BLOGS

9 Mar 2018

เราไม่เปลี่ยน โลกจะเปลี่ยนเราเอง

นักร้องท่านนึงออกรายการทีวี โปรโมทเพลงใหม่

บอกว่าช่วงนี้เดินสายโปรโมทเพลงตามสื่อต่าง ๆ

พิธีกรถามว่า feedback เป็นไงบ้าง?

นักร้องตอบว่า “ดีมากครับ ไม่กี่วัน ยอด view ใน youtube เป็นแสน”

 

ฟังดูตลกร้าย ออกสื่อออฟไลน์ เพื่อวัดผลในออนไลน์

แต่ผมฟังแล้วได้แง่คิด และเห็นถึงเทรนด์ที่จะเกิดขึ้น ดังนี้

 

หนึ่ง youtube คือสื่อยักษ์ใหญ่ต่อจาก facebook

มันไม่ได้มาโค่น facebook แต่มาต่อยอดจาก facebook ที่ทำหน้าที่แชร์

ใครยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมัน คุณพลาดแล้ว

 

สอง สาเหตุที่ youtube คือสื่อทรงพลัง

ก็เพราะมันมียอดวิวที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

จึงวัดผลได้ดีกว่าหลายสื่อ เช่นออกวิทยุ ทีวี ก็ไม่รู้จะวัดผลยังไง

 

สาม จากนี้ไปมนุษย์จะเรียนรู้ผ่าน “การดู” หรือ “ฟัง” มากกว่า “การอ่าน”

จุดนี้ youtube ตอบโจทย์ได้หมด จะเปิดดูหรือเปิดฟังก็ได้

 

สี่ แม้การทำเงินจาก youtube จะยังดูไม่ง่าย

ต้องมีวิวมหาศาลถึงทำเงินได้จากค่าโฆษณาแบบเป็นกอบเป็นกำ

แต่ถ้าใครเล่นเกมนี้เป็น มันยังมีวิธีสร้างรายได้รูปแบบอื่น ๆ จาก youtube

เช่น ใช้เป็นช่องทางโปรโมทสินค้า ใช้โปรโมทตัวเองจนมีคนติดต่องานเข้ามา

 

เมื่อก่อนอาจจะมีกระแสต่อต้านว่าดูทีวีแล้วไม่ฉลาด อ่านหนังสือดีกว่า

แต่จริง ๆ แล้วคำพูดดังกล่าว หมายถึง “คอนเทนต์” ในทีวีต่างหาก

ที่มีแต่รายการบันเทิง ไม่ประเทืองปัญญา และเรากำหนดอะไรไม่ได้ ต้องรอดู

แต่จากนี้ไป “คอนเทนต์” ใน youtube จะดีขึ้นแบบก้าวกระโดด

แถมเราเลือกเนื้อหาที่ถูกใจเราได้ และ youtube จะรู้ใจเรามากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ปัจจุบันรุ่นลูกผม ดู youtube ทุกวัน

และอย่านึกว่าพวกเธอดูแต่ความบันเทิง

เธอเรียนรู้การวาดรูป การปั้น การทำของเล่นจาก youtube

ล่าสุดผมเห็น “น้องซัมเมอร์” ลูกสาว 5 ขวบของผม

เธอกำลังดู การ์ตูนสอนการปฏิสนธิของมนุษย์

 

โลกกำลังเปลี่ยนไปเร็วมาก จินตนาการอีก 5 ปีข้างหน้าให้ออก

มือถือที่เราใช้อยู่จะพัฒนาไปแค่ไหน ความเร็วอินเทอร์เน็ตจะเร็วแค่ไหน

อะไรคือโอกาสใหม่? อะไรคือภัยคุกคามต่ออาชีพของเรา?

 

จะขี่คลื่นของความเปลี่ยนแปลง หรือ ถูกโถมทับจมไปในคลื่น?

จะเป็นแค่ผู้บริโภคคอนเทนต์ หรือ จะเป็นผู้สร้างคอนเทนต์?

เราเลือกเองได้

 

เราไม่เปลี่ยน โลกก็จะบังคับให้เราเปลี่ยนอยู่ดีครับ

Comments

comments

Leave a Reply