บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 17 : ความมั่นคงไม่ได้อยู่ที่บริษัท

"เงินเดือนของเราคือรายจ่ายของบริษัท" ใครที่เข้าใจในประโยคนี้ เขาคนนั้นจะตั้งอยู่บนความไม่ประมาท และเร่งพัฒนาตัวเอง ข้อดีของเงินเดือนคือให้ความมั่นคง แต่ข้อเสียก็คือทำให้ใครหลายคนเฉื่อยชา คนส่วนใหญ่ เมื่อทำงานไปสักพัก ก็จะเริ่มหยุดพัฒนาตัวเอง ลืมนึกไปว่าซอฟท์แวร์ที่ไม่อัพเดท ไม่นาน ก็จะถูกเลิกใช้ในที่สุด และเพราะเงินเดือนนั้นให้ความมั่นคง มันจึงยิ่งดับเบิ้ลความเสี่ยง เพราะทำให้เราคิดฝากชีวิตไว้กับบริษัท ไม่เคยคิดหา "ทางเลือก" ที่จะกลายเป็น "ทางรอด" เมื่อยามคับขัน ...มีอยู่สองค

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 16 : ลงทุนในตัวเอง

...เดือนนี้คุณจ่ายค่าเล่าเรียนไปเท่าไหร่ครับ? คนที่เรียนจบมานานแล้ว เจอคำถามนี้เข้าไป อาจจะงง เพราะคิดว่าการเรียนเป็นเรื่องของเด็ก ผู้ใหญ่ทำงานแล้ว จะต้องเรียนอะไรกันอีก โตแล้ว ทำอะไรก็ได้ ...แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดมาก ผมเห็นหลายคนที่รู้จักกัน พวกเขา "เรียน" กันแบบไม่มีเหนื่อย บางคนราวกับกินหนังสือเป็นอาหาร สั่งซื้อจากเมืองนอกมาเป็นตั้ง บางคนข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนคอร์สแพง ๆ คนเหล่านี้คือคนที่ทำรายได้ มากกว่าคนทั่วไป สิบเท่าหรือมากกว่า ...บางคนอาจคิดแบบนี้ ใช่สิ ก็คนพวกนี้

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 14 : รอคอยวันหยุดหรือวันทำงาน?

มันไม่ง่ายที่เราจะตั้งใจทำงาน ในเมื่อตลอดปี มีวันหยุดเยอะเหลือเกิน เหมือนละครที่พักโฆษณาบ่อย เหมือนนักมวยที่ต่อย ๆ อยู่ สปอนเซอร์ขึ้นเวทีมาแจกทอง กว่าจะรวบรวมอารมณ์ได้...หมดปีพอดี เราใช้เวลาฉลองปีใหม่กันนานมาก ตั้งแต่ปีใหม่ฝรั่ง ปีใหม่จีน มาจนปีใหม่ไทย กว่าจะฉลองเสร็จ เกือบหมดเดือนเมษา สรุปแล้วใช้ 1 ปีไปถึง 5 เดือน (ธันวา มกรา กุมภา มีนา เมษา) ยังไม่นับวันหยุดที่ตรงเสาร์อาทิตย์ ก็ต้องมีชดเชยวันหยุดให้ด้วย (แต่ไม่เคยชดเชยวันทำงาน) สักพักพอเข้าหน้าฝน เราบ่นว่าเดินทางลำบาก ฝนตก

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 13 : เก่งให้สมเงินแสน

ผมยินดีจ้างคุณเดือนละหนึ่งแสนบาท ถ้าคุณพิสูจน์ให้ผมเห็นว่า คุณสามารถสร้างรายได้ให้ผม เดือนละสองแสนหรือมากกว่า ฟังเหมือนตลกร้าย แต่นี่คือเรื่องจริง เราจะเอาเงินเดือนเท่าไหร่ก็ได้ ถ้าหาเงินให้บริษัทได้มากกว่าเงินเดือน เพราะเจ้าของบริษัทเขา "ทำธุรกิจ" เมื่อเป็นธุรกิจก็ต้องมีกำไร และต้องคิดว่าเงินที่จ่ายให้พนักงาน คุ้มค่าแค่ไหนที่จะสร้างรายได้กลับมา? แน่นอนว่าจะมีคนโอดครวญว่า นายจ้างเอาเปรียบ ใช้งานเยี่ยงทาส ฉันได้เงินเดือนไม่คุ้มเลย ประเด็นก็คือ ถ้าไม่คุ้ม งั้นก็น่าจะลาออกนะครั

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 12 : ติดตั้งทักษะแห่งความสำเร็จ

ตั้งแต่เข้าใจว่ามนุษย์เราทำอะไรก็ได้ ขอแค่ "ติดตั้ง" ทักษะที่จำเป็นเท่านั้น ผมก็สนุกกับการพัฒนาตัวเอง เราทุกคนอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ชีวิตคือการเคลื่อนจากจุด A ไปยังจุด B เราพยายามไปสู่จุด ๆ นึงเสมอ ปัญหาก็คือ คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเรื่องโชคชะตา ที่ทำให้คนคนนึงไปถึงจุดหมายได้ หรือไม่ก็คิดว่าเป็นพรสวรรค์ เก่งตั้งแต่เกิด คนส่วนใหญ่ก็เลยหยุดอยู่กับที่ ยืนอยู่ตรงจุด A เพราะสิ้นหวังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม ...คนอย่างเราคงไม่มีวันไปถึงจุด B แต่ผมบอกได้เลยครับว่า "ไม่จริง" ถ้าคอมพิวเตอร์ต้องล

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 11 : เก้าอี้ที่สร้างมาเพื่อเรา

โลกนี้เป็นเรื่องของ Demand กับ Supply ถ้าขายของที่มีความต้องการซื้อเยอะ แต่มีคนขายน้อย ของก็มีน้อย ของสิ่งนั้นก็จะมีค่ามาก มีแต่คนแย่งกัน ถ้าขายของที่มีความต้องการซื้อน้อย แถมยังมีขายไปทั่ว ของเต็มตลาด ของสิ่งนั้นก็ด้อยราคา มีแต่คนเฉย ๆ อันที่จริง เราทุกคนก็ล้วน "ขายตัวเอง" ขายความรู้ ขายความสามารถ ฯลฯ เพราะฉะนั้นก็น่าฉุกคิดว่า "แล้วตัวเราเองคือสินค้าแบบไหน?" "หาได้ยาก มีแต่คนต้องการ" หรือ "หาได้ง่าย มีขายไปทั่ว" แบบไหนที่เราเป็น? คำว่า "ความมั่นคง" เป็นคำตกยุคไปแล้ว บริษัทที

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 10 : งานต้องแปลว่าความสุข

เมื่องานของเรา คือการพักผ่อนอย่างหนึ่ง เมื่อการพักผ่อนของเรา คืองานอย่างหนึ่ง เมื่องานกับการพักผ่อน หลอมเป็นเรื่องเดียวกัน เมื่อเราสนุกในการทำงาน เมื่อการพักผ่อน จุดประกายความคิดได้ เมื่อนั้นจะแยกไม่ออกว่า ตกลงเรากำลังทำงานหรือพักผ่อนกันแน่? ...ข้อความข้างบนคือสิ่งที่ผมใช้กับตัวเอง ไม่ใช่ทุกช่วงชีวิตหรอกครับที่ทำได้แบบนั้น แต่ก็ชอบให้งานกับการพักผ่อนคือเรื่องเดียวกัน ทุกวันนี้การเขียนบทความคืองานของผม การอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลงคือการพักผ่อน ซึ่งย้อนกลับมาใช้ในงานที่ทำได้อี

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 9 : เลือกสนามที่มีโอกาสชนะสูง

อยากรวยเหมือนคนอื่นนั้นไม่ผิด แต่อยากรวยด้วย "วิธีการ" เหมือนคนอื่น ...ผมว่าอันตรายมาก เพราะเราอาจหลงไปในสนามที่ไม่ถนัด กว่าจะรู้ตัว ก็เพลี่ยงพล้ำไปเยอะจนเกินถอนตัว เราไม่รู้หรอกว่าผู้ชนะผ่านอะไรมาบ้าง กว่าเขาจะมาถึงจุดนี้ เขาอาจไม่ได้เล่าให้เราฟัง หรืออาจเล่าให้ฟัง แต่เราก็ไม่อยากฟัง เพราะความโลภมันปิดหู บังตา ผมเชื่อว่าแต่ละคนมีสนามที่ถนัดไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ทุกคนที่จะรวยจากการเล่นหุ้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะรวยจากอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่ทุกคนที่จะรวยจากขายของออนไลน์ ทุกอาชีพนั้นดีหม

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 8 : เป็น...ก่อนจะเป็น

หากวันหนึ่ง อยากทำงานอิสระ เราต้องคิดและทำแบบคนทำงานไม่ประจำ ตั้งแต่วันที่ยังทำงานประจำอยู่ หมายถึงควบคุมตัวเองให้ได้ เป็นนายตัวเอง ไม่ต้องให้ตามงาน ทำงานดี มีคุณภาพ ถ้าทำได้แบบนี้ ทำไปเรื่อย ๆ วันข้างหน้า เมื่ออยากออกมาทำงานอิสระ คุณสมบัติของเราก็พร้อมแล้ว หากวันหนึ่ง อยากมีธุรกิจส่วนตัว เราต้องคิดและทำแบบเจ้าของธุรกิจ ตั้งแต่วันที่ยังเป็นลูกน้องอยู่ หมายถึงมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ ทำงานเกินเงินเดือน เรียนรู้อยู่เสมอ ถ้าทำได้แบบนี้ ทำไปเรื่อย ๆ วันข้างหน้า เมื่ออยากเปิดธุรกิจ

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 7 : ทำให้คนสนใจรับเราเข้าทำงาน

เมื่อเริ่มทำงานใหม่ ๆ ผมต้องส่งผลงานให้คนอื่นพิจารณา เมื่อทำงานไประยะหนึ่ง ผมต้องพิจารณาผลงานที่คนอื่นส่งมา นั่นทำให้ผมเข้าใจทั้งสองมุมนี้ ทั้งคนส่งงาน และคนพิจารณางาน และทำให้ผมรู้ "เทคนิค" ที่จะทำให้คนสนใจเรา แม้จะไม่ใช่เป็นเทคนิคอย่างเป็นทางการ แต่อย่างน้อย ๆ ในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ผมก็ใช้เทคนิคนี้ส่งจดหมายไปที่แกรมมี่ และได้งานเป็นนักแต่งเพลงในเวลาต่อมา หรือจะเป็นการเปลี่ยนงานที่ได้เงินเดือนเพิ่ม 2 เท่า ผมก็ใช้เทคนิคนี้ทำให้บริษัทสนใจเรียกไปสัมภาษณ์ หรือกลับกัน เมื่อต้อ

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 6 : เลือกที่ทำงานให้ดี

อย่าเลือกทำงานกับบริษัทที่เพียงแค่ให้เงินเดือนดี แต่จงเลือกบริษัทที่เปิดโอกาสให้เราเรียนรู้ ที่สำคัญ ต้องมีปรัชญาสอดคล้องกับความเชื่อของเรา เพราะเราจะทำงานด้วยความสนุก และทุ่มเทราวกับเป็นบริษัทของตัวเอง เท่านี้เราก็จะแตกต่างจากคนอีก 90% คนที่ทนทำงานที่ไม่รัก อยู่ในบริษัทที่ไม่ชอบ เพื่อให้ได้เงินเดือนที่ไม่พอใช้ เลือกบริษัทให้ดี เพราะมันมีผลกับชีวิตของเรา บริษัทนั้นเข้มข้นในการคัดเลือกพนักงาน คำถามก็คือ "แล้วเราล่ะ เข้มข้นในการหาบริษัทแค่ไหน?" หลายคนไม่รู้ว่าทำไมชีวิตไม่ก้าวหน

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 5 : หาคนจ่ายเงินให้เราได้ทำงานที่รัก

หนังสือ The E-Myth Revisited เขียนประโยคเจ็บจี๊ดเกี่ยวกับ "งาน" ไว้ว่า งานคือสิ่งที่สะท้อนว่าเราคือใคร ถ้าเราทำให้ยุ่งเหยิง ก็เพราะเราเป็นคนไร้ระเบียบ ถ้าเราทำงานเสร็จไม่ทันเวลา ก็เพราะเราเป็นคนไม่ตรงต่อเวลา ถ้าเรารู้สึกเบื่องาน ก็เพราะเรารู้สึกเบื่อตัวเองอยู่ในใจ งานจึงไม่ใช่เรื่องอื่นนอกตัวเรา แต่เป็นตัวตนภายในของเรา เราทำงานออกมาอย่างไร ก็สะท้อนให้เห็นว่าเราเป็นคนแบบนั้น ผมว่ามันใช่ยิ่งกว่าใช่ ที่ทำงานนั้นไม่ใช่สถานที่ที่เราแค่มาอยู่ เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น แล้วก็กลั

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 4 : 7 คำถามค้นหางานในฝัน

จริงอยู่ที่ว่า "งาน" ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่ก็ต้องยอมรับว่า เราใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตไปกับการทำงาน เพราะฉะนั้นโจทย์ใหญ่ของชีวิต ที่ผมคิดว่าสำคัญมาก ๆ ก็คือ "ทำอย่างไรเราจะมีความสุขในการทำงาน?" มีคนมาปรึกษาเรื่องงานกับผมเยอะมาก ผมพบว่าคนจำนวนมากไม่มีความสุขในการทำงาน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หางานแบบที่ชอบไม่เจอ แต่ปัญหามันอยู่ที่ "เขาไม่รู้ว่าชอบงานอะไร?" ซึ่งเอาเข้าจริง ผมไม่ค่อยเชื่อว่าเราไม่รู้ว่าชอบงานอะไร แต่เราไม่เคยถามตัวเองจริง ๆ จัง ๆ มากกว่า ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมจะชวนทุกท

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 3 : ตอบคำถามเช็คตัวเอง

ผมอยากให้คุณลองตอบคำถามต่อไปนี้ครับ ปัจจุบัน คุณกำลังรู้สึกว่า... 1. ไม่สนุกกับงาน เงินก็น้อย 2. ไม่สนุกกับงาน แต่เงินเยอะ 3. สนุกกับงาน แต่เงินน้อย 4. สนุกกับงาน แถมเงินเยอะด้วย เมื่อตอบเสร็จแล้ว ลองดูสิครับว่ามันแปลว่าอะไร . . . ถ้าคุณตอบข้อ 1 ไม่สนุกกับงาน เงินก็น้อย แสดงว่าความสามารถน้อยเกินไป รายได้ก็เลยไม่ค่อยพอใช้ แบบนี้ต้องรีบพัฒนาตัวเองด่วน เรียนเพิ่ม ทำงานเพิ่ม คบคนเพิ่ม หรือไม่คุณก็อยู่ผิดที่ จึงไม่สนุกกับงาน ต้องหาที่ปล่อยแสงได้เต็มที่กว่านี้ บางคนเปลี่ยนที่ทำงาน

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 2 : กำหนด "คุณค่า" ของงานที่ทำ

ชีวิตคืออะไรที่มากกว่า การทำงานเพื่อหาเงิน ได้เงินมาเพื่อซื้อข้าวกิน กินข้าวเพื่อที่จะได้มีแรง มีแรงเพื่อที่จะได้ไปทำงาน ทำงานเพื่อที่จะได้เงิน ได้เงินเพื่อที่จะเอามาซื้อข้าวกิน วนเวียนเป็นวงจรอยู่อย่างนั้น สิ่งเดียวที่จะทำลายวงจรซ้ำซากนี้ ก็คือการเห็น "คุณค่า" ของงานที่เราทำ งานนั้นไม่ต้องยิ่งใหญ่ระดับเปลี่ยนโลก ไม่ต้องถึงกับออกไปสำรวจอวกาศ ไม่ต้องเป็นผู้นำระดับชาติ ไม่ต้องเป็นผู้ทรงภูมิเฉลียวฉลาด และอาจไม่ต้องประกาศให้โลกรู้ แต่ขอแค่ให้เรารู้ว่าเราทำงานนี้ไปทำไม? เพื่ออะไร?

บนท้องฟ้ารถไม่เคยติด บทที่ 1 : ฉันจะเปลี่ยนโลกนี้ ด้วยงานที่ฉันภูมิใจ

ผมเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า "งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า" ชื่อเหมือนจะชักชวนให้คนลาออกจากงาน แต่ถ้าใครได้อ่านสิ่งที่ผมเขียนเป็นประจำ ก็คงพอรู้ว่า "สาร" ที่ผมพยายาม "สื่อ" มาตลอด ไม่ใช่การต่อต้านงานประจำ แต่แค่อยากจะบอกว่า "เราต้องทำในสิ่งที่รัก" และ “เราต้องรักในสิ่งที่ทำ" และมันไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางเดียวในชีวิตเท่านั้น นั่นคือปรัชญาชีวิตที่ผมยึดถือมาตลอด เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึง รปภ. หน้าหมู่บ้านของผม จริง ๆ ผมก็ไม่รู้หรอกครับ ว่าเขาถึงขั้นหลงใหลในหน้าที่เฝ้าหมู่บ้านหรือเปล่

 
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.23.png
Screen Shot 2561-12-19 at 01.56.34.png

©2020 by boywisoot