที่ยวเมืองไทยแล้วไม่เท่ เริ่ม "ทนรวย" ไม่ได้ อยากโชว์ให้ใครเห็นว่า "นี่ไง...ฉันรวยแล้ว"


สุดท้ายจึงตกกับดักที่ขั้นตอนนี้ "ทุ่มทุนสร้าง" เพื่อทำให้คนอื่นยอมรับ จึงกลายเป็นว่ารายได้เพิ่มขึ้นก็จริง แต่เงินเก็บกลับไม่เพิ่มขึ้นเลย


คนมั่งคั่งคือคนที่หาเงินเก่ง ไม่ใช่คนใช้เงินเก่ง อย่าจำสลับกัน เพราะคนใช้เงินเก่ง อาจไม่ได้แปลว่าเขาหาเงินเก่งก็ได้


ขั้นตอนที่ 3 "รู้ช่องลงทุน"


มีอย่างน้อย 2 เหตุผลที่เราควรเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุน หนึ่ง เพราะค่าของเงินนั้นลดลงเรื่อย ๆ และการฝากเงินกินดอกเบี้ยก็ไม่เวิร์คแล้ว สอง เพราะเราทำงานไปตลอดชีวิตไม่ไหว เราต้องแก่ ต้องหมดแรงในสักวันหนึ่ง ยิ่งคนยุคนี้ไม่มีลูกหลาน ยิ่งต้องพึ่งตัวเอง


บางคนมาตายน้ำตื้น อุตส่าห์ฝ่าฟันถึงขั้นตอนนี้ กลับเอาเงินเก็บไปลงทุนแบบหวือหวา อยากรวยเร็ว (แต่มักลงเอยที่จนเร็ว) ทั้งที่จริงในเมื่อตอนนี้เราหาเงินเก่ง เก็บเงินอยู่ การ "รีบรวย" จากการลงทุน จึงไม่ใช่เรื่องจำเป็น


สิ่งที่เราต้องทำก็คือ สร้าง "เครื่องผลิตเงิน" ให้มีเงินใช้ในวันที่หมดแรง ...ผมหมายถึงการลงทุนระยะยาว ไม่เน้นความหวือหวาของกำไรส่วนต่าง แต่เน้นความ (ค่อนข้าง) แน่นอนของผลตอบแทน


กองทุนรวม หุ้นปันผล ห้องปล่อยเช่า พื้นที่ให้เช่า รถให้เช่า เครือข่ายธุรกิจ ลิขสิทธิ์ทางปัญญา บริษัทที่เซ็ตระบบไว้อย่างดี ขายแฟรนไชส์...อีกมากมายที่เขียนกันไม่มีวันหมด


เครื่องผลิตเงินนั้นมีอยู่จริง แต่ต้องใช้ความอดทนต่อสิ่งเร้าตรงหน้า เพราะไม่เห็นผลในวันนี้พรุ่งนี้ หลายคนจึงถอดใจไปก่อน

"หาเงินเก่ง-เก็บเงินอยู่-รู้ช่องลงทุน" เรื่องนี้ทำได้จริง ถ้าเราต้องการมันจริง แต่เรื่องนี้ก็ทำไม่ได้จริง ถ้าเราไม่ได้ต้องการมันจริง ๆ


ถูกแล้ว...ชีวิตเป็นของเรา และไม่มีใครจะมาดูแล นอกจากตัวเราเอง.

8,640 views0 comments
 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot