BLOGS

23 Jan 2017

วันนี้คุณจ่ายค่าเล่าเรียนให้ตัวเองหรือยังครับ?

มันเป็นความเข้าใจผิดอย่างแรง
ถ้าเราคิดว่า “ค่าเล่าเรียน” นั้น
ต้องมีใครบางคนคอยจ่ายให้เรา

เพราะความจริง ก็คือ
ถ้าอยากมีชีวิตที่ก้าวหน้า เราต้องจ่ายค่าเรียนให้ตัวเอง

แต่สิ่งนี้ติดเป็นความเคยชินเรามาตั้งแต่เด็ก
เพราะพ่อแม่ส่งเราเรียนหนังสือ จ่ายค่าเทอมให้
จนเราคิดว่าต้องมีใครบางคนจ่ายค่าเรียนให้เรา เราถึงจะเรียน

ที่แย่ก็คือ เราก็ไม่ค่อยตั้งใจเรียนอยู่ดี
…เพราะเราไม่ได้เป็นคนจ่าย เราจึงไม่เห็นคุณค่า

พอโตขึ้นมา ทำการทำงาน ที่ทำงานบางที่ก็ดีแสนดี
ส่งเราไปเรียน ออกค่าเรียนให้
จัดสัมมนาให้ เชิญวิทยากรค่าตัวแพงมาบรรยาย
จนเราคิดว่าเป็นหน้าที่ของบริษัทที่ต้องคอยพัฒนาเรา เราถึงจะเรียน

ที่แย่ก็คือ เราก็ไม่ค่อยตั้งใจฟังอยู่ดี
ไปฟังตามหน้าที่ เพราะมีเช็คชื่อราวกับยังเป็นเด็กนักเรียน
…เพราะเราไม่ได้เป็นคนจ่าย เราจึงไม่เห็นคุณค่า

พนัน สิบเอาหนึ่ง
จับผู้ใหญ่วัยทำงานมารวมกันร้อยคน
โยนคำถามไปว่า ใครบ้างทุกวันนี้จ่ายค่าเรียนให้ตัวเอง?
ใครบ้างซื้อหนังสืออ่าน ใครบ้างซื้อหนังสือเสียงฟัง?
ใครบ้างเข้าสัมมนา? ใครบ้างฝึกวิชาชีพเสริม?
รับรองว่ายกมือไม่เกิน 10 คน

พนัน สิบเอาหนึ่ง
จับผู้ใหญ่วัยทำงานมารวมกันร้อยคน
โยนคำถามไปว่า ใครบ้างจะไปช้อปปิ้งห้างเปิดใหม่?
ใครบ้างดูหนังเข้าโรงเรื่องล่าสุดแล้ว?
ใครบ้างมีมือถือรุ่นล่าสุด?
ใครบ้างวางแผนเที่ยวปีใหม่แล้ว?
รับรองยกมือเกือบทุกคน

เราจ่ายให้หลายเรื่อง แต่กลับกลัวเปลืองเรื่องจ่ายค่าความรู้ให้ตัวเอง
ซื้อมือถือสามหมื่น กับ ซื้อหนังสือหรือเข้าสัมมนาสามหมื่น
คนส่วนใหญ่เลือกอย่างแรกแน่นอน

แต่เรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรอกครับ
เงินของใคร เขาก็มีสิทธิ์ใช้ในแบบที่เขาพอใจ
เราจะไปยุ่งเข้าได้อย่างไร?

เพียงแต่ถ้าใครก็ตาม อยากก้าวหน้า
เขาต้องรู้ว่าเงินที่จ่ายออกจากกระเป๋าไปนั้น
ทำให้เขาแค่ทันสมัย
หรือจะทำให้เขามีชีวิตก้าวไปข้างหน้า

สรุป ไม่ว่าจะใช้จ่ายอย่างไรก็แล้วแต่
สำคัญก็คือ อย่าลืมแบ่งมาจ่ายค่าเล่าเรียนให้ตัวเองบ้าง
ไม่มีใครส่งเราเรียนไปตลอดชีวิต
เราโตแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายว่าเราจะต้องเลิกเรียนรู้

ถ้าอยากมีชีวิตที่ก้าวหน้า เราต้องจ่ายค่าเรียนให้ตัวเอง
วันนี้คุณจ่ายค่าเล่าเรียนให้ตัวเองหรือยังครับ?

 

 

Comments

comments

Leave a Reply